ศาลสั่ง ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ประกาศ ‘เขตภัยพิบัติ’ จากปลาหมอคางดำ

ศาลสั่ง ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ประกาศ ‘เขตภัยพิบัติ’ จากปลาหมอคางดำ

ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษา ให้ ‘กรมประมง’ ทำแผนระงับยับยั้ง ‘ปลาหมอคางดำ’ ระบาด สั่งผู้ว่าฯสมุทรสงคราม ให้ประกาศเป็น ‘เขตภัยพิบัติ’

SHORT CUT

  • ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามประกาศให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
  • คำสั่งดังกล่าวเป็นผลจากคดีที่ประชาชน 54 คนฟ้องกรมประมงและหน่วยงานรัฐรวม 18 แห่ง ฐานละเลยต่อหน้าที่จนเกิดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ สร้างความเสียหายในหลายจังหวัด
  • ศาลยังสั่งให้กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกำจัดปลาหมอคางดำอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 180 วัน แต่ไม่ได้พิพากษาให้บริษัทผู้นำเข้ารับผิดชอบค่าเสียหาย

ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษา ให้ ‘กรมประมง’ ทำแผนระงับยับยั้ง ‘ปลาหมอคางดำ’ ระบาด สั่งผู้ว่าฯสมุทรสงคราม ให้ประกาศเป็น ‘เขตภัยพิบัติ’

กรณี ‘ปลาหมอคางดำ’ แพร่ระบาดเป็นวงกว้างในแหล่งน้ำพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่แถบ จ.สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการและจังหวัดทางภาคใต้ จนมาถึงภาคตะวันออก ส่งผลกระทบกับชาวประมงผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งหากไม่เร่งควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ ก็จะสร้างความเสียหายให้ภาคการเกษตร ภาคเศรษฐกิจ ระบบนิเวศและทรัพยากรอย่างมาก

8 กันยายน 2569 ที่ศาลปกครองกลาง นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ส.14/2567 ในคดีที่ผู้ฟ้องคดีรวม 54 คน ฟ้องกรมประมงที่ 1 กับพวกรวม 18 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร และการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่

ศาลสั่ง ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ประกาศ ‘เขตภัยพิบัติ’ จากปลาหมอคางดำ

สำหรับคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่ากรมประมงที่ 1 กับพวกรวม 18 คน ละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมายในการควบคุมบุคคลผู้นำเข้าปลาหมอคางดำเข้ามาในราชอาณาจักร จนนำไปสู่การแพร่ระบาดของสัตว์ดังกล่าวในหลายจังหวัดของประเทศไทย และละเลยไม่ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในการสอบสวนและดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลผู้นำเข้าปลาหมอคางดำ จนทำให้ผู้ฟ้องคดีและประชาชนส่วนรวมได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล

โดยผู้ฟ้องได้ขอให้ศาลมีคำสั่งให้หน่วยงานรัฐปราบปราม ฟื้นฟู และกำจัดปลาหมอคางดำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมประกาศภัยพิบัติเพื่อนำเงินมาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ หรือไล่เบี้ยจากบริษัทเอกชนที่เป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาด

ทั้งนี้ ในช่วงเช้าวันนี้ มีกลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ ‘ปลาหมอคางดำ’ พร้อมตัวแทนประชาชนจากจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาที่ศาลปกครองกลาง โดยในขณะนี้ชาวบ้านอยู่ระหว่างรอรับฟังการอ่านคำพิพากษาจากศาลปกครอง

ล่าสุด ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งว่ามีการปล่อยปละละเลยให้ ‘ปลาหมอคางดำ’ ระบาด สั่งให้ กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการปราบปราม ฟื้นฟู และกำจัด ‘ปลาหมอคางดำ’ อย่างเป็นรูปธรรมใน 180 วันต่อไป และพิพากษาให้ยกฟ้องบางหน่วยงาน

ศาลสั่ง ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ประกาศ ‘เขตภัยพิบัติ’ จากปลาหมอคางดำ

พร้อมสั่งให้ ‘รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย’ ไปดำเนินการสั่งการ ให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ประกาศเป็น ‘เขตจังหวัดภัยพิบัติ’ ในส่วนพื้นที่อื่นๆ ผู้ฟ้องคดีไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่นั้นจึงไม่ได้มีคำพิพากษาในส่วนนี้

ในส่วนข้อเรียกร้องขอให้ทาง ‘บริษัทที่นำเข้าปลาหมอคางดำ’ ชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐ ศาลไม่ได้พิพากษาในส่วนนี้

โดย ทีมทนาย กล่าวว่า ศาลปกครอง ระบุว่า ‘บริษัทเอกชน’ มีการขอ นำเข้า เเต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า การแพร่ระบาดใครเป็นผู้ทำให้เกิดขึ้น

ในส่วนคดีแบบกลุ่มที่อยู่ในศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลนัดฟังคำสั่งในวันที่ 14 กันยายน ว่าจะรับดำเนินคดีแบบกลุ่มหรือไม่