svasdssvasds

พายุฤดูหนาวยักษ์ถล่มสหรัฐฯยาว 2,000 ไมล์ อุณหภูมิดิ่งถึง -50 องศา

พายุฤดูหนาวยักษ์ถล่มสหรัฐฯยาว 2,000 ไมล์ อุณหภูมิดิ่งถึง -50 องศา

สหรัฐเผชิญพายุฤดูหนาวรุนแรง แนวน้ำแข็งยาว 2,000 ไมล์พัดถล่มจากตะวันตกจรดตะวันออก หิมะหนาหนัก–ลมหนาวจัด ดันอุณหภูมิรู้สึกต่ำสุด -50 องศาฟาเรนไฮต์

พายุฤดูหนาวขนาดมหึมากำลังก่อตัวขึ้นเหนือสหรัฐอเมริกา และถูกจับตาว่าอาจกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงที่สุดของปี แนวพายุยาวกว่า 2,000 ไมล์ กำลังแผ่ขยายจากเมืองอัลบูเคอร์กีไปจนถึงบอสตัน พร้อมอุณหภูมิที่อาจลดต่ำถึง -50 องศาฟาเรนไฮต์ และหิมะหนาสูงสุดราวหนึ่งฟุตในหลายพื้นที่

ระบบพายุลูกนี้ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ของประเทศ ส่งผลให้หน่วยงานสาธารณูปโภคต้องเข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อมสูงสุด เที่ยวบินจำนวนมากถูกยกเลิก ขณะที่ร้านค้าหลายแห่งเริ่มเผชิญกับชั้นวางสินค้าว่างเปล่า โดยเฉพาะน้ำดื่มบรรจุขวดซึ่งถูกกว้านซื้ออย่างรวดเร็วจากความกังวลของประชาชน

นักอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าพายุจะก่อให้เกิดพายุฝนน้ำแข็งรุนแรง ตั้งแต่รัฐเท็กซัสไล่ขึ้นไปทางตอนใต้ของประเทศ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหิมะตกหนักจากโอคลาโฮมาผ่านกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นิวยอร์ก และบอสตัน หลังจากนั้นจะตามมาด้วยมวลอากาศอาร์กติกที่หนาวจัดอย่างยาวนาน ซึ่งอาจทำให้อุณหภูมิที่รู้สึกได้จากแรงลมลดต่ำถึง -50 องศาฟาเรนไฮต์ในบางพื้นที่ของมินนิโซตาและนอร์ทดาโคตา

ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศเตือนว่า ความเสียหายจากพายุครั้งนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ถูกน้ำแข็งปกคลุม อาจรุนแรงในระดับเดียวกับพายุเฮอริเคนขนาดใหญ่ ไม่เพียงแต่อาคารบ้านเรือนจะได้รับผลกระทบ แต่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างระบบไฟฟ้าก็อาจเสียหายเป็นวงกว้าง

ขณะนี้มีชาวอเมริกันราว 160 ล้านคนที่อยู่ภายใต้คำเตือนหรือประกาศเฝ้าระวังพายุฤดูหนาวและอากาศหนาวจัด โดยหลายพื้นที่ต้องเผชิญภัยทั้งสองรูปแบบพร้อมกัน พายุถูกคาดหมายว่าจะเริ่มขึ้นในวันศุกร์จากนิวเม็กซิโก เท็กซัส และโอคลาโฮมา ก่อนเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกสู่รัฐทางตอนใต้ และวกขึ้นเหนือเลียบชายฝั่งจนถล่มนิวอิงแลนด์ด้วยหิมะหนัก

มวลอากาศเย็นจากแคนาดาที่แผ่ลงมาทางใต้ส่งผลให้โรงเรียนในเมืองใหญ่หลายแห่งต้องปิดการเรียนการสอน โรงเรียนรัฐบาลในชิคาโกและเมืองเดส มอยน์ รัฐไอโอวา ประกาศหยุดเรียน เนื่องจากสภาพอากาศอันตรายต่อการเดินทางของนักเรียน

การคาดการณ์ระบุว่าอุณหภูมิที่รู้สึกได้จากแรงลมอาจลดต่ำถึง -35 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งหมายความว่าผิวหนังที่สัมผัสอากาศโดยตรงอาจเกิดอาการน้ำแข็งกัดภายในเวลาเพียง 10 นาที สร้างความเสี่ยงอย่างมากต่อผู้ที่ต้องออกจากบ้าน โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่ต้องเดินหรือรอรถโรงเรียนกลางแจ้ง

พายุผ่าน แต่ความเสี่ยงยังอยู่

หลังพายุผ่านไป ความหนาวเย็นจะยังคงปกคลุมพื้นที่เป็นเวลานาน ทำให้การละลายของหิมะและน้ำแข็งเป็นไปอย่างเชื่องช้า สิ่งนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้า เนื่องจากกิ่งไม้และสายไฟที่ถูกน้ำแข็งถ่วงน้ำหนักอาจขาดหรือหักได้ง่าย ถนนและทางเท้าก็อาจลื่นและอันตรายต่อเนื่องไปอีกหลายวัน

นักอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่า น้ำแข็งที่เกาะตามสายไฟและกิ่งไม้สามารถเพิ่มน้ำหนักได้หลายร้อยปอนด์ และเมื่อมีลมแรงร่วมด้วย โอกาสที่โครงสร้างเหล่านี้จะพังเสียหายยิ่งสูงขึ้น โดยอากาศหนาวจัดคาดว่าจะขยายตัวลงไปไกลถึงรัฐฟลอริดา

ความทรงจำจากคลื่นความหนาวเมื่อห้าปีก่อนที่ทำให้ระบบไฟฟ้าเท็กซัสล่มและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ยังคงหลอกหลอนสังคมอเมริกัน ผู้ว่าการรัฐเท็กซัสยืนยันว่าครั้งนี้โครงสร้างพลังงานแข็งแกร่งกว่าที่เคย ขณะที่รัฐต่าง ๆ ตั้งแต่จอร์เจีย หลุยเซียนา ไปจนถึงรัฐทางใต้ เร่งประกาศภาวะฉุกเฉิน เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และแรงงานนับพันคนรับมือกับพายุที่กำลังจะมาถึง ท่ามกลางการยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงขนาดและความรุนแรงของพายุฤดูหนาวลูกนี้อย่างชัดเจน

ที่มา : themirror

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

related