
SHORT CUT
รู้จักปลานักล่า 'ปลากะพงขาว-ปลาอีกง' ตัวช่วยสำคัญสยบและตัดวงจรปลาหมอคางดำ ไม่ให้เติบโตขึ้นมาขยายพันธุ์ซ้ำในระบบนิเวศ
การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ สัตว์น้ำต่างถิ่นรุกรานที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและเกษตรกรไทย ยังคงถูกดำเนินการอย่างต่อเนื่องผ่านแผนปฏิบัติการของภาครัฐ โดยมีหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือการควบคุมเชิงชีววิธี (Biological Control) ด้วยการปล่อย ‘ปลาผู้ล่า’ ลงสู่แหล่งน้ำ เพื่อใช้กลไกห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติเข้ามาช่วยสยบและตัดวงจรการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ
เป้าหมายของปลาผู้ล่ามุ่งเน้นไปที่ ‘ลูกปลาหมอคางดำ’ ที่มีขนาดเล็กไม่เกิน 3 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะวัยอ่อนก่อนที่พวกมันจะเติบโตเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์
เนื่องจากปลาหมอคางดำเป็นสายพันธุ์ที่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว วางไข่ถี่ และมีพฤติกรรมอมไข่ในปากทำให้มีอัตราการรอดชีวิตสูง หากไม่หยุดยั้งประชากรวัยอ่อนเหล่านี้ตั้งแต่แรกเริ่ม พวกมันจะเติบโตขึ้นมาสืบพันธุ์และสร้างประชากรระลอกใหม่หมุนเวียนในระบบนิเวศอย่างไม่สิ้นสุด
ทั้งนี้ กรมประมงได้คัดเลือกปลาผู้ล่าพื้นถิ่นที่มีศักยภาพสูง จำนวน 2 ชนิด เพื่อนำมาเพาะเลี้ยงและปล่อยสู้กับลูกปลาหมอคางดำ
1. ปลากะพงขาว
ขนาดลำตัวที่ปล่อย: ประมาณ 4 นิ้ว
อัตราการล่า: จับกินลูกปลาหมอคางดำได้ราว 5 – 12 ตัวต่อวัน
จุดเด่น: เป็นปลาที่มีสัญชาตญาณผู้ล่าสูง ดุร้าย และสามารถไล่จับเหยื่อได้ในปริมาณมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่แหล่งน้ำปิด บ่อกักเก็บ หรือระบบน้ำที่มีลูกปลาชุกชุม
2. ปลาอีกง
ขนาดลำตัวที่ปล่อย: ประมาณ 4 นิ้ว
อัตราการล่า: จับกินลูกปลาหมอคางดำได้ราว 3 – 4 ตัวต่อวัน
จุดเด่น: มีความทนทานต่อสภาพความเค็มที่แปรปรวนได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการปล่อยลงในระบบนิเวศน้ำกร่อย ชายฝั่งทะเล และพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งเป็นจุดที่เครื่องมือประมงเข้าถึงได้ยาก
อย่างไรก็ตาม การปล่อยปลาผู้ล่าเป็นเพียงมาตรการเสริมที่ต้องทำควบคู่ไปกับมาตรการหลัก เช่น การใช้เครื่องมือประมงจับปลาหมอคางดำตัวใหญ่ออกจากแหล่งน้ำก่อน เนื่องจากปลาผู้ล่าทั้งสองชนิดเน้นจับกินเฉพาะลูกปลาขนาดเล็ก ไม่สามารถกลืนปลาหมอคางดำตัวเต็มวัยได้ ขณะเดียวกัน ปลาหมอคางดำตัวใหญ่ก็ไม่สามารถกินปลาผู้ล่าขนาด 4 นิ้วได้เช่นกัน เพราะมีขากรรไกรและขนาดปากที่เล็กกว่า
ดังนั้น การปล่อยปลากะพงขาวและปลาอีกงจึงทำหน้าที่เป็นกองทัพเก็บตก เพื่อกำจัดลูกปลาหมอคางดำที่รอดพ้นจากอวนหรือเครื่องมือจับปลา ไม่ให้เติบโตขึ้นมาสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศได้อีก