svasdssvasds

เมื่อแฟชั่นแบบ Y3K กำลังพาเราก้าวข้ามอดีต สู่พื้นที่ไร้เพศแห่งโลกอนาคต

เมื่อแฟชั่นแบบ Y3K กำลังพาเราก้าวข้ามอดีต สู่พื้นที่ไร้เพศแห่งโลกอนาคต

หากปีที่ผ่านมา Y2K คือการโหยหาอดีตที่สดใส วันนี้เข็มทิศแฟชั่นกำลังหมุนไปสู่ Y3K ยุคที่ความสวยแบบเย็นชาและล้ำสมัยกำลังเข้ามาทลายกำแพงเพศสภาพเดิมๆ

SHORT CUT

  • แฟชั่น Y3K คือเทรนด์แห่งอนาคตที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก AI และ Metaverse โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์สไตล์ที่ก้าวข้ามกรอบเรื่องเพศ
  • ลักษณะเด่นคือการใช้วัสดุอย่างโลหะหรือพลาสติกเพื่อสร้างโครงเสื้อผ้าที่แข็งแกร่ง ช่วยพรางสัดส่วนและลดทอนความโค้งเว้าของร่างกาย ทำให้เกิดรูปทรงใหม่ที่ไม่ยึดติดกับเพศสภาพ
  • แก่นแท้ของแฟชั่น Y3K คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้แสดงออกถึง 'ตัวตน' อย่างอิสระ แทนที่จะถูกจำกัดด้วยบรรทัดฐานความงามแบบชาย-หญิง

หากปีที่ผ่านมา Y2K คือการโหยหาอดีตที่สดใส วันนี้เข็มทิศแฟชั่นกำลังหมุนไปสู่ Y3K ยุคที่ความสวยแบบเย็นชาและล้ำสมัยกำลังเข้ามาทลายกำแพงเพศสภาพเดิมๆ

หากปีที่ผ่านมาการใส่กางเกงเอวต่ำ เสื้อครอปท็อป เครื่องประดับแวววาว คือกระแสการแต่งตัว ในตอนนี้อาจจะต้องเก็บแฟชั่นเหล่านี้เข้าตู้ไปก่อน เพราะเข็มทิศแฟชั่นกำลังหมุนจากความเป็นอดีต ไปสู่อนาคต ที่เทรนด์ใหม่ตอนนี้กำลังเปลี่ยนรันเวย์ไทยให้กลายเป็นแฟชั่นแบบไร้เพศสภาพ

 

ในปัจจุบันที่เราต่างอยู่ในกรอบของเสื้อผู้หญิงต้องมีความพริ้วไหว อ่อนหวาน หรือเผยให้เห็นสัดส่วนชัดเจน ส่วนเสื้อผ้าผู้ชาย ก็ถูกตีกรอบด้วยความเข้มแข็ง และเฉดสีที่จำกัด และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่ปฏิบัติตามขนบเหล่านี้ ก็มักจะถูกตั้งคำถามจากคนรอบข้างอยู่เสมอ ดังนั้นแฟชั่นในยุคอนาคตที่กำลังจะเข้ามาทลายกรอบของสังคมเหล่านี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ในอนาคตคือสิ่งที่เราสามารถเป็นตัวตนของเราได้ผ่านแฟชั่นที่ไร้ขีดจำกัดทางเพศ

ความเป็นอนาคต กำลังพาเราก้าวข้ามขีดจำกัดเรื่องเพศ

เมื่อ AI และ Metaverse กลายเป็นสิ่งที่เข้ามาในชีวิตทีละนิด เราจึงเริ่มเข้าสู่ยุคแฟชั่นแบบ Y3K ที่กำลังส่งสารถึงโลกอนาคตข้างหน้าในอีก 1000 ปี ที่เป็นความสวยแบบเย็นชา ล้ำสมัย จนแยกไม่ออกระหว่างมนุษย์กับ AI เมื่อสังคมเริ่มคุ้นชินกับผิวพรรณที่เนียนเหมือนพลาสติก โครงสร้างเสื้อผ้าที่ดูไม่น่าจะตัดเย็บได้ในปัจจุบัน การเปลี่ยนเป็นผ้าที่พริ้วไหว เป็นโครงสร้างที่แข็งแกร่งโดยใช้วัสดุจำพวกโลหะเหลว กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ดีไซเนอร์ไทยลุกขึ้นมาสร้างสรรค์ชุดที่ดูไร้ขอบเขตจินตนาการ

 

สิ่งที่น่าสนใจของแฟชั่นแบบ Y3K ไม่ใช่ความแวววาวของสีเงิน หรือเครื่องประดับที่ดูประหลาดตา วัสดุอย่างโลหะสะท้อนแสงหรือพลาสติกถูกนำมาใช้พรางสัดส่วนของมนุษย์ ที่เน้นไหล่ตั้งฉาก ลดทอนส่วนเว้าโค้งเดิมๆ ชุดเหล่านี้เปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่หลากหลายมิติ สะท้อนออกมาให้เห็นถึงขอบเขตของ ‘เพศสภาพ’ ในแฟชั่นที่ไม่จำกัดเพศ ที่เรามักตีกรอบด้วยความเป็นหญิง-ชาย แต่ในแฟชั่น Y3K สิ่งนี้คือ ‘ตัวตน’ ที่เราสามารถนิยามตัวเองใหม่ผ่านแฟชั่นล้ำสมัย ที่ออกแบบเพื่อสร้างรูปทรงใหม่ที่ไม่ว่าเพศไหนก็สามารถสวมใส่ได้

 

ภาพที่สะท้อนชัดเจนที่สุดคือภาพลักษณ์ของ aespa ในมิวสิกวิดีโอ 'Whiplash ที่สลัดความสดใสและแทนที่ด้วยความสวยแบบล้ำสมัย จนแทบแยกไม่ออกว่ามนุษย์หรือ AI ที่นำเสนอแฟชั่นแบบไร้ข้อจำกัด ผ่านโครงสร้างเสื้อผ้าที่ดูแข็งแกร่ง และการแต่งหน้าที่เน้นความสมบูรณ์จนดูคล้ายมนุษย์กึ่งหุ่นยนต์ เป็นแก่นของ Y3K ที่ความงามไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องเพศสภาพ แต่มีไว้เพื่อสื่อสารถึงความล้ำสมัย

 

 

เมื่อแฟชั่นแบบ Y3K กำลังพาเราก้าวข้ามอดีต สู่พื้นที่ไร้เพศแห่งโลกอนาคต

 

เมื่อแฟชั่นแบบ Y3K กำลังพาเราก้าวข้ามอดีต สู่พื้นที่ไร้เพศแห่งโลกอนาคต

ทลายกรอบการตัดเย็บแบบเดิมๆ สร้างแฟชั่นที่ไร้ขอบเขต

แบรนด์ไทยอย่าง PIPATCHARA หรือ PONY STONE เริ่มขยับมาทำชุดที่เป็น Unisex มากขึ้น กลายเป็นไอเทมที่ไอดอลหรือคนธรรมดาก็เลือกที่จะหยิบขึ้นมาสวมใส่ ดีไซนืความล้ำสมัยที่ไปไกลเกินกว่าจะบอกว่าชุดนี้ทำขึ้นเพื่อ ‘ผู้หญิง’ หรือ ‘ผู้ชาย’ หรือ PONY STONE ที่ทำลายกฎของการตัดเย็บแบบเดิมๆ สร้างแฟชั่นที่ไร้ขอบเขต สิ่งนี้ถือเป็นอีกนัยว่า Soft Power ของไทย ไม่ได้ติดที่ความอ่อนช้อยแบบเดิม แต่เป็นการนำเสนอความเชื่อในเรื่องของความเท่าเทียมมาผสมผสานกับเทคโนโลยี

 

เมื่อแฟชั่นแบบ Y3K กำลังพาเราก้าวข้ามอดีต สู่พื้นที่ไร้เพศแห่งโลกอนาคต

 

แต่ในขณะเดียวกัน ด้วยดีไซน์ที่มีความหลุดโลกและมีความเป็น Avant-garde และโครงสร้างของชุดและวัสดุที่แวววาวเหล่านี้อาจจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้เราสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังทำหน้าที่เป็น ‘สาร’ ของแฟชั่นที่ส่งออกสู่สายตาของคนในสังคม เป็นศิลปะที่สื่ออกมาให้เห็นว่าขอบเขตของความเป็นมนุษย์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่เพศสภาพ แต่ในอนาคตเรากำลังจะก้าวข้ามแฟชั่นที่จำกัดเพศไปสู่แฟชั่นที่แสดงออกถึงตัวตนของเรา

 

เมื่อความสมบูรณ์แบบไม่มีเพศ

มาตรฐานความงามไม่ได้ทำให้ผู้สวมใส่ดูเป็นผู้หญิง หรือผู้ชายที่เท่ขึ้น แต่ทำให้ทุกคนล้ำสมัยขึ้น สิ่งเหล่านี้ทลายกำแพงทางเพศ ที่เรามักตีกรอบให้กับมันว่าแฟชั่นมีแค่เพศชายและเพศหญิง เพราะความล้ำสมัยไม่จำเป็นต้องมีใครกำหนดว่าเพศสภาพแบบนี้ ต้องแต่งตัวแบบไหน แฟชั่นในยุคอนาคตกำลังจะบอกเราว่า เราสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ เป็นสิ่งมีชีวิตที่เราสามารถเลือกเองได้โดยไม่สนว่าเราจะเป็นใคร หรือมีเพศสภาพแบบไหน แต่คือการที่เราเป็นตัวของเราเอง

 

related