เจาะกระแส ‘การท่องเที่ยวสายดาร์ก’ เทรนด์ใหม่วัยรุ่นจีน

เจาะกระแส ‘การท่องเที่ยวสายดาร์ก’ เทรนด์ใหม่วัยรุ่นจีน

หมดยุคนั่งชิวในคาเฟ่ เมื่อคนรุ่นใหม่ ยอมจ่ายเงินแลกโอกาสการเผชิญหน้ากับ ‘ภัยพิบัติ’ เกิดเป็นกระแส ‘การท่องเที่ยวสายดาร์ก’ ที่กำลังได้รับความนิยม

SHORT CUT

  • การท่องเที่ยวสายดาร์กรูปแบบใหม่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นจีน โดยเป็นการจ่ายเงินเพื่อเข้าสัมผัสประสบการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติจำลองที่สมจริง เช่น พายุไต้ฝุ่นและน้ำท่วมฉับพลัน
  • วัยรุ่นจีนมองว่ากิจกรรมนี้ช่วยให้ได้เรียนรู้การเอาชีวิตรอด สร้างความมั่นใจ และสัมผัสความตื่นเต้นในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ โดยมีศูนย์จำลองภัยพิบัติที่เมืองหางโจวเป็นสถานที่หลัก
  • เทรนด์ดังกล่าวสร้างข้อถกเถียงในสังคม โดยมีทั้งฝ่ายที่มองว่าเป็นบทเรียนรับมือภัยพิบัติที่เป็นประโยชน์ และฝ่ายที่ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการนำโศกนาฏกรรมมาทำเป็นสินค้าเพื่อความบันเทิง

หมดยุคนั่งชิวในคาเฟ่ เมื่อคนรุ่นใหม่ ยอมจ่ายเงินแลกโอกาสการเผชิญหน้ากับ ‘ภัยพิบัติ’ เกิดเป็นกระแส ‘การท่องเที่ยวสายดาร์ก’ ที่กำลังได้รับความนิยม

‘การท่องเที่ยวสายดาร์ก’ กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่จะจ่ายเงินเพื่อสัมผัสประสบการณ์ ‘ภัยพิบัติทางธรรมชาติสุดขั้ว’ ที่ถูกจำลองขึ้นมาให้มีความสมจริง โดยอ้างว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการ คือการสัมผัสความรู้สึกหวาดกลัวและความกดดันที่ต้องเผชิญในสถานการณ์จริง พร้อมเรียนรู้วิธีเอาชีวิตรอดในเวลาเดียวกัน

ใจกลางของกระแสนี้อยู่ที่ ฐานหลิวซิง (Lvxing Base) ในเมืองหางโจว ที่ถูกยกให้เป็นศูนย์จำลองภัยพิบัติทางธรรมชาติเสมือนจริงแห่งแรกของประเทศ โดยผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกับภัยธรรมชาติต่างๆ ที่อันตรายถึงชีวิต เช่น

- พายุไต้ฝุ่นความเร็วลมสูงถึง 165 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

- ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมฉับพลันในเมือง

- กระแสน้ำที่ไหลทะลักเข้าท่วมอาคารใต้ดินอย่างรวดเร็ว

การผจญภัยพิบัติเหล่านี้ มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นตั้งแต่คนละ 899 หยวน (ราว 4,500 บาท) ไปจนถึงแพ็กเกจครอบครัวราคาเกือบ 5,000 หยวน สำหรับการฝึกเอาชีวิตรอดของเด็กและเยาวชน

โดยนับตั้งแต่เปิดให้บริการช่วงปลายปี 2024 มาจนถึงตอนนี้ มีผู้แวะเวียนมาสัมผัสประสบการณ์อันตรายแล้วมากกว่า 160,000 ครั้ง

ภาพจาก QQ.Com

เหตุผลที่ทำให้การท่องเที่ยวสายดาร์กรูปแบบนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งมาจากความตื่นเต้นของการได้เผชิญหน้ากับอันตรายที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมศาสตร์มองว่า การพาตัวเองไปก้าวผ่านวิกฤตจำลองแล้วเห็นผลลัพธ์ว่าตนเองทำได้ ช่วยให้คนรุ่นใหม่รู้สึกปลดปล่อยและสร้างความมั่นใจในตัวเอง ท่ามกลางชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยการแข่งขันและความไม่แน่นอน

ภาพจาก QQ.Com

ผู้ที่เคยเข้าร่วมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การจำลองสถานการณ์นั้นสมจริงจนน่าตกใจ พวกเขาต้องเผชิญกับความหวาดกลัวที่บีบคั้นจนเหมือนกำลังเผชิญภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจริง ขณะที่บางคนก็เผชิญเหตุการที่ทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ เช่น บาดแผลจากการเฉี่ยวชนหรือรอยฟกช้ำ แต่พวกเขาก็มองว่า ความยากลำบากเหล่านั้นคือสิ่งที่ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างช่วยเหลือกันและกันโดยสัญชาตญาณ

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของการท่องเที่ยวสายดาร์กเชิงพาณิชย์ก็นำมาซึ่งข้อถกเถียงในสังคม โดยฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่า นี่คือบทเรียนการรับมือภัยพิบัติที่จับต้องได้จริง ขณะที่อีกฝ่ายตั้งคำถามว่า การนำความทุกข์ยากและภัยธรรมชาติมาจัดทำเป็นแพ็กเกจขายเพื่อความบันเทิง อาจเป็นการลดทอนความเจ็บปวดของผู้คนที่เคยสูญเสียบ้านเรือนและคนรักในชีวิตจริงหรือไม่

ภาพจาก QQ.Com

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับการท่องเที่ยวสายดาร์กรูปแบบเดิมอย่าง การเข้าชมอนุสรณ์สถานแผ่นดินไหวเหวินฉวน หรือพิพิธภัณฑ์การสังหารหมู่หนานจิง ที่เน้นการรำลึกถึงความสูญเสียในอดีต ปรากฏการณ์ภัยพิบัติจำลองนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนน่าสนใจของสังคมจีนยุคปัจจุบัน ที่ผู้คนเริ่มแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่เพื่อทดสอบขีดจำกัดของตัวเอง และเลือกที่จะสัมผัสประสบการณ์อันตรายด้วยตนเองมากกว่าการเรียนรู้จากคำบอกเล่าเท่านั้น