สารหนูในแม่น้ำสาละวินยังวิกฤต คพ.ตรวจครั้งที่ 3 ยังพบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน เพิ่มมาตรการติดตามและเก็บตัวอย่างถี่ขึ้น ยังไร้มาตรการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมจากภาครัฐ
แม่น้ำสาละวินเคยได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสายน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก เนื่องจากไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่กั้นตลอดสาย และเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2568 เริ่มมีการตรวจพบสัญญาณอันตราย เมื่อผลการตรวจตัวอย่างน้ำโดยนักวิชาการพบการปนเปื้อนของ "สารหนู" เกินค่ามาตรฐานเป็นครั้งแรก
ผลกระทบในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้จำกัดอยู่แค่สิ่งแวดล้อม แต่ยังทำลายความเชื่อมั่นของชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งในแง่ของสุขภาพ การกินอยู่ และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอาชีพประมงพื้นบ้านที่รายได้หดตัวลงอย่างมหาศาลเนื่องจากความหวาดกลัวเรื่องสารตกค้างในสัตว์น้ำ
กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนดินครั้งที่ 3 (24 – 27 มีนาคม 2569) ในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน พบข้อมูลสำคัญ ดังนี้:
แม่น้ำสายหลักยังน่าห่วง: ตรวจพบ "สารหนู" เกินมาตรฐานในทุกจุดตรวจวัด (ตั้งแต่บ้านท่าตาฝั่งถึงบ้านสบเมย) โดยมีค่าอยู่ระหว่าง 0.049 – 0.060 มก./ล. (เกณฑ์มาตรฐานต้องไม่เกิน 0.01 มก./ล.)
จุดที่พบสารหนูสูงสุด: คือบริเวณบ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง (SAL08) วัดได้ 0.060 มก./ล
แนวโน้มที่ดีในลำน้ำสาขา: คุณภาพน้ำในแม่น้ำสายรอง เช่น แม่น้ำสามแลบ, แม่น้ำแม่ปอ, แม่น้ำยวม และแม่น้ำปาย ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติและปลอดภัย
โลหะหนักอื่นๆ: เช่น แคดเมียม, ทองแดง, ปรอท และตะกั่ว ผลการตรวจล่าสุดพบว่ามีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกจุดแล้ว
ปัจจุบันกรมควบคุมมลพิษได้ยกระดับความเข้มข้นในการติดตาม โดยปรับแผนจากเดิมที่เก็บตัวอย่างทุก 2 เดือน เป็น เก็บตัวอย่างทุกเดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง