
ช้างป่าสีดอหูพับ เสียชีวิตแล้วขณะเคลื่อนย้าย กรมอุทยานฯแจง คาดว่า สำลักอาหาร คนรักช้างสงสัย ก่อนให้ยาสลบไม่งดอาหารช้างหรือ?
วันนี้ (4 ก.พ.69) กรมอุทยานฯ ชี้แจง กรณีช้างป่า ‘สีดอหูพับ’ เสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายจากจ.ขอนแก่นไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จ.เลย เหตุอาจเกิดจากการสำลักอาหาร ซึ่งนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนว่าเป็นการโยนความผิดให้กับช้างหรือไม่? หรือเป็นความไม่รอบคอบของกรมอุทยานฯ?
ย้อนกลับไปในช่วงเดือนสิงหาคมปี 2568 ช้างป่าชื่อหูพับ ภายหลังถูกเรียกว่า ‘สีดอหูพับ’ เป็นช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15-20 ปี ที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย ได้ข้ามมาอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง ซึ่งคาดว่าเป็นช้างที่ถูกขับออกจากฝูง และเข้าหากินบริเวณ ที่ดินทำกินของเกษตรกรห่างจากพื้นที่อุทยานภูเวียงประมาณ 400-500 เมตร
ต่อมา เกษตรกรได้จุดประทัดไล่ช้างออกไป แต่ช้างไม่ยอมออกไป และตรงเข้ามาทำร้าย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต เป็นชายวัย 60 ปี
เนื่องจากช้างป่าสีดอ มีลักษณะก้าวร้าว ตอบสนองต่อการคุกคามได้อย่างรวดเร็ว และจะยิ่งดุร้ายมากขึ้นเมื่อเข้าสู่วันเจริญพันธุ์ ทำให้กรมอุทยานฯตัดสินใจที่จะเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยต่อช้างและประชาชน
กรมอุทยานฯได้ออกมาแจ้งข่าวแก่ประชาชนว่า ช้างป่าสีดอ ได้เสียชีวิตขณะเคลื่อนย้าย โดยเผยว่า การเคลื่อนย้ายครั้งนี้ดำเนินการภายใต้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น โดยเน้นไปที่ปกป้องความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และอนุรักษ์ชีวิตช้างป่า โดยนำกลับสู่แหล่งอาหารธรรมชาติที่เหมาะสม
กรมอุทยานฯได้เตรียมการอย่างรอบคอบและใช้มาตรฐานสากลในการปฏิบัติการ ดังนี้
แต่แม้จะมีการเตรียมการอย่างดี แต่ระหว่างการเดินทาง ช้างเกิดภาวะวิกฤตทางสรีรวิทยาอย่างกะทันหัน ทีมสัตวแพทย์ได้หยุดขบวนทันทีและดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเวชศาสตร์ฉุกเฉิน รวมถึงการเกิดทางเดินหายใจ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด และการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตช้างไว้ได้
จากการประเมินเบื้องต้น สันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการสำลักอาหาร อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการชันสูตรซากอย่างละเอียดเพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริง
กรมอุทยานฯขอชี้แจงว่าให้ประชาชนทราบว่า การเคลื่อนย้ายช้างป่าในครั้งนี้เป็นไปคำสั่งศาล มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย หากกรมฯไม่ปฏิบัติ ก็อาจถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล มีความผิดตามกฎหมาย และอาจส่งผลให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องรับโทษทางอาญา
นอกจากนี้ การไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหายังหมายถึงการปล่อยให้ประชาชนในพื้นที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กรมอุทยานฯ จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการเคลื่อนย้ายช้างป่า โดยยึดมั่นในหลักการทำงานภายใต้กรอบกฎหมาย ความรับผิดชอบต่อสังคมและสวัสดิภาพของสัตว์ป่า
กรมอุทยานฯตระหนักว่าการจัดการปัญหาระหว่างมนุษย์กับช้างป่าเป็นความท้าทายที่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด เราจะนำบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปปรับปรุงแนวทางการทำงาน ทังการดูแลสวัสดิภาพของประชาชนและสวัสดิภาพของสัตว์ป่าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึน
และจากเหตุการณ์ครั้งนี้ อุทยานฯจะดำเนินการอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบ โดย
1.แต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบทุกขั้นตอน
2.ดำเนินการชันสูตรซากอย่างละเอียด
3.ทบทวนและปรับปรุงมาตรฐานการปฏิบัติงาน ในการจับและเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า โดยเฉพาะประเด็นการประเมินสุขภาพก่อนเคลื่อนย้าย การงดอาหาร และแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน
4.รายงานผลต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใสเมื่อผลการสอบสวนแล้วเสร็จ