'มลพิษทางอากาศ' ไม่ได้อันตรายแค่ปอด อาจทำร้ายทั้งลำไส้-หัวใจ

'มลพิษทางอากาศ' ไม่ได้อันตรายแค่ปอด อาจทำร้ายทั้งลำไส้-หัวใจ

นักวิจัยสหรัฐฯ เผยการสูดดมฝุ่นอาจเปลี่ยนแปลงจุลินทรีย์ในลำไส้และเชื่อมโยงกับการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือด เพิ่มหลักฐานว่าผลกระทบของมลพิษทางอากาศอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ปอด

SHORT CUT

  • งานวิจัยใหม่ชี้ว่ามลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อลำไส้ ซึ่งอาจเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัวและเป็นอันตรายต่อหัวใจ
  • ผลการทดลองในหนูพบว่าการสูดอากาศที่มีมลพิษเข้าไปทำให้จุลินทรีย์ในลำไส้เปลี่ยนแปลง และเกิดการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น
  • ความเสียหายจากมลพิษทางอากาศที่ส่งผลผ่านลำไส้ อาจเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยไม่มีสัญญาณเตือนหรืออาการอักเสบที่ชัดเจน

นักวิจัยสหรัฐฯ เผยการสูดดมฝุ่นอาจเปลี่ยนแปลงจุลินทรีย์ในลำไส้และเชื่อมโยงกับการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือด เพิ่มหลักฐานว่าผลกระทบของมลพิษทางอากาศอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ปอด

ที่ผ่านมา แพทย์โรคหัวใจมักศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างมลพิษทางอากาศกับปอดและหัวใจเป็นหลัก แต่ผลการศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) ของสหรัฐฯ ที่ได้ตีพิมพ์ในวารสาร Environment International แสดงให้เห็นว่า มีอวัยวะอีกส่วนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญอย่างคาดไม่ถึงในกระบวนการนี้ นั่นคือ 'ลำไส้' ซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญที่เปลี่ยนอนุภาคแปลกปลอมจากการสูดดมให้กลายเป็นสาเหตุของภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว

แนวคิดที่ว่าจุลินทรีย์ในลำไส้มีผลต่อสุขภาพหัวใจ เพิ่งจะได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2011 นักวิจัยจากศูนย์การแพทย์คลีฟแลนด์ คลินิก (Cleveland Clinic) นำโดย ดร.สแตนลีย์ ฮาเซน พบว่า TMAO ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากกระบวนการทำงานของแบคทีเรียในลำไส้ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

การค้นพบดังกล่างทำให้นักวิทยาศาสตร์มองลำไส้ว่า เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ ไม่ใช่เพียงอวัยวะสำหรับย่อยอาหาร โดยแนวคิดนี้ได้รับการเรียกว่า 'แกนลำไส้-หัวใจ' และเติบโตเป็นสาขาการวิจัยที่ได้รับความสนใจเป็นวงกว้าง

'มลพิษทางอากาศ' ไม่ได้อันตรายแค่ปอด อาจทำร้ายทั้งลำไส้-หัวใจ

 

 

ทดลองให้หนูสูดอากาศที่มีมลพิษ

งานวิจัยล่าสุดที่นำโดย ดร. เฆซุส อาราอูโจ ผู้อำนวยการด้านโรคหัวใจสิ่งแวดล้อมแห่งโรงเรียนแพทย์เดวิด เกฟเฟน ประจำ UCLA ขยายขอบเขตนั้นไปในทิศทางใหม่ โดยตั้งคำถามว่ามลพิษทางอากาศส่งผลผ่านช่องทางเดียวกันหรือไม่

นักวิจัยทดลองด้วยการให้หนูสัมผัสกับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 0.1 ไมครอน (UFP) และอีกกลุ่มสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ผ่านการกรองเป็นเวลา 10 สัปดาห์ โดยแต่ละกลุ่มจะได้หายใจเอาอากาศที่กำหนดไว้เข้าไปในร่างกาย 6 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลา 3 วันต่อสัปดาห์

ผลการทดลอง พบว่า หนูที่หายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนเข้าไปจะมีการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ส่วนซีคัม (Cecum) หรือกระพุ้งลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนต้นของลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ ยังพบว่า อุจจาระของหนูมีกรดไขมันสายสั้นในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นสารที่แบคทีเรียในลำไส้สร้างขึ้นระหว่างการหมักใยอาหาร

หนูกลุ่มดังกล่าวยังพบภาวะเครียดออกซิเดชันในตับ และมีคราบไขมันสะสมในหลอดเลือดมากขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทดลองด้วย

'มลพิษทางอากาศ' ไม่ได้อันตรายแค่ปอด อาจทำร้ายทั้งลำไส้-หัวใจ

สัญญาณที่ไร้อาการ

ประเด็นที่นักวิจัยให้ความสนใจ คือ ลำไส้ไม่ได้แสดงอาการอักเสบให้เห็นอย่างชัดเจนในขณะที่ความเสียหายกำลังก่อตัวขึ้น

นักวิจัย ระบุว่า แบคทีเรียที่เปลี่ยนแปลงไปอาจปล่อยสารโมเลกุลบางชนิดเข้าสู่กระแสเลือดได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือสัญญาณเตือนใดๆ ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น

ดร. อาราอูโจ กล่าวว่า มลพิษทางอากาศอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิตของผู้คนได้อย่าง เงียบ ๆ โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า โดยเป็นข้อสังเกตที่สอดคล้องกับผลการศึกษาอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่ามลพิษสามารถส่งผลเสียต่อหัวใจได้ แม้จะมีระดับความเข้มข้นต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ในปัจจุบันก็ตาม

 

 

 

มลพิษทางอากาศกระทบคนทั่วโลก

ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่า มลพิษทางอากาศภายนอกอาคารเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรถึง 4.2 ล้านคนทั่วโลกในปี 2019 และประมาณ 68% ของการเสียชีวิตเหล่านั้นมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง

การประเมินระดับโลกเมื่อเร็วๆ นี้ยังระบุว่าจำนวนผู้เสียชีวิตต่อปีจะสูงขึ้นไปอีก เมื่อนับรวมฝุ่นละอองขนาดเล็กแยกต่างหาก เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้สามารถแทรกซึมลึกเข้าไปในปอดและกระแสเลือด และมีเพียงไม่กี่เมืองเท่านั้นที่ได้มาตรฐานอากาศสะอาดที่สุด

ตัวเลขเหล่านี้อธิบายได้ว่าทำไมกลไกจึงมีความสำคัญ การทำความเข้าใจว่ามลพิษเข้าสู่หลอดเลือดแดงได้อย่างไร อาจนำไปสู่แนวทางในการขัดขวางกระบวนการดังกล่าว แทนที่จะแค่ทำการวัดจำนวนผู้เสียชีวิตจากมลพิษเท่านั้น

นักวิจัย UCLA ย้ำว่า การศึกษาครั้งนี้เป็นการทดลองในหนู ซึ่งถูกเพาะพันธุ์ให้เกิดคราบไขมันในหลอดเลือดได้ง่าย ดังนั้น ผลลัพธ์จึงยังไม่สามารถนำมาใช้ยืนยันได้ว่ากระบวนการเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นในมนุษย์ และระมัดระวังที่จะนำเสนอผลงานนี้ในฐานะกลไกมากกว่าข้อสรุป

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยทิ้งท้ายว่าว่า งานวิจัยในอนาคตควรศึกษาว่า การปรับเปลี่ยนแบคทีเรียในลำไส้ หรือการยับยั้งสารเคมีบางชนิดที่แบคทีเรียผลิตขึ้น จะสามารถชะลอการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือดได้หรือไม่ หากทำได้จริง ลำไส้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญในการศึกษาผลกระทบของมลพิษทางอากาศและอาจกลายเป็นด่านหน้าสำคัญอย่างคาดไม่ถึงในการต่อสู้กับสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้

ที่มา: Earth.com

 

 

 

 

related