ไทยดัน 'พรบ.บรรจุภัณฑ์' ผุดไอเดียขวดละ 1 บาท เชื่อช่วยลดขยะลง 6 ล้านตัน

ไทยดัน 'พรบ.บรรจุภัณฑ์' ผุดไอเดียขวดละ 1 บาท เชื่อช่วยลดขยะลง 6 ล้านตัน

ปัจจุบันไทยมีขยะมากกว่า 27 ล้านตันต่อปี และกว่า 40% เป็น ‘ขยะพลาสติก’ ้เร่งดัน 'พรบ.บรรจุภัณฑ์' ผุดไอเดียขวดละ 1 บาท เชื่อช่วยลดขยะลง 6 ล้านตัน หรือ 10-20%

SHORT CUT

  • ‘กรมควบคุมมลพิษ’ เร่งดัน ‘พ.ร.บ.บรรจุภัณฑ์’ ระบบ EPR ให้ผู้ผลิตรับผิดชอบขยะบรรจุภัณฑ์หลังใช้งาน
  • ผุดไอเดียเพิ่มมูลค่าขวดพลาสติกเป็น ‘ขวดละ 1 บาท’ หวังกระตุ้นคนเก็บกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล
  • ตั้งเป้าดึงขวดพลาสติกกลับคืน 50% ภายในปีแรก คาดช่วยลดขยะได้ราว 6 ล้านตัน หรือ 10-20% ของประเทศ

ปัจจุบันไทยมีขยะมากกว่า 27 ล้านตันต่อปี และกว่า 40% เป็น ‘ขยะพลาสติก’ ้เร่งดัน 'พรบ.บรรจุภัณฑ์' ผุดไอเดียขวดละ 1 บาท เชื่อช่วยลดขยะลง 6 ล้านตัน หรือ 10-20%

ท่ามกลางวิกฤติขยะที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ‘พลาสติกใช้ครั้งเดียว’ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันคนไทย วันนี้ภาครัฐกำลังเร่งหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ผ่านทั้งมาตรการทางกฎหมายและแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ เพื่อดึงขยะกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลให้ได้มากที่สุด ล่าสุด กรมควบคุมมลพิษ หรือ คพ. เดินหน้าผลักดัน ‘พ.ร.บ.บรรจุภัณฑ์’ หรือระบบ EPR (Extended Producer Responsibility) ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดให้ผู้ผลิตต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อซากบรรจุภัณฑ์ของตนเอง หลังถูกใช้งานแล้ว โดยต้องนำกลับเข้าสู่กระบวนการจัดการและรีไซเคิลตามเป้าหมายที่รัฐกำหนด

‘สุรินทร์ วรกิจธำรง’ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีขยะรวมกว่า 27 ล้านตันต่อปี และกว่า 40% หรือประมาณ 11 ล้านตัน เป็นขยะพลาสติก ขณะที่พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งมีปริมาณสูงถึง 45,000 ล้านชิ้นต่อปี นอกจากนี้ยังมีแก้วพลาสติกกว่า 9,700 ล้านชิ้น และขวดพลาสติกอีกมากกว่า 8,000 ล้านชิ้น ปัญหาสำคัญ คือ ขยะจำนวนมากถูกทิ้งรวมกับเศษอาหารจนปนเปื้อน ทำให้วัสดุรีไซเคิลสูญเสียมูลค่า และไม่มีผู้รับซื้อกลับเข้าสู่ระบบ

หนึ่งในแนวคิดที่ คพ. มองว่าอาจเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยได้อย่างชัดเจน คือ การเพิ่มมูลค่าของขวดพลาสติกใช้แล้ว จากเดิมที่รับซื้อกันเพียงไม่กี่สตางค์ ให้มีมูลค่าสูงถึง ‘ขวดละ 1 บาท’ อธิบดี คพ. เชื่อว่า หากขวดพลาสติกมีราคาสูงพอ จะไม่มีใครอยากทิ้งอีกต่อไป เพราะทุกคนจะเห็นคุณค่าของขยะ และเก็บกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลโดยอัตโนมัติ

พร้อมกันนี้ ภาครัฐยังตั้งเป้าดึงขวดพลาสติกกลับคืนเข้าสู่ระบบให้ได้อย่างน้อย 50% ภายในปีแรก ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะของประเทศได้ทันทีราว 6 ล้านตัน หรือประมาณ 10-20% ของขยะทั้งหมด ถือเป็นตัวเลขที่ไทยไม่เคยทำได้มาก่อนในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ คพ. ยังเดินหน้าใช้กลยุทธ์สร้างแรงจูงใจควบคู่กับการรณรงค์ ผ่านกิจกรรมแลกของรางวัล ส่วนลดสินค้า และตู้รับคืนขวดอัตโนมัติ เพื่อให้ประชาชนค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมและคุ้นชินกับการคัดแยกขยะ ก่อนเข้าสู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต

ภาครัฐมองว่า หากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ผลิต ประชาชน และเอกชน ร่วมมือกันอย่างจริงจัง ระบบจัดการขยะของไทยอาจเปลี่ยนผ่านจาก ‘การรณรงค์’ ไปสู่ ‘พฤติกรรมอัตโนมัติ’ ได้ในที่สุด

related