วิกฤตแม่น้ำสาย! เชียงรายห้ามใช้น้ำ หลังพบสารหนูเกินมาตรฐาน 28 เท่า

วิกฤตแม่น้ำสาย! เชียงรายห้ามใช้น้ำ หลังพบสารหนูเกินมาตรฐาน 28 เท่า

สารพิษข้ามพรมแดนไทยยังวิกฤต เชียงรายสั่งห้ามประชาชนใช้น้ำในแม่น้ำสายแล้ว หลังพบสารหนูพุ่งเกินมาตรฐาน 28 เท่า สื่อต่างชาติสืบเจาะถึงทุนจีน

อย่าลืมมลพิษที่เกิดกับชาวบ้านภาคเหนือ! สถานการณ์มลพิษข้ามพรมแดนในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยเข้าสู่ขั้นวิกฤตมากขึ้น ล่าสุดหน่วยงานภาครัฐและกรมควบคุมมลพิษยกระดับมาตรการเตือนภัยขั้นสูงสุด สั่งห้ามประชาชนใช้น้ำดิบจากแม่น้ำสายและลุ่มน้ำที่เชื่อมโยงอย่างเด็ดขาด หลังผลตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการพบการปนเปื้อนของโลหะหนักและสารพิษสะสมในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรง

Cr.สำนักงานสิ่งแวดล้อมเเละควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่

ภาครัฐออกประกาศเตือนภัย ห้ามใช้น้ำ-บริโภคสัตว์น้ำ 5 ตำบล

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (สคพ.1 เชียงใหม่) กรมควบคุมมลพิษ ได้ออกประกาศยกระดับการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสาย โดยมีคำสั่งห้ามประชาชนในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอแม่สาย ได้แก่ ตำบลแม่สาย, ตำบลโป่งผา, ตำบลเกาะช้าง, ตำบลเวียงพางคำ และตำบลศรีเมืองชุม ใช้น้ำดิบจากแม่น้ำสายในการอุปโภคบริโภค หรือนำเข้าสู่ระบบประปาหมู่บ้านโดยเด็ดขาด

ต่อมาในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นพ.ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกแถลงการณ์เตือนภัยสุขภาพเพิ่มเติม โดยขอความร่วมมือประชาชนให้หลีกเลี่ยงการจับและบริโภคสัตว์น้ำจากแม่น้ำสาย โดยเฉพาะสัตว์น้ำหน้าดิน เช่น กุ้ง หอย และเครื่องในปลา เนื่องจากเป็นจุดสะสมของสารเคมีและโลหะหนัก

Cr.สำนักงานสิ่งแวดล้อมเเละควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่

ผลตรวจแล็บ คพ.พบสารหนูเกินมาตรฐาน 28.4 เท่า

การประกาศเตือนภัยดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องมาจากรายงานของศูนย์ปฏิบัติการวิเคราะห์มลพิษและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ ที่ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำรอบล่าสุด ระหว่างวันที่ 26-30 กันยายน 2569 และรายงานผลวิเคราะห์อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569

จากผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำสาย ตรวจพบปริมาณ สารหนู (Arsenic) สูงสุดถึง 0.284 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานแหล่งน้ำผิวดิน (ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร) ถึง 28.4 เท่า ซึ่งถือเป็นสถิติการปนเปื้อนสูงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกมา นอกจากนี้ยังพบสารตะกั่วบริเวณสถานีบ้านหัวฝายและสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานกว่า 5 เท่า รวมถึงตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกก (พื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และ อ.เมือง จ.เชียงราย) และแม่น้ำโขงบริเวณ อ.เชียงแสน

ด้านการตรวจคัดกรองทางสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เชียงราย ได้รายงานข้อมูล ณ ต้นเดือนตุลาคม 2569 ว่าจากการสุ่มตรวจเลือดและปัสสาวะประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ชายแดนจำนวน 569 ราย พบผู้มีระดับโลหะหนักสะสมในร่างกายเกินเกณฑ์มาตรฐานแล้วจำนวน 31 ราย

Cr.กรมควบคุมมลพิษ

สื่อต่างชาติ Mongabay สืบสวนต้นตอ: เหมืองแร่ในเมียนมาและทุนจีน

ด้านสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมระดับโลก Mongabay ได้เผยแพร่รายงานการสืบสวนเชิงลึก เจาะแหล่งที่มาของมลพิษข้ามพรมแดนที่ไหลลงสู่ประเทศไทย โดยระบุข้อเท็จจริงสำคัญดังนี้:

การขยายตัวของเหมืองแร่หลังรัฐประหาร: นับตั้งแต่การรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2021 มีการทำเหมืองทองคำ และเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earths) ผุดขึ้นมากกว่า 800 แห่งในพื้นที่ความขัดแย้งของรัฐฉานและรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่ไหลสู่ฝั่งไทย โดยการทำเหมืองส่วนใหญ่ไม่มีบ่อกักเก็บกากแร่ (Tailings Ponds) ทำให้สารหนู ตะกั่ว และน้ำเสียจากการแต่งแร่ถูกปล่อยลงสู่ลำน้ำธรรมชาติโดยตรง

วิกฤตแม่น้ำสาย! เชียงรายห้ามใช้น้ำ หลังพบสารหนูเกินมาตรฐาน 28 เท่า

การย้ายฐานมลพิษของทุนจีน: รายงานระบุว่า เมียนมากำลังกลายเป็นพื้นที่รองรับมลพิษ (Sacrifice Zone) เนื่องจากรัฐบาลจีนได้เพิ่มความเข้มงวดด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมภายในประเทศ กลุ่มนายทุนจีนจึงย้ายฐานการขุดเจาะและถลุงแรร์เอิร์ธเข้ามาในเมียนมา โดยได้รับการสนับสนุนทางเทคโนโลยีและเครื่องจักร แลกกับการให้เค้กตอบแทนแก่กองกำลังท้องถิ่นเพื่อนำเงินไปใช้ในสงคราม

เส้นทางแร่และการผ่านแดน: แร่ธาตุทรงมูลค่าที่ขุดได้ส่วนใหญ่จะถูกส่งกลับไปแปรรูปในประเทศจีน เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะเดียวกัน รายงานสืบสวนยังชี้ว่า มีการใช้ช่องว่างทางกฎหมายบริเวณชายแดนไทยเป็นเส้นทางผ่าน (Transit Hub) ในการขนส่งและค้าแร่โดยไร้การตรวจสอบที่มาอย่างแน่ชัด

ภาคประชาชนเรียกร้องยกระดับการทูตเชิงรุก

จากสถานการณ์ดังกล่าว เครือข่ายภาคประชาสังคมและกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภาคเหนือ ได้ยื่นข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลไทย ให้เปลี่ยนผ่านมาตรการจากการเพียงแค่ตั้งรับและแจกจ่ายน้ำประปาทดแทน มาเป็นการใช้กลไกทางการทูตยกระดับปัญหานี้เป็น "วาระมลพิษข้ามพรมแดนระดับภูมิภาค" โดยเร่งเจรจาตรงกับรัฐบาลจีนและเมียนมา เพื่อควบคุมและปิดเหมืองแร่ที่ผิดสุขลักษณะบริเวณต้นน้ำอย่างเร่งด่วนก่อนที่ระบบนิเวศและสุขภาพของประชาชนจะเสียหายอย่างถาวร

related