
SHORT CUT
มหากาพย์ The Odyssey คนแห่ดูทั่วโลก ชวนคอหนังย้อนดู Following (1998) หนังเรื่องแรกของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ถอดรหัสงานภาพยนตร์ทุนต่ำ ที่ซ่อนความเจ๋งไว้เพียบ
การกลับมาของ Christopher Nolan ในผลงานมหากาพย์ฟอร์มยักษ์เรื่องใหม่อย่าง The Odyssey กำลังทำเอาคอหนังทั่วโลกนั่งไม่ติดเก้าอี้
สิ่งที่น่าตื่นเต้นไม่ใช่แค่สเกลงานสร้างระดับอลังการ แต่คือความอยากรู้ว่า ผู้กำกับสายสมจริงที่ชอบใช้เทคนิคถ่ายทำแบบไม่พึ่ง CG จะหยิบเอาตำนานกรีกโบราณที่เต็มไปด้วยเทพเจ้าและสัตว์ประหลาดมาเล่าในสไตล์ของเขาได้อย่างไร
ชวนย้อนกลับไปดู Following (1998) ภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา จะช่วยให้เราเห็น 'ลายเซ็น' ความเป็นโนแลนที่ถูกบ่มเพาะมานานเกือบ 30 ปี
ภาพยนตร์ Following (1998) หนังขนาดยาวเรื่องแรกของโนแลนใช้งบเพียง 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถ่ายทำด้วยฟิล์มขาวดำ 16 มม. และใช้สถานที่จริง 100% โดยไม่มีการพึ่งพาสตูดิโอ
ด้วยความที่นักแสดงและทีมงานต่างมีงานประจำ หนังเรื่องนี้จึงใช้เวลาถ่ายทำได้เฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ (ถ่ายทีละ 2-3 นาที) โนแลนต้องเหมาหน้าที่ทั้งกำกับ เขียนบท ถ่ายภาพ และตัดต่อเอง อีกทั้งต้องซ้อมคิวอย่างหนักก่อนถ่ายจริงเพื่อประหยัดค่าฟิล์ม
โนแลนเล่าว่าเขาไม่เคยเรียนในโรงเรียนสอนทำภาพยนตร์ แต่เริ่มต้นทำหนังตั้งแต่ 7 ขวบด้วยกล้อง Super 8 โดยการถ่ายทำสตอปโมชันฟิกเกอร์ของเล่น ภาพยนตร์เรื่องแรก จึงเปรียบเสมือนจุดสูงสุดของสิ่งที่เขาสามารถทำได้ด้วยทรัพยากรส่วนตัว การยืมอุปกรณ์ และความช่วยเหลือจากเพื่อนฝูง
ในมุมมองของโนแลน การใช้ปืนปลอมในหนังทุนต่ำมักจะดูไม่มีน้ำหนักและทำให้คนดูหมดความเชื่อถือ เขาจึงเลี่ยงไปใช้อาวุธอย่าง 'ค้อน' แทน เพราะสามารถทำค้อนยางเลียนแบบเพื่อถ่ายทำฉากรุนแรงได้อย่างประหยัดและดูสมจริงกว่า
เพื่อปกป้องตัวเองจากข้อผิดพลาดในห้องตัดต่อ (เช่น ฉากที่ถ่ายมาไม่สมบูรณ์เพราะไม่มีเวลาเก็บฟุตเทจ) โนแลนจึงเริ่มใช้เทคนิคการตัดสลับไทม์ไลน์ไปมา เพื่อซ่อนรอยต่อและช่องโหว่เหล่านั้น ซึ่งการเอาตัวรอดในวันนั้นได้กลายเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของโนแลนในเวลาต่อมา
การบันทึกเสียงคือสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับหนังที่ไม่มีงบ โนแลนแก้ปัญหาด้วยการเปิดเรื่องด้วย 'เสียงบรรยาย' (Voiceover) ในสถานที่ปิดที่ควบคุมเสียงได้ดีเยี่ยม เพื่อดึงคนดูให้เข้าไปอยู่ในเรื่องราวสัก 3-4 นาทีแรก ก่อนที่จะต้องออกไปเจอกับคุณภาพเสียงที่แย่ลงจากการถ่ายทำนอกสถานที่ (ซึ่งถึงตอนนั้นคนดูก็อินกับเนื้อเรื่องไปแล้ว)
มีคำกล่าวในวงการภาพยนตร์ว่า ถ้าอยากรู้ว่าผู้กำกับมีของแค่ไหน ให้ไปดูหนังเรื่องแรกของเขา Following (1998) หนังขาวดำทุนต่ำที่ภาพอาจไม่ได้เนี้ยบเหมือนหนังยุคนี้ แต่มันกลับให้ความรู้สึก 'ดิบและสมจริง' แบบที่หาดูยากแล้วในผลงานยุคหลังๆ ของเขา
หนังเล่าเรื่องของนักเขียนหนุ่มหมดไฟที่ใช้วิธีเดินสะกดรอยตามคนแปลกหน้าเพื่อหาแรงบันดาลใจ จนไปสะดุดตา Cobb โจรย่องเบาที่ชวนเขาเข้าสู่วงการนี้ เสน่ห์ของเรื่องคือการที่โนแลนค่อยๆ ปู 'กฎเกณฑ์' ของการย่องเบาให้เราอินตาม ซึ่งเทคนิคนี้กลายมาเป็นรากฐานการสร้างกฎในหนังเรื่องอื่นๆ
นอกจากนี้ การเล่นกับความหมกมุ่นและตัวละครที่ไว้ใจไม่ได้ ยังชวนให้คิดเชื่อมโยงไปถึง โอดิสซุส (Odysseus) ในโปรเจกต์ล่าสุด ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นวีรบุรุษจอมเจ้าเล่ห์ที่สุดในตำนานกรีก ตัวละครสีเทาแบบนี้แหละที่เข้าทางโนแลนที่สุด
ความเจ๋งที่แท้จริงของภาพยนตร์ Following อยู่ที่ 'บทภาพยนตร์' ล้วนๆ โนแลนเปลี่ยนข้อจำกัดเรื่องทุนสร้างให้กลายเป็นแรงผลักดัน เขาหลอกทั้งตัวละครในเรื่องและคนดูด้วยการหักมุมแบบพลิกไปพลิกมาทุกๆ 10 นาที แถมยังโชว์สกิลการตัดต่อสลับไทม์ไลน์สุดท้าทาย ซึ่งในวันนั้นมันคือเทคนิคเพื่อใช้ซ่อนความลับของเรื่อง
เส้นทางจากหนังอินดี้ทุนต่ำ สู่มหากาพย์ฟอร์มยักษ์ระดับโลก เป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนรักหนังว่า ภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากงบประมาณมหาศาลเสมอไป แต่เริ่มจากไอเดีย โครงสร้างบทที่แข็งแรง และความกล้าที่จะนำเสนอวิสัยทัศน์ต่างหาก
ที่มา : IMDB