
Jungfrau Railways รถไฟสายรักษ์โลกแห่งสวิตเซอร์แลนด์ กับตำนาน 114 ปีที่ไม่ได้ดีแต่เรื่องของวิวที่งดงาม แต่เรื่องยั่งยืนก็ไม่แพ้ใครในยุโรป
ถ้าพูดถึงหนึ่งในหมุดหมายการท่องเที่ยวที่นักเดินทางทั่วโลกใฝ่ฝันว่าต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ‘สวิตเซอร์แลนด์’ คงติดอันดับต้น ๆ ของเป้าหมายเหล่านั้นเสมอ และถ้าถามถึงไฮไลท์ระดับสัญลักษณ์ของที่นี่ คำตอบคงหนีไม่พ้น Jungfraujoch (Top of Europe) ยอดเขาที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดย UNESCO พร้อมธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในทวีปยุโรป
แต่เบื้องหลังวิวเทือกเขาแอลป์สุดตระการตา รู้ไหมว่า การรถไฟยุงเฟรา (Jungfrau Railways) ถือเป็นหนึ่งในต้นแบบธุรกิจการท่องเที่ยวที่ ‘Green Native’ และทำเรื่องความยั่งยืนอย่างจริงจังมามากกว่าศตวรรษ!
ย้อนกลับไปในปีค.ศ.1893 Mr.Adolf-Guyer-Zeller ได้เสนอไอเดียสุดท้าทายในการเจาะอุโมงค์ข้ามเทือกเขาหิมะอันโหดเหี้ยม จนกระทั่งเปิดให้บริการขบวนแรกในปีค.ศ.1912 นำผู้โดยสารขึ้นสู่สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรปที่ความสูง 3,454 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลได้สำเร็จ
ในยุคเมื่อร้อยกว่าปีก่อน การจะนำรถไฟขึ้นไปบนยอดเขาสูงขนาดนั้นไม่มีระบบไฟฟ้าแรงสูงให้เชื่อมต่อ การรถไฟยุงเฟราจึงแก้ปัญหาด้วยการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (Hydro Power Plant) ของตัวเองตั้งแต่ปี 1912 เพื่อดึงพลังงานจากหิมะละลายมาปั่นกระแสไฟฟ้า จากโจทย์ที่ต้องพึ่งพาตัวเองในวันนั้น สู่จุดเริ่มต้นของ DNA การเคารพและพึ่งพาธรรมชาติมาจนถึงปัจจุบัน
การเดินทางขึ้นสู่ยุงเฟราทุกวันนี้ไม่ใช่แค่สะดวกสบายและรวดเร็ว แต่เบื้องหลังเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
ปัจจุบัน Jungfrau Railways และเมืองบริวารอย่าง Grindelwald กำลังต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียอย่างอบอุ่น โดยในปี 2025 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปสัมผัสความงดงามนี้แล้วกว่า 80,000 คน
หากคุณกำลังมองหาทริปในฝันที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติระดับโลก ความสะดวกสบาย และการได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม Jungfrau คือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง