
SHORT CUT
The Quest of PRAKAAN สร้างปรากฏการณ์อีเวนต์แห่งปี สะท้อนสุนทรียสัมผัส ความประณีต แห่งความเป็นไทยครั้งใหม่ ด้วยการใช้ Soft Power ผ่านศิลปะ ดนตรี และนวัตกรรมท้องถิ่น ผ่านแนวคิด Recomposing Thainess to a World-Class Ritual
เรามักชินกับภาพความเป็นไทยที่ถูกยกเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่จับต้องได้ยาก จนบางครั้งเราลืมไปว่าวัฒนธรรมที่ไม่มีลมหายใจ คือวัฒนธรรมที่กำลังจะตาย ขณะเดียวกันแบรนด์ที่หยิบยกรากเหง้ามาปัดฝุ่น ให้กลายเป็นภาษาที่คนทั้งโลกอยากฟัง จะช่วยเพิ่มมูลค่าในระดับพรีเมียม
ปรากฏการณ์อีเวนต์ “The Quest of PRAKAAN” เริ่มต้นด้วยโชว์เปิดสุดอลังการในรูปแบบ “Immersive Mapping Experience” เปลี่ยนโฉมโครงสร้างบ้านโบราณอายุกว่า 135 ปี ให้กลายเป็นพื้นที่เล่าเรื่องของแบรนด์ผ่าน Visual Art เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เป็น Case Study ที่น่าสนใจของแบรนด์ PRAKAAN (ปราการ) ซิงเกิลมอลต์วิสกี้ระดับพรีเมียมแบรนด์แรกของประเทศไทย ในการทำ Cultural Recomposition หรือการนำองค์ประกอบความเป็นไทยมาจัดวางใหม่ในบริบทโลก ทำให้คนตระหนักถึงมูลค่าของมรดกทางวัฒนธรรม
การแสดงโชว์ผ่าน Visual Art สื่อสารถึง Provenance แหล่งน้ำสำคัญในการผลิตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยมาจากผืนป่าตะวันตกของไทย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจาก UNESCO รวมกับ ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย อัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะ เมืองกำแพงเพชร เมืองเก่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่ตั้งของโรงกลั่นซิงเกิลมอลต์วิสกี้ เป็นการพิสูจน์ว่าวัตถุดิบไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะสร้างมาตรฐานระดับโลกได้ หากเราใส่ความพิถีพิถันและวิทยาศาสตร์การผลิตที่แม่นยำลงไป
การดึงเอาอัตลักษณ์ของเมืองเก่ามาเล่าผ่านเลนส์ของช่างภาพระดับโลกอย่างอย่าง ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ และ โต้ วิรุนันท์ ในฐานะ Leica Thailand Ambassador ยิ่งเป็นการยกระดับภาพจำของไทยจากความวินเทจสู่ความร่วมสมัย
การผสานสุนทรียะทางดนตรีจาก “NIXSA x Synthderellar” การรวมตัว ของศิลปินไทยมาผสานกับไลน์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ที่เข้ามาเสริมไดนามิกผ่าน Modular Synth หรือดนตรี Jazz-Hop โดยศิลปินอย่าง Réjizz และ The Sonic Ritual เกิดเป็นประสบการณ์การทางดนตรีรูปแบบใหม่ ทลายกำแพงทางวัฒนธรรม สร้างมิติใหม่ของความเป็นไทย และสามารถสื่อสารจังหวะไปสู่ระดับสากลได้อย่างลงตัว
ภายใต้แนวคิด Recomposing Thainess พื้นที่แห่งนี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นห้องทดลองทางประสาทสัมผัส ที่ไม่ได้นำเสนอเพียงแค่รสชาติ แต่คือการร้อยเรียง ‘เสียง-รูป-รส’ ของความเป็นไทยร่วมสมัยผ่าน TRIBURA Space สะท้อน 3 นิยามที่แตกต่าง
ในพื้นที่ส่วนแรก PRAKAAN SELECT CASK ถูกนำเสนอผ่านบรรยากาศสีทองที่สื่อถึงความนุ่มนวล กลิ่นอายของซิตรัส วานิลลาและ น้ำผึ้ง จุดเด่นอยู่ที่การตีความวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยใหม่ในรูปแบบอาหารฟิวชันที่ละเอียดอ่อน เสริมด้วยงานดนตรีจากวง Melt and Reform ที่หยิบเอาเสียง จากธรรมชาติและองค์ประกอบของงานคราฟต์มาสังเคราะห์เป็นเพลง House ที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต
พื้นที่ของ PRAKAAN DOUBLE CASK เน้นการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมที่ใช้เลเยอร์ของไม้ มาเป็นสื่อกลางสะท้อนถึงกาลเวลาและการบ่มเพาะจากคาแรคเตอร์หลักที่มีกลิ่นของผลไม้แห้ง ช็อกโกแลต ปิดท้ายด้วยเครื่องเทศอ่อน ๆ นำเสนอคู่กับดนตรีแนวทดลองจาก The Sonic Ritual ที่ผสมผสานกลองไทยและเพอร์คัสชัน มาผสานเข้ากับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และนวัตกรรมทางดนตรี เกิดเป็นภาษาและรสชาติใหม่ทางวัฒนธรรมที่เข้มข้นและซับซ้อนกว่าเดิม
ในส่วนของ PRAKAAN PEATED MALT ด้วยเอกลักษณ์ของมอลต์บาร์เลย์คุณภาพที่ผ่านการรมควันด้วยถ่านพีต เน้นการสื่อสารผ่านควันและไฟ ซึ่งเป็นเทคนิคการปรุงอาหารขั้นสูงที่ให้กลิ่นอายเฉพาะตัว พื้นที่นี้ถูกเติมเต็มด้วยวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ผ่านดนตรีสไตล์ Jazz-Hop และ Thai-Funk จากศิลปิน Réjizz สะท้อนถึงตัวตนของคนไทยยุคใหม่ที่กล้าขบถแต่ยังคงความกลมกล่อมและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน
เครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดไม่ใช่แค่คำชมในงาน การที่ PRAKAAN (ปราการ) แบรนด์ไทยสามารถคว้ารางวัล Category Winner จากเวทีระดับโลกอย่าง World Whiskies Awards 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 คือการยืนยันความเป็นไทยระดับยอดเยี่ยม และมีมาตรฐานการผลิตระดับสากลที่ทัดเทียมกับโรงกลั่นเก่าแก่ในสกอตแลนด์หรือญี่ปุ่น