
SHORT CUT
ย้อนรอยเพลง Black Hole Sun เพลงร็อกยุค 90 ที่แต่งเสร็จใน 15 นาที สู่การตีความใหม่โดยเนเน่ ศิลปินสาวไทยที่สะกดผู้ชมเวที America’s Got Talent ให้คนได้กลับมาฟังเพลงร็อกกันอีกครั้ง!
เมื่อหลุมดำกลายเป็นแสงสว่าง! Black Hole Sun: ตำนานเพลงกรันจ์ สู่โชว์ของเนเน่บนเวทีระดับโลก
จากเพลงยุค 90 ที่แต่งเสร็จใน 15 นาที สู่โชว์สะกดโลกของ "เนเน่" บนเวทีระดับโลก ย้อนรอยตำนาน Black Hole Sun และประวัติศาสตร์วง Soundgarden
หากพูดถึงบทเพลงที่เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์แห่งยุค 90s หนึ่งในนั้นจะต้องมีชื่อของ "Black Hole Sun" อีกหนึ่งมาสเตอร์พีซจากวง Soundgarden ที่ผสมผสานความหม่นหมอง ดนตรีแนวกรันจ์ (Grunge) เข้ากับเมโลดี้ที่สวยงามลุ่มลึก ดิ่งไปกับเสียงกีตาร์
เพลงนี้เหมือนตัวแทนของเจเนอเรชันเพลงร็อก เพลงกรันจ์ ที่ยังคลาสสิกนี้ได้กลับมาเป็นที่สนใจอย่างท่วมท้น อีก เมื่อ 'เนเน่' ศิลปินสาวชาวไทย เอาเพลงนี้ไปตีความใหม่และแสดงสดบนเวที America’s Got Talent ในรอบ Live Performance
การแสดงของเธอไม่ได้มีเพียงแค่เสียงร้องที่ทรงพลังและเปี่ยมอารมณ์เท่านั้น แต่เธอยังเพิ่มพาร์ตโซโล่กีตาร์สุดดุดันเพื่อโชว์ทักษะที่เหนือชั้น
เสียงกรีดแทงของกีตาร์ บาด และทะลุทะลวงเข้าไปที่หัวใจของผู้คนที่รักเพลงร็อก แน
เสียงแหบพร่าของเธอ และเสียงกีตาร์โซโล่ ที่ค่อยๆ พ่นโน้ตแต่ละโน้ตออกมา มันสร้างความ 'ช็อก' ให้กับทั้งกรรมการและผู้ชมในฮอลล์ รวมถึงคนที่ดูออนไลน์อยู่ด้วย
พลังแห่งการถ่ายทอดของเธอสามารถดึงเอาบรรยากาศความหม่นลึกของเพลงต้นฉบับออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้เธอทะลุผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้อย่างสง่างาม
ใครจะเชื่อว่าผลงานระดับขึ้นบัยชีตำนาน จุดเริ่มต้นมาจากความบังเอิญและใช้เวลาแต่งเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น คริส คอร์เนล (Chris Cornell) นักร้องนำผู้เป็นดั่งหัวใจของวง ได้ไอเดียนี้ระหว่างขับรถกลับจากห้องอัด Bear Creek Studio ในเมืองวูดดินวิลล์ เขาได้ยินผู้ประกาศข่าวทางวิทยุพูดประโยคหนึ่ง แต่กลับฟังเพี้ยนเป็นคำว่า "blah blah blah black hole sun blah blah blah"
คำว่า "Black Hole Sun" หรือ "ดวงอาทิตย์หลุมดำ" สะดุดใจ และฉุดใจเขาอย่างจัง
ว่ากันว่า คอร์เนลวนเวียนคิดถึงเมโลดี้ตลอดทางจนต้องรีบกลับบ้านไปอัดเสียงผิวปากเก็บไว้ในเครื่องบันทึกเสียง วันต่อมาเขาพัฒนามันด้วยกีตาร์ Gretsch คู่กับลำโพง Leslie จนได้ซาวนด์ที่เป็นเอกลักษณ์และคล้ายคลึงกับกลิ่นอายของ The Beatles อย่างน่าประหลาด แม้ในตอนแรกเขาจะคิดว่าเพื่อนร่วมวงอาจไม่ชอบเพลงนี้ด้วยซ้ำ แต่มันกลับกลายเป็นเพลงที่ฮิตที่สุดในฤดูร้อนปี 1994
มีการเปิดเผยว่า คอร์เนลเขียนเนื้อร้องขึ้นมาแบบพรั่งพรเลย คอร์เนลยืนยันว่าแท้จริงแล้วมันคือเพลงที่เศร้าและสิ้นหวัง เนื้อเพลงสะท้อนถึงโลกที่เต็มไปด้วยความจอมปลอม ยุคสมัยของคนซื่อสัตย์ได้จบสิ้นลงแล้ว ("Times are gone for honest men") มันเป็นเรื่องยากที่คนเราจะสร้างชีวิตและเสรีภาพ ซึ่งสร้างคนที่สิ้นหวัง โกรธแค้น และพร้อมจะเหยียบย่ำคนอื่นเพื่อเอาตัวรอด บทเพลงนี้จึงเป็นการรอคอยให้ดวงอาทิตย์หลุมดำปรากฏขึ้นเพื่อชำระล้างสังคมที่เสแสร้งนี้ให้หายไป
ความสำเร็จของเพลงนี้จะขาดภาพจำจากมิวสิกวิดีโอไปไม่ได้เลย ผลงานการกำกับของ โฮเวิร์ด กรีนฮาลก์ (Howard Greenhalgh) นำเสนอภาพวันสิ้นโลกแบบเหนือจริง (Surreal and apocalyptic) ที่เสียดสีวิถีชีวิตชนชั้นกลางในย่านชานเมือง ผู้คนในเอ็มวีมาพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวฉีกกว้างอย่างผิดธรรมชาติ ก่อนที่พวกเขาและทุกสิ่งจะถูกดูดกลืนหายไปในดวงอาทิตย์ที่เปลี่ยนสภาพเป็นหลุมดำ ในขณะที่วง Soundgarden ยืนเล่นดนตรีด้วยท่าทีเรียบเฉย
วิดีโอสุดล้ำนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเอ็มวีที่ดีที่สุดของยุค 90 ได้รับการเปิดวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าทางช่อง MTV จนสามารถคว้ารางวัล Best Metal/Hard Rock Video จากเวที MTV Video Music Awards ปี 1994 และรางวัล Clio Award สาขา Alternative Music Video ในปี 1995 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่
ถ้าหากจะเข้าใจเพลง Black Hole Sun ให้มากขึ้น เราทุกคนคงต้องมองย้อนกลับไปที่รากเหง้าของวง Soundgarden ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 ที่เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน โดยมี คริส คอร์เนล, คิม ทายิล และ ฮิโร ยามาโมโตะ ชื่อวงได้แรงบันดาลใจจากประติมากรรม "A Sound Garden" ที่จะส่งเสียงดนตรีเมื่อลมพัดผ่าน พวกเขาคือวงดนตรีรุ่นบุกเบิกที่นำพาดนตรีแนวกรันจ์ (Grunge) ให้ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างร่วมกับค่ายเพลงอินดี้อย่าง Sub Pop ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นวงกรันจ์วงแรกที่เซ็นสัญญากับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง A&M Records
พัฒนาการทางดนตรีของพวกเขาไต่ระดับความสำเร็จขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่อัลบั้ม Ultramega OK (1988) และ Louder Than Love (1989) ก่อนจะเบิกทางสู่กระแสหลักอย่างเต็มตัวด้วยอัลบั้ม Badmotorfinger (1991)
แต่จุดสูงสุดที่ทำให้พวกเขาเป็นตำนานโลกคืออัลบั้มชุดที่สี่ Superunknown (1994) ที่เปิดตัวอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 ยอดขายทะลุระดับ 6x Platinum และคว้ารางวัลแกรมมีได้สำเร็จ ซึ่งอัลบั้มนี้ก็มีเพลง Black Hole Sun อยู่ด้วยนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม โลกใบนี้ ไม่เคยมีความราบเรียบและคาดเดาได้ เพราะความตึงเครียดจากการทัวร์คอนเสิร์ตอย่างหนักหน่วงและความแตกต่างทางวิสัยทัศน์ นำไปสู่การยุบวงครั้งแรกในปี 1997
ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี 2010 เพื่อสานต่อตำนานดนตรีที่พวกเขาสร้างขึ้น พร้อมปล่อยอัลบั้ม King Animal ในปี 2012
วงการดนตรีต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อ คริส คอร์เนล ถูกพบเสียชีวิตในวันที่ 18 พฤษภาคม 2017 การจากไปอย่างกะทันหันของเขาสร้างความสะเทือนใจอย่างหนักให้กับครอบครัว เพื่อนร่วมวง แฟนเพลงทั่วโลก รวมถึงบุคคลสำคัญในวงการอย่างเชสเตอร์ เบนนิงตัน (Chester Bennington) ฟอนต์แมนวง Linkin Park การสูญเสียฟรอนต์แมนผู้มีเสียงร้องทรงพลังและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ ที่เสียชีวิตหลัง คริส คอร์เนล แค่ 2 เดือน
ดังนั้น การที่เพลง "Black Hole Sun" ถูกนำมาเล่นสดอีกครั้งบนเวทีระดับโลกโดยศิลปินอย่าง "เนเน่" จึงมีความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเพียงแค่การโชว์ศักยภาพทางดนตรี
ท่ามกลางเสียงกีตาร์ที่ดุดันและเสียงร้องที่แผดก้อง บางที การร้องเพลงของวงในครั้งนี้ อาจจะเป็นการรำลึกถึง คริส คอร์เนล ที่จากโลกนี้ไปเมื่อปี 2017 อย่างสมเกียรติ สมศักดิ์ศรีที่สุด
ท่วงทำนองของดวงอาทิตย์หลุมดำดวงนี้ จะยังคงส่องสว่างและดังกึกก้องอยู่ในใจของผู้คนไปตลอดกาล...
ที่มา :Soundgarden Black Hole Sun theguardian