
ถึงมีเงินในกระเป๋ามาก แต่ถ้ามลพิษฝุ่นไม่จาง เศรษฐกิจไทยก็แย่อยู่ดี ทำไมฝุ่น PM2.5 ถึงทำคนไทยจนลง ชวนเจาะลึกความเสียหายทางเศรษฐกิจ ที่คนไทยไม่ได้เสียแค่ค่าหมอ
วิกฤตฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพ แต่มันคือ “วิกฤตเงียบทางเศรษฐกิจ” ที่กำลังกัดกินเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มาดูกันว่า ฝุ่นจิ๋ว PM2.5 ทำลายปากท้องคนไทยอย่างไรบ้าง?
งานวิจัยของ รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช และหน่วยงานด้านเศรษฐกิจระบุว่า ฝุ่น PM2.5 สร้างความเสียหายทางเศรษฐศาสตร์ต่อครัวเรือนไทยสูงถึง 2.17 ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 11% ของ GDP ซึ่งตัวเลขนี้รวมถึง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ประเมินว่าในช่วงที่ฝุ่นรุนแรง (ประมาณ 1 เดือน) เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีมูลค่าความเสียหายด้านสุขภาพไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท โดยมาจาก
การท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเชียงใหม่
ธนาคารโลกชี้ว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่แค่เรื่องค่าหมอ แต่คือการที่คนไทย ‘ตายก่อนวัยอันควร’ และ ‘เจ็บป่วยจนทำงานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ’ ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว
ดังนั้น อากาศสกปรกนี่แหละ คือตัวการที่ทำให้เงินในกระเป๋าหายไป ถ้าอากาศสะอาดขึ้น สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่การรักษ์โลก หรือการรักษาสุขภาพ แต่คือการลดรายจ่ายทั้งจากต้นทุนแฝงที่ผู้คนต้องซื้อหน้ากากอนามัย ซื้อเครื่องฟอกอากาศ หรือจ่ายค่ารักษาพยาบาล รวมถึงเปลี่ยนผ่านไปสู่โอกาสใหม่ เช่น สร้างตลาดแรงงาน การเปลี่ยนรถเมล์เป็น EV การจ้างงานเกษตรกรจัดการตอซังข้าวแทนการเผา ไปจนถึงการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทข้ามชาติ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก TDRI และ ธนาคารโลกย้ำว่า ถ้าเราไม่ยอมจ่ายเงินเพื่อแก้อากาศเสียตอนนี้ เราจะต้องจ่ายเงิน 6-11% ของ GDP ไปกับค่ารักษาพยาบาลและผลกระทบย้อนหลัง ซึ่งเงินจำนวนนี้มหาศาลกว่างบประมาณที่ใช้แก้ต้นตอปัญหาหลายเท่าตัว
ที่มาข้อมูล