
SHORT CUT
วิ่งไป เที่ยวไป เปิดเมืองฮ่องกงผ่านจังหวะเท้า กับ Runcation เทรนด์ท่องเที่ยวที่ผสานการออกกำลังกายเข้ากับการเดินทาง
ไหนใครอยากไปเที่ยว แต่ก็ยังอยากได้สุขภาพดีไปพร้อมกันบ้าง?
SPRiNG ขอชวนรู้จัก Runcation เทรนด์เที่ยวรูปแบบใหม่ที่กำลังมาแรง วิ่งไป เที่ยวไป ในทริปเดียว
หลายคนอาจสงสัยว่า วิ่งแล้วจะยังสนุกไหม จะเหนื่อยก่อนหรือเปล่า หรือจะได้ซึมซับบรรยากาศเมืองจริง ๆ ไหม
คำตอบคือ…เทรนด์นี้ไม่ได้เน้นทำเวลา แต่เน้น “สัมผัสเมือง” ผ่านจังหวะเท้าของเราเอง
SPRiNG เลยหยิบหนึ่งในจุดหมายที่นักวิ่งสายเที่ยวเทใจให้
ถ้าพูดถึงฮ่องกง หลายคนอาจนึกถึงการไหว้พระ วัดดัง หรือ วิวเมืองจากกระจกรถ แต่ Runcation จะพาเราไปเห็นฮ่องกงอีกมุมหนึ่ง มุมที่ไม่ใช่แค่ “ผ่าน” แต่คือการมอง เห็น และรู้สึกด้วยตาตัวเอง
ฮ่องกงไม่ได้มีดีแค่ตึกสูง แต่ยังเป็นเมืองที่ออกแบบมาเพื่อการเดินและการวิ่งอย่างจริงจังทางเท้า ทางวิ่ง ปลอดภัย เป็นมิตรกับนักวิ่ง และการวิ่งชมเมืองนี่แหละ ที่ทำให้เราเห็นเสน่ห์ใหม่ ๆ ของฮ่องกงในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
หนึ่งในรูทที่สาย City Run ยกให้เป็น Must-run เป็นเส้นทางที่พาเราวิ่งจากใจกลางเมือง ค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นสู่ธรรมชาติ เห็นการเปลี่ยนผ่านจากตึกสูง สู่ภูเขาและความเขียวชอุ่มแบบชัดเจน
ต่างจากการนั่งรถตรงที่ถ้าเจอมุมไหนน่าสนใจ เราสามารถหยุดดู แวะถ่ายรูป หรือ ซึมซับบรรยากาศได้ทันที ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องแข่งกับเวลา
ใครกำลังมองหาทริปที่ได้ทั้งเที่ยว ได้ทั้งเหงื่อ และได้เห็นเมืองในมุมใหม่ Runcation อาจเป็นคำตอบที่ใช่กว่าที่คิด
สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับรูทวิ่ง รู้ครบแล้ว มากันต่อฝั่งสถานที่เที่ยวที่ต้องแวะกันดีกว่า เริ่มกันที่:
เริ่มต้นกันที่จุดเช็กอินแรกนั่ง MTR มาลงสถานี Wan Chai ทางออก A3 เดินออกมาก็จะเจอกับ The Blue House กลุ่มอาคารสีสันสดใสที่กลายเป็นแลนด์มาร์กของย่านนี้ ที่นี่เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตก่อนเริ่มวิ่ง แนะนำปักหมุดใน Google Maps ไปที่ The Peak Tower Sky Terrace 428 จากนั้นก็สามารถออกสตาร์ท Runcation ได้ทันที
จาก Wan Chai สู่เส้นทางขึ้นเขา หลังออกตัว เส้นทางจะพาเราวิ่งผ่าน Wan Chai Gap Road ก่อนแยกเข้าสู่เขตของ Bowen Road บริเวณนี้มีเส้นทาง Bowen Road Fitness Trail ซึ่งเป็นเส้นทางออกกำลังกายยอดนิยมของคนฮ่องกง
แม้จะมีทางเลือกหลายสาย แต่รูทนี้จะพาเราวิ่งต่อผ่าน
Wan Chai Gap → Coombe Road → Magazine Gap เพื่อมุ่งหน้าขึ้น The Peak ระหว่างทางจะมีนักวิ่งโลคอลใช้เส้นทางนี้อยู่ตลอด วิ่งตามได้สบาย ไม่ต้องกลัวเหงา
เมื่อวิ่งต่อมาเรื่อย ๆ จะถึง Barker Road หนึ่งในจุดไฮไลต์ของเส้นทาง จากตรงนี้สามารถมองเห็นหมู่ตึกสูงฝั่งเกาะฮ่องกงได้แบบเต็มตา ไม่มีสิ่งกีดขวาง ที่นี่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ข้อดีคือ ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม แต่เนื่องจากเป็นถนนที่มีรถสัญจร แนะนำให้มาในช่วงเช้าตรู่ที่รถยังไม่เยอะ จะได้ถ่ายรูปรัว ๆ
ระหว่างทางยังมีโอกาสเจอนกสวย ๆ เกาะตามกิ่งไม้ ตัดกับภาพตึกระฟ้าและอ่าววิคตอเรีย และถ้าวิ่งต่อไปอีกนิด จะเจอกับ Barker Road Station สถานีรถรางที่กำลังไต่ขึ้น The Peak สถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลให้บรรยากาศย้อนยุค โรแมนติก เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่ไม่ควรพลาด
วิ่งไป แวะถ่ายรูปไป ในที่สุดก็ถึงปลายทางที่ The Peak ด้านบนเป็นสถานีปลายทางของรถราง มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และห้างสรรพสินค้าให้แวะเติมพลังหลังวิ่ง
เส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางวิ่งขึ้นเขาที่ไม่โหดเกินไป วิวสวยตลอดทาง แวะพักได้เป็นระยะ ใครอยากลอง City Run ที่ได้ทั้งเหงื่อและวิวระดับไอคอน นี่คือรูทที่ควรมาลองสักครั้ง
ร้านทาร์ตไข่ชื่อดังในหมู่คนไทย ที่เพิ่งเปิดสาขาใหม่บน The Peak Tower ได้ชิมทาร์ตไข่หอม ๆ จิบกาแฟ พร้อมชมวิวเมืองจากมุมสูง
ไฮไลต์คือเมนู Exclusive เฉพาะสาขานี้ Puff ไส้หมูแดง ห้ามพลาด การคอลแลประหว่าง Bakehouse และร้านหมูแดงระดับตำนาน Sun Kwai Heung จากย่าน Wan Chai หมูแดงย่างเตาถ่านห่อด้วยแป้ง Puff ราคา 58 HKD
อีกหนึ่งคาเฟ่สุดฮิตของคนไทย ที่เพิ่งเปิดสาขาบน The Peak ได้ไม่นานร้านจะอยู่ด้านหลังห้าง ต้องเดินออกมาตามถนนเล็กน้อย
การได้จิบกาแฟหลังวิ่งเสร็จ พร้อมชมวิวเมืองจาก The Peak ถือเป็นรางวัลเล็ก ๆ ที่ทำให้ Runcation ทริปนี้จบได้อย่างสมบูรณ์แบบ
หลังจากขึ้นมาเติมพลังแบบเต็มอิ่มแล้ว ขากลับลองเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง
จากวิ่งเป็นขึ้นรถ Tram เปิดประสบการณ์นั่งรถรางเส้นทางคลาสสิค ที่สถานี Garden Road Peak Tram Lower Terminus (Central Terminus) ซึ่งอยู่ติดกับ Hong Kong Park ราคาตั๋ว 82 HKD (เฉพาะขากลับ)
หรือจะนั่งรถบัสก็ได้ฟีลอีกแบบ นั่งรถบัสสองชั้นสาย 15 (Citybus) สถานี The Peak Galleria มีรอบรถทุก 15 นาที ราคาตั๋ว 13 HKD ปลายทางลงที่สถานี Central ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีเท่านั้น