svasdssvasds

รู้จัก Inner Child เมื่อเด็กในใจไม่หายไป และกำลังกำหนดชีวิตเรา

รู้จัก Inner Child เมื่อเด็กในใจไม่หายไป และกำลังกำหนดชีวิตเรา

Inner Child Work: เมื่ออดีตยังมีเสียงอยู่ในปัจจุบัน และการเยียวยาเริ่มต้นจากการกลับไปดูแลเด็กในใจของเราเอง

SHORT CUT

  • เด็กภายในคือส่วนหนึ่งของตัวตนที่ยังเก็บประสบการณ์ ความทรงจำ และบาดแผลจากวัยเด็กไว้ เมื่อเราไม่ตระหนักถึงเขา อารมณ์รุนแรง ความกลัว หรือปฏิกิริยาที่ “ไม่เหมือนตัวเอง” ในชีวิตผู้ใหญ่มักเกิดจาก Inner Child ที่ถูกกระตุ้น
  • ประสบการณ์ในวัยเด็กที่ไม่ได้รับการดูแลอาจส่งผลยาวนาน แต่การทำ Inner Child Work ผ่านการบำบัด การตระหนักรู้ และการดูแลตัวเองอย่างอ่อนโยน สามารถช่วยให้เราเข้าใจตัวเองลึกขึ้น และลดรูปแบบการรับมือที่ไม่เหมาะสมลงได้
  • การพูดกับตัวเองด้วยความเมตตา การให้ความรัก การยอมรับ และการสร้างความปลอดภัยทางใจ คือการบอกเด็กในใจว่า “ตอนนี้เธอไม่ต้องสู้คนเดียวแล้ว” เมื่อ Inner Child ได้รับการดูแล ชีวิตผู้ใหญ่ก็จะมั่นคง สงบ และเป็นอิสระมากขึ้น

Inner Child Work: เมื่ออดีตยังมีเสียงอยู่ในปัจจุบัน และการเยียวยาเริ่มต้นจากการกลับไปดูแลเด็กในใจของเราเอง

เราอาจเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีหน้าที่ ความรับผิดชอบ และเหตุผลมากพอจะอธิบายทุกการตัดสินใจของตัวเองได้ แต่ในบางช่วงเวลา เรากลับรู้สึกเหมือนควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โกรธง่าย น้อยใจแรง หรือหวาดกลัวโดยไม่เข้าใจว่าทำไม

ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอ หากแต่เป็นสัญญาณว่ามี “ใครบางคน” ในใจยังคงต้องการการรับฟัง นั่นอาจเป็นเด็กคนหนึ่ง นึ่งที่ยังอาศัยอยู่ภายในใจ เด็กคนนั้นคือส่วนหนึ่งของตัวตนเราที่เติบโตมาพร้อมประสบการณ์ ความทรงจำ และความรู้สึกที่ยังไม่เคยได้รับการเยียวยาอย่างแท้จริง แนวคิดนี้ถูกเรียกว่า Inner Child

Inner Child คืออะไร ?

แนวคิดเรื่อง Inner Child ถูกกล่าวถึงอย่างจริงจังในทางจิตวิทยา โดยนักจิตวิทยาคนสำคัญอย่าง Carl Jung ซึ่งมองว่ามนุษย์ไม่ได้มีเพียงตัวตนเดียว แต่ประกอบด้วยหลายส่วนที่ทำงานร่วมกัน เด็กภายในคือหนึ่งในส่วนสำคัญเหล่านั้น และมักเป็นตัวขับเคลื่อนอารมณ์อย่างลึกซึ้งโดยที่เราไม่รู้ตัว เมื่อเราขาดการตระหนักรู้ถึง Inner Child เราอาจสูญเสียการรับรู้ถึงบางส่วนของตัวเองไปด้วย และผลที่ตามมาคือการควบคุมอารมณ์ได้ยาก การตอบสนองแบบถอยกลับไปเป็นเด็ก หรือการใช้กลไกเอาตัวรอดที่ไม่เหมาะสมกับชีวิตผู้ใหญ่

รู้จัก Inner Child เมื่อเด็กในใจไม่หายไป และกำลังกำหนดชีวิตเรา

บาดแผลของ Inner Child มักเกิดจากประสบการณ์ไม่พึงประสงค์ในวัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการถูกตำหนิอย่างต่อเนื่อง การถูกละเลย ความไม่มั่นคงในครอบครัว หรือการเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความกลัว ประสบการณ์เหล่านี้อาจไม่หายไปตามกาลเวลา แต่กลับฝังอยู่ลึกในใจ และแสดงออกมาในรูปแบบของอารมณ์ที่รุนแรงเกินเหตุ ความรู้สึกอับอาย โดดเดี่ยว หรือความวิตกกังวลที่ดูไม่สมเหตุสมผลกับสถานการณ์ปัจจุบัน หลายครั้งเมื่อเรารู้สึกว่า “นี่ไม่ใช่ตัวฉันเลย” นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเด็กในใจคนนั้นกำลังถูกกระตุ้น

ตัวกระตุ้น Inner Child ไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุการณ์ใหญ่โต แต่อาจเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน เช่น การมาสาย การถูกวิจารณ์เล็กน้อย หรือการรู้สึกว่าตัวเองทำผิดพลาด สิ่งเหล่านี้อาจไปเชื่อมโยงกับความทรงจำในวัยเด็กที่เคยถูกตำหนิหรือถูกลงโทษอย่างรุนแรง จนทำให้ปัจจุบันเราเกิดปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่แรงเกินความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม Inner Child ไม่ได้มีแต่ด้านเจ็บปวดเท่านั้น เขายังเป็นแหล่งของความสดใส ความสนุก ความตื่นเต้น และความรู้สึกเบาสบาย ช่วงเวลาที่เราหัวเราะง่าย รู้สึกตื่นเต้นเหมือนเด็ก หรือมีความสุขอย่างไร้เหตุผล นั่นคือ Inner Child ด้านบวกกำลังแสดงตัวเช่นกัน

รู้จัก Inner Child เมื่อเด็กในใจไม่หายไป และกำลังกำหนดชีวิตเรา

การกลับไปพบเด็กในใจอย่างปลอดภัย

การเชื่อมต่อกับ Inner Child อาจเป็นกระบวนการที่ท้าทายทางอารมณ์ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีประวัติบาดแผลในวัยเด็ก การย้อนกลับไปทบทวนความทรงจำที่เจ็บปวดเพียงลำพังอาจทำให้เกิดการกระตุ้นซ้ำได้ ดังนั้น การมีนักบำบัดคอยดูแลจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในขณะเดียวกัน เราสามารถเริ่มต้นอย่างอ่อนโยนด้วยการเปิดพื้นที่ให้ตัวเองกลับไปสัมผัสความสุขแบบเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมที่เคยรัก การอนุญาตให้ตัวเองเล่นหรือไร้สาระบ้าง หรือเพียงแค่ยอมรับว่าความสุขเล็กๆ ก็มีคุณค่า สิ่งเหล่านี้คือการบอกเด็กในใจว่าเขายังมีที่ยืนและได้รับการต้อนรับ

ในเชิงการบำบัด มีหลายแนวทางที่ช่วยเยียวยา Inner Child ได้อย่างลึกซึ้ง แนวคิดอย่าง Internal Family Systems มองว่าจิตใจมนุษย์ประกอบด้วยหลายส่วน ซึ่งแต่ละส่วนพยายามปกป้องเราในแบบของมัน แม้บางครั้งจะใช้วิธีที่ไม่เหมาะสม ขณะที่การบำบัดเชิงจิตพลวัตให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และประสบการณ์ในอดีต เพื่อทำความเข้าใจว่าบาดแผลเดิมยังส่งผลต่อความสัมพันธ์และการรับรู้ของเราในปัจจุบันอย่างไร ทั้งสองแนวทางต่างมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการนำทุกส่วนของตัวตนกลับมาทำงานร่วมกันอย่างสมดุล

นอกจากการบำบัด การ “เลี้ยงดูตัวเองใหม่” หรือ reparenting คืออีกหนึ่งกระบวนการสำคัญของการทำ Inner Child Work ซึ่งหมายถึงการมอบการดูแล ความรัก และการยอมรับให้กับตัวเองในแบบที่อาจไม่เคยได้รับมาก่อน การพูดคุยกับ Inner Child ในใจ การเขียนจดหมายถึงตัวเองในวัยเด็ก การพูดประโยคปลอบโยนกับตัวเอง หรือแม้แต่การมองรูปถ่ายในวัยเด็กแล้วบอกสิ่งที่ตอนนั้นอยากได้ยิน ล้วนเป็นการยืนยันกับเด็กคนนั้นว่า ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ลำพังอีกต่อไป

ท้ายที่สุด การเยียวยา Inner Child ไม่ได้หมายถึงการจมอยู่กับอดีต แต่คือการทำความเข้าใจว่าอดีตยังมีชีวิตอยู่ในเราอย่างไร และเลือกที่จะดูแลมันด้วยความเมตตา การยอมรับว่าความเจ็บปวดในวัยเด็กมีอยู่จริง และให้คำมั่นกับตัวเองว่าในวันนี้ เราเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถปกป้อง ดูแล และโอบอุ้มเด็กคนนั้นได้อย่างเต็มที่ การเดินทางนี้อาจไม่ง่าย แต่เป็นเส้นทางที่นำไปสู่ความสงบภายใน และการใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระจากบาดแผลเดิมได้อย่างแท้จริง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

related