‘สุชาติ’ ลุยสังคายนาพื้นที่สูง หลังพบ ‘ภูเขาหัวโล้น’ ต้นน้ำปัว ย้ำทำกินได้ต้องรักษาป่า

‘สุชาติ’ ลุยสังคายนาพื้นที่สูง หลังพบ ‘ภูเขาหัวโล้น’ ต้นน้ำปัว ย้ำทำกินได้ต้องรักษาป่า

‘สุชาติ’ สั่งกรมป่าไม้ลุยปฏิรูปพื้นที่สูง หลังพบเขาหัวโล้นต้นน้ำปัว ย้ำทำกินได้ต้องรักษาป่า – เร่งทำความเข้าใจชาวบ้าน ยึดกติกาเข้ม

SHORT CUT

  • ต้นน้ำปัวพบแปลงเกษตรบนพื้นที่สูงและลาดชัน บางจุดเป็นเขาหัวโล้นและปลูกข้าวโพดเกือบถึงยอดเขา เสี่ยงดินสไลด์และน้ำไหลบ่า
  • สุชาติ ชมกลิ่น กำชับกรมป่าไม้ทำความเข้าใจกับประชาชน ย้ำทำกินได้แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข รักษาดิน น้ำ และป่า
  • รัฐเร่งจัดระบบพื้นที่สูง ปรับจากเกษตรเชิงเดี่ยวสู่พืชเศรษฐกิจที่อยู่ร่วมกับไม้ยืนต้น เพื่อสร้างรายได้ควบคู่การรักษาต้นน้ำ

‘สุชาติ’ สั่งกรมป่าไม้ลุยปฏิรูปพื้นที่สูง หลังพบเขาหัวโล้นต้นน้ำปัว ย้ำทำกินได้ต้องรักษาป่า – เร่งทำความเข้าใจชาวบ้าน ยึดกติกาเข้ม

สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ใน จ.น่าน กลายเป็นบทเรียนสำคัญในการจัดการพื้นที่สูง หลังการสำรวจพื้นที่ต้นน้ำ อ.ปัว พบแปลงเกษตรบนพื้นที่สูงและลาดชัน บางจุดมีลักษณะเป็นเขาหัวโล้น และมีการปลูกข้าวโพดขึ้นไปเกือบถึงยอดเขา ซึ่งพื้นที่ลักษณะนี้มีความเสี่ยงต่อการชะล้างพังทลายของดินและการไหลบ่าของน้ำ เมื่อเกิดฝนตกหนัก

'สุชาติ ชมกลิ่น' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภายหลังขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจพื้นที่ต้นน้ำปัว พร้อมกำชับกรมป่าไม้เร่งลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่รัฐผ่อนปรนให้ทำกิน ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมย้ำว่า การอนุญาตให้ประชาชนอยู่อาศัยและทำกิน ไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้พื้นที่ได้โดยไม่มีข้อจำกัด โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่ลาดชัน จำเป็นต้องมีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำควบคู่กัน

ข้อมูลในพื้นที่ระบุว่า ชุมชนบ้านขุนกูนเป็นชุมชนดั้งเดิม โดยพื้นที่ชุมชนบนที่สูงใน 3 ลุ่มน้ำย่อยเหนือพื้นที่เกิดเหตุน้ำท่วม รวม 11 ชุมชน มีพื้นที่ทำเกษตรไม่น้อยกว่า 4,000 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นเกษตรเชิงเดี่ยวและปลูกข้าวโพด อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่เริ่มปรับเปลี่ยนไปปลูกกาแฟและพืชที่สร้างมูลค่าเพิ่ม

สุชาติย้ำว่า แนวทางจากนี้ไม่ใช่การมองประชาชนในพื้นที่ดั้งเดิมว่าเป็นผู้บุกรุกทั้งหมด แต่ต้องทำให้คนอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้ และธรรมชาติอยู่รอด ภายใต้กติกาการใช้พื้นที่ โดยส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้น ฟื้นฟูหน้าดิน ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และปรับไปสู่พืชเศรษฐกิจที่อยู่ร่วมกับไม้ยืนต้น เช่น กาแฟ โกโก้ อะโวคาโด และไม้ผล

ขณะเดียวกัน การสำรวจพื้นที่ต้นน้ำปัวพบว่า ในอุทยานแห่งชาติดอยภูคายังไม่พบการบุกรุกพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่เหตุการณ์น้ำท่วมและดินสไลด์ครั้งนี้มีปัจจัยสำคัญจากฝนตกหนัก โดยบางพื้นที่มีฝนสะสมเกือบ 400 มิลลิเมตรในช่วงเวลาสั้น ประกอบกับภูเขาสูงและความลาดชัน ทำให้ดินอิ่มน้ำและเกิดน้ำไหลบ่ารุนแรง

โจทย์สำคัญหลังจากนี้จึงอยู่ที่การจัดระบบพื้นที่สูงใหม่ว่า พื้นที่ใดควรเป็นพื้นที่ทำกิน พื้นที่ใดควรฟื้นฟูกลับมาเป็นป่า และพื้นที่ใดควรปรับรูปแบบการเกษตร เพื่อให้การสร้างรายได้เดินหน้าไปพร้อมกับการรักษาต้นน้ำและลดความเสี่ยงที่จะเกิดความสูญเสียซ้ำอีก

related