
SHORT CUT
Away from Her หนังที่ชวนเข้าใจหัวใจคนเป็นอัลไซเมอร์ เมื่อความทรงจำเลือนหาย และคนข้างกายต้องเรียนรู้วิธีรักคนเดิมในรูปแบบใหม่
เนื่องในวันอัลไซเมอร์โลก อยากชวนมาฟังเรื่องราวหนึ่งที่บอกเล่าโรคนี้ได้อย่างอ่อนโยนและตรงไปตรงมาที่สุดเรื่องหนึ่งเท่าที่วงการภาพยนตร์เคยสร้างมา Away from Her หนังที่ไม่ได้เล่าแค่ 'อาการ' ของอัลไซเมอร์ แต่เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับหัวใจของคนที่ยังจำได้ ในวันที่คนข้างๆ ค่อยๆ ลืมทุกอย่างไปทีละน้อย
แกรนท์และฟิโอน่าเป็นคู่สามีภรรยาที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 40 ปี ชีวิตหลังเกษียณของทั้งคู่ดูสงบและเรียบง่าย กระทั่งแกรนท์เริ่มสังเกตเห็นว่าฟิโอน่ามีอาการหลงลืมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดทั้งคู่ต้องยอมรับว่านี่คือโรคอัลไซเมอร์
เมื่ออาการเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ฟิโอน่าตัดสินใจย้ายเข้าไปอยู่ในสถานดูแลผู้ป่วยด้วยตัวเอง แม้แกรนท์จะไม่อยากแยกจากภรรยา แต่ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของเธอ สถานดูแลมีกฎว่าในช่วง 30 วันแรก สมาชิกครอบครัวไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ เพื่อให้ผู้ป่วยปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ แกรนท์จึงต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนโดยไม่มีฟิโอน่าอยู่ข้างกายเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี
เมื่อครบ 30 วันและเขากลับไปเยี่ยมเธอ สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าการแยกจากกันก็เกิดขึ้น เพราะฟิโอน่าจำแทบไม่ได้แล้วว่าแกรนท์คือสามีของเธอ ขณะเดียวกันเธอกลับสร้างความผูกพันใกล้ชิดกับโอเบรย์ ชายอีกคนในสถานดูแลเดียวกัน เธอดูแลและแสดงความห่วงใยต่อเขาราวกับเป็นคู่ชีวิต แกรนท์ทำได้เพียงเฝ้ามองผู้หญิงที่เขารักมาทั้งชีวิตค่อยๆ ห่างออกไป ทั้งที่เธอยังนั่งอยู่ตรงหน้า
สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นเมื่อแมเรียน ภรรยาของโอเบรย์ ตัดสินใจพาสามีกลับไปอยู่บ้าน การจากไปของโอเบรย์ทำให้สภาพร่างกายและจิตใจของฟิโอน่าทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด แกรนท์จึงต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เขาไปพบแมเรียนและพยายามหาทางให้โอเบรย์ได้กลับมาอยู่ใกล้ฟิโอน่าอีกครั้ง นั่นหมายความว่าแกรนท์กำลังพยายามพาชายที่ภรรยาของเขาผูกพันด้วย กลับมาหาเธอด้วยมือของเขาเอง
ตรงจุดนี้เองที่ Away from Her เปลี่ยนจากหนังว่าด้วยโรคอัลไซเมอร์ มาเป็นเรื่องราวที่ตั้งคำถามกับความหมายของคำว่า 'รัก' คืออะไร?
หากเรารักใครสักคนเพราะต้องการให้เขาจำเราได้ ต้องการให้เขารักตอบ และต้องการให้ความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิม แล้วเมื่อวันหนึ่งโรคทำให้สิ่งเหล่านั้นหายไป เรายังสามารถรักคนคนนั้นต่อไปได้หรือไม่?
แกรนท์ไม่สามารถบังคับให้ฟิโอน่ากลับมาเป็นภรรยาคนเดิม และไม่สามารถเรียกร้องให้เธอจดจำเรื่องราวกว่า 40 ปีที่ทั้งสองสร้างร่วมกันได้ สิ่งเดียวที่เขายังเลือกได้คือ เขาจะปฏิบัติต่อเธออย่างไรในวันนี้ นี่อาจเป็นข้อคิดสำคัญที่สุดของหนัง
คนที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์อาจลืมชื่อของเรา ลืมว่าเราเคยทำอะไรร่วมกัน หรือแม้แต่ลืมว่าเราเป็นใคร แต่การลืมนั้นไม่ได้เกิดจากการที่เขาตัดสินใจจะไม่รักเราอีกต่อไป โรคกำลังเปลี่ยนความสามารถในการจดจำและรับรู้โลกของเขาต่างหาก
เรื่องราวนี้อาจทำให้หลายคนนึกถึงคนข้างๆ ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคู่ชีวิต พ่อแม่ หรือคนที่รักกันมานาน วันนี้เราอาจยังจับมือกัน คุยกัน หัวเราะด้วยกันได้เป็นปกติ แต่ความจริงคือไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าอนาคตจะพาอะไรมา และอัลไซเมอร์ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ไม่เลือกว่าจะเกิดกับใคร ไม่ว่าความสัมพันธ์นั้นจะแน่นแฟ้นแค่ไหน
ถ้าวันหนึ่งคนที่เรารักกลายเป็นเหมือนฟิโอน่า จำเราไม่ได้ มองเราเหมือนคนแปลกหน้า หรือแม้แต่ผูกพันกับใครอีกคนตรงหน้าเรา สิ่งนั้นเจ็บปวดแน่นอน แต่บางทีสิ่งที่พอจะปลอบใจได้บ้างก็คือ นั่นไม่ใช่เพราะเขา 'เลือก' ที่จะลืมเรา และไม่ใช่เพราะเขาหมดรักเรา
ดังนั้นถ้าวันนี้ยังมีคนที่เรารักอยู่ข้าง ๆ และเขายังจำเราได้ อาจเป็นโอกาสดีที่จะบอกรัก กอดเขาไว้ให้แน่น หรือใช้เวลาร่วมกันให้คุ้มค่า และถ้าวันหนึ่งความทรงจำนั้นเลือนหายไปจริง ๆ เขาก็ไม่เคยหมดรักเรา เพียงแต่โรคพรากความสามารถในการแสดงมันออกมาในแบบที่เราคุ้นเคยไปเท่านั้นเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง