รู้จัก ‘ปลานักล่า’ สยบลูกปลาหมอคางดำ ตัดวงจรก่อนเติบโต

รู้จัก ‘ปลานักล่า’ สยบลูกปลาหมอคางดำ ตัดวงจรก่อนเติบโต

รู้จักปลานักล่า 'ปลากะพงขาว-ปลาอีกง' ตัวช่วยสำคัญสยบและตัดวงจรปลาหมอคางดำ ไม่ให้เติบโตขึ้นมาขยายพันธุ์ซ้ำในระบบนิเวศ

SHORT CUT

  • ภาครัฐใช้มาตรการควบคุมเชิงชีววิธี โดยปล่อยปลาผู้ล่าลงแหล่งน้ำเพื่อกำจัด "ลูกปลาหมอคางดำ" เป็นการตัดวงจรก่อนที่พวกมันจะเติบโตและขยายพันธุ์
  • กรมประมงได้คัดเลือกปลาผู้ล่า 2 ชนิด คือ "ปลากะพงขาว" ที่มีสัญชาตญาณนักล่าสูงเหมาะกับแหล่งน้ำปิด และ "ปลาอีกง" ที่ทนทานต่อน้ำกร่อยเหมาะกับพื้นที่ชายฝั่ง
  • การปล่อยปลาผู้ล่าเป็นเพียงมาตรการเสริมที่ต้องทำควบคู่กับการใช้เครื่องมือประมงจับปลาหมอคางดำตัวเต็มวัย เนื่องจากปลาผู้ล่ากินได้เฉพาะลูกปลาขนาดเล็กเท่านั้น

รู้จักปลานักล่า 'ปลากะพงขาว-ปลาอีกง' ตัวช่วยสำคัญสยบและตัดวงจรปลาหมอคางดำ ไม่ให้เติบโตขึ้นมาขยายพันธุ์ซ้ำในระบบนิเวศ

การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ สัตว์น้ำต่างถิ่นรุกรานที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและเกษตรกรไทย ยังคงถูกดำเนินการอย่างต่อเนื่องผ่านแผนปฏิบัติการของภาครัฐ โดยมีหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือการควบคุมเชิงชีววิธี (Biological Control) ด้วยการปล่อย ‘ปลาผู้ล่า’ ลงสู่แหล่งน้ำ เพื่อใช้กลไกห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติเข้ามาช่วยสยบและตัดวงจรการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ

เป้าหมายของปลาผู้ล่ามุ่งเน้นไปที่ ‘ลูกปลาหมอคางดำ’ ที่มีขนาดเล็กไม่เกิน 3 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะวัยอ่อนก่อนที่พวกมันจะเติบโตเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์

เนื่องจากปลาหมอคางดำเป็นสายพันธุ์ที่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว วางไข่ถี่ และมีพฤติกรรมอมไข่ในปากทำให้มีอัตราการรอดชีวิตสูง หากไม่หยุดยั้งประชากรวัยอ่อนเหล่านี้ตั้งแต่แรกเริ่ม พวกมันจะเติบโตขึ้นมาสืบพันธุ์และสร้างประชากรระลอกใหม่หมุนเวียนในระบบนิเวศอย่างไม่สิ้นสุด

ทั้งนี้ กรมประมงได้คัดเลือกปลาผู้ล่าพื้นถิ่นที่มีศักยภาพสูง จำนวน 2 ชนิด เพื่อนำมาเพาะเลี้ยงและปล่อยสู้กับลูกปลาหมอคางดำ

รู้จัก ‘ปลานักล่า’ สยบลูกปลาหมอคางดำ ตัดวงจรก่อนเติบโต

1. ปลากะพงขาว

ขนาดลำตัวที่ปล่อย: ประมาณ 4 นิ้ว

อัตราการล่า: จับกินลูกปลาหมอคางดำได้ราว 5 – 12 ตัวต่อวัน

จุดเด่น: เป็นปลาที่มีสัญชาตญาณผู้ล่าสูง ดุร้าย และสามารถไล่จับเหยื่อได้ในปริมาณมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่แหล่งน้ำปิด บ่อกักเก็บ หรือระบบน้ำที่มีลูกปลาชุกชุม

2. ปลาอีกง

ขนาดลำตัวที่ปล่อย: ประมาณ 4 นิ้ว

อัตราการล่า: จับกินลูกปลาหมอคางดำได้ราว 3 – 4 ตัวต่อวัน

จุดเด่น: มีความทนทานต่อสภาพความเค็มที่แปรปรวนได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการปล่อยลงในระบบนิเวศน้ำกร่อย ชายฝั่งทะเล และพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งเป็นจุดที่เครื่องมือประมงเข้าถึงได้ยาก

อย่างไรก็ตาม การปล่อยปลาผู้ล่าเป็นเพียงมาตรการเสริมที่ต้องทำควบคู่ไปกับมาตรการหลัก เช่น การใช้เครื่องมือประมงจับปลาหมอคางดำตัวใหญ่ออกจากแหล่งน้ำก่อน เนื่องจากปลาผู้ล่าทั้งสองชนิดเน้นจับกินเฉพาะลูกปลาขนาดเล็ก ไม่สามารถกลืนปลาหมอคางดำตัวเต็มวัยได้ ขณะเดียวกัน ปลาหมอคางดำตัวใหญ่ก็ไม่สามารถกินปลาผู้ล่าขนาด 4 นิ้วได้เช่นกัน เพราะมีขากรรไกรและขนาดปากที่เล็กกว่า

ดังนั้น การปล่อยปลากะพงขาวและปลาอีกงจึงทำหน้าที่เป็นกองทัพเก็บตก เพื่อกำจัดลูกปลาหมอคางดำที่รอดพ้นจากอวนหรือเครื่องมือจับปลา ไม่ให้เติบโตขึ้นมาสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศได้อีก