
ไทยปรับกฎหมายปลดล็อกไม้เศรษฐกิจ ปลูก-ใช้ประโยชน์ได้ถูกกฎหมาย เพิ่มไม้ไทยป้อนอุตสาหกรรม ดันเศรษฐกิจสีเขียว
ประเทศไทยเดินหน้าปรับกฎหมายและกฎระเบียบด้านไม้เศรษฐกิจ หวังปลดล็อกข้อจำกัดการปลูกและใช้ประโยชน์จากไม้ในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย เปิดทางประชาชน เกษตรกร และภาคเอกชนสามารถปลูก ดูแล และนำไม้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเพิ่มแหล่งวัตถุดิบไม้ในประเทศ ควบคู่การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย พร้อมด้วยนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ และคณะ เข้าร่วมการประชุม Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างประเทศด้านการค้าไม้ถูกกฎหมาย การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และการพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
นายสุชาติกล่าวปาฐกถาพิเศษว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวไปพร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยต้องการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ เพื่อส่งเสริมการปลูกและใช้ประโยชน์จากไม้เศรษฐกิจ โดยไม้ที่ปลูกในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือที่ดินที่มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย สามารถปลูก ดูแล และใช้ประโยชน์ได้ตามกฎหมาย การปรับกติกาดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชน เกษตรกร และภาคเอกชนสามารถพัฒนาไม้เศรษฐกิจให้เป็นทั้งแหล่งรายได้และวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมภายในประเทศ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลส่งเสริมการปลูกไม้โตเร็วและไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มทั้งพื้นที่สีเขียวและปริมาณไม้สำหรับใช้ในประเทศ โดยวางเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การปลูก การจัดการ การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมให้ความสำคัญกับไม้จากแหล่งถูกกฎหมายและการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน
อีกประเด็นสำคัญคือการสร้างห่วงโซ่อุปทานไม้ที่โปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ไม้ไทยสามารถเข้าสู่ตลาดที่ให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบและมาตรฐานด้านความยั่งยืน
นายสุชาติ ระบุว่า การส่งเสริมไม้เศรษฐกิจไม่ได้มีเป้าหมายเฉพาะการเพิ่มวัตถุดิบให้ภาคอุตสาหกรรม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมถึงนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไม้และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับเวที GLSTF 2026 ไทยยังมุ่งใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติด้านไม้ถูกกฎหมายและการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไม้ไทยให้เติบโตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมีเป้าหมายให้การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การสร้างรายได้จากไม้เศรษฐกิจ และการพัฒนาอุตสาหกรรม สามารถเดินหน้าไปพร้อมกันในระยะยาว