‘เดนมาร์ก’ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับ ‘ผู้หญิง’

‘เดนมาร์ก’ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับ ‘ผู้หญิง’

ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิง ไม่ได้วัดแค่รายได้หรือความปลอดภัย แต่รวมถึงความมั่นคงและความเท่าเทียม โดย ‘เดนมาร์ก’ ครองอันดับหนึ่ง

SHORT CUT

  • เดนมาร์ก ได้รับการจัดอันดับให้เป็น สถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิง โดยคว้าอันดับ 1 จาก 181 ประเทศทั่วโลก ด้วยคะแนนสูงสุดถึง 0.939 (อ้างอิงจากดัชนีผู้หญิง สันติภาพ และความมั่นคง หรือ WPS Index)
  • เดนมาร์ก ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมสม่ำเสมอในทุกมิติ ทั้ง การมีส่วนร่วม (การศึกษา, การเงิน, การเมือง, ตลาดแรงงาน), ความยุติธรรม (กฎหมายคุ้มครองสิทธิ) และ ความมั่นคงปลอดภัย (สถิติอัตราความรุนแรงต่ำมาก)
  • เดนมาร์ก มีระบบคุ้มครองทางสังคมที่ครอบคลุมและสถาบันภาครัฐที่มั่นคง ช่วยโอบรับและสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศของผู้หญิงอย่างเป็นรูปธรรมในทุกช่วงชีวิต

ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิง ไม่ได้วัดแค่รายได้หรือความปลอดภัย แต่รวมถึงความมั่นคงและความเท่าเทียม โดย ‘เดนมาร์ก’ ครองอันดับหนึ่ง

ถ้าถามว่าตอนนี้ประเทศไหนในโลก คือสถานที่ที่ดีที่สุดของ 'ผู้หญิง' ก็คงต้องตอบคำถามโดยการอ้างอิงจาก 'ดัชนีผู้หญิง สันติภาพ และความมั่นคง' (Women, Peace and Security Index หรือ WPS Index) ฉบับล่าสุด ซึ่งคำตอบยังคงเป็นประเทศในภูมิภาค 'ยุโรปเหนือ' ซึ่งกลุ่มประเทศนอร์ดิกกวาดพื้นที่ใน 5 อันดับแรกไปทั้งหมด

‘เดนมาร์ก’ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับ ‘ผู้หญิง’

ดัชนี WPS ฉบับปี 2025/26 จัดทำโดยสถาบันสตรี สันติภาพ และความมั่นคงแห่งจอร์จทาวน์ (Georgetown Institute for Women, Peace and Security) ได้ประเมินและจัดอันดับ 181 ประเทศทั่วโลก ผ่านตัวชี้วัด 13 รายการที่ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การมีส่วนร่วมของสตรี, ความยุติธรรม และความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวได้ถูกนำมารวบรวมเป็นรายงานการจัดอันดับประจำปี 2026 นี้

ผลการจัดอันดับแสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางภูมิศาสตร์อย่างชัดเจน โดยยุโรปเหนือนำโด่งในเรื่องความเป็นมาตรฐานระดับโลกด้านสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิง ในขณะที่ประเทศที่เผชิญสงคราม ความขัดแย้ง และความไม่สงบทางการเมืองกระจุกตัวกันอยู่ในกลุ่มล่างสุด

‘เดนมาร์ก’ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับ ‘ผู้หญิง’

โดย 'เดนมาร์ก' คว้าอันดับ 1 ด้วยคะแนน 0.939 ตามมาด้วย ไอซ์แลนด์, นอร์เวย์, สวีเดน และฟินแลนด์ ส่วนลักเซมเบิร์ก, เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรีย และนิวซีแลนด์ พาเหรดกันติด 10 อันดับแรกของโลก ในทางตรงกันข้าม “อัฟกานิสถาน” รั้งอันดับสุดท้าย โดยได้คะแนนไม่ถึงหนึ่งในสามของเดนมาร์กด้วยซ้ำ (คะแนนอยู่ที่ 0.279) และประเทศไทยนั้นอยู่ในลำดับที่ 57 ด้วยคะแนน 0.761 คะแนน

ทำไมกลุ่มประเทศนอร์ดิกจึงยังคงเป็นผู้นำ ?

สาเหตุที่ประเทศกลุ่มนอร์ดิกทำคะแนนได้ดีจนครองตำแหน่ง 5 อันดับแรกก็เพราะทำผลงานได้ดีอย่างสม่ำเสมอครบทั้ง 3 มิติของดัชนีชี้วัด

ผู้หญิงในประเทศเหล่านี้ได้รับประโยชน์จากการศึกษาระดับสูง มีอัตราการเข้าร่วมในตลาดแรงงานและการได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายในระดับสูง ได้รับการเข้าถึงการเงิน และมีสัดส่วนตัวแทนทางการเมืองที่เข้มแข็ง ควบคู่ไปกับสถิติอัตราความรุนแรงที่ค่อนข้างต่ำ

‘เดนมาร์ก’ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับ ‘ผู้หญิง’

นอกจากนี้สถาบันภาครัฐที่มั่นคงและระบบคุ้มครองทางสังคมที่ครอบคลุม ยังช่วยสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศตลอดทุกช่วงชีวิต

แม้จะยังไม่มีประเทศใดได้คะแนนเต็ม แต่ภูมิภาคนอร์ดิกก็ยังคงเป็นมาตรฐานเปรียบเทียบระดับโลก (Global benchmark) สำหรับคุณภาพชีวิตของผู้หญิง

สำหรับพื้นที่นอกยุโรปเหนือ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ยังคงทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ คอสตาริกาและอุรุกวัย สามารถก้าวเข้าสู่กลุ่ม 20% แรกของโลกได้เป็นครั้งแรก สะท้อนถึงการพัฒนาสิทธิและสุขภาวะของผู้หญิงที่เติบโตอย่างยั่งยืน และกลายเป็นสองประเทศที่โดดเด่นอย่างมากในแถบลาตินอเมริกา

ภัยความขัดแย้ง ตัวการสำคัญที่สร้างความแตกแยก

ในโซนล่างสุดของตารางจัดอันดับ ได้แก่ อัฟกานิสถาน, เยเมน, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, ซีเรีย, ซูดาน, เฮติ, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, บุรุนดี, ซูดานใต้ และเมียนมา ซึ่งหลายประเทศในกลุ่มนี้ต้องเผชิญกับสงครามการสู้รบ ความไม่สงบทางการเมือง หรือวิกฤตมนุษยธรรมมานานหลายปี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้หญิงอย่างหนักหน่วง

ข้อมูลระบุว่า มากกว่า 70% ของผู้หญิงที่อาศัยอยู่ใน 12 ประเทศอันดับล่างสุด พักอาศัยอยู่ในรัศมีไม่เกิน 50 กิโลเมตรจากเขตพื้นที่สู้รบ ทำให้พวกเธอเสี่ยงต่อการถูกบังคับย้ายถิ่นฐานและความรุนแรงทางเพศสูงขึ้น

นอกจากนี้ประเทศที่เปิดรับความเสี่ยงจากสงครามมากกว่า มักจะมีคะแนนด้านการเข้าถึงความยุติธรรมและสุขภาพการเจริญพันธุ์ของมารดาที่ย่ำแย่กว่าด้วย

ข้อค้นพบนี้สอดคล้องกับงานวิจัยในวงกว้างที่ชี้ว่า ความรุนแรงต่อสตรีจะพุ่งสูงขึ้นในช่วงเวลาที่สังคมไร้เสถียรภาพ ขณะที่สถาบันทางสังคมที่เปราะบางมักจะล้มเหลวในการคุ้มครองทางกฎหมายและการเยียวยา โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าความรุนแรงต่อสตรีถือเป็นหนึ่งในการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่แพร่หลายที่สุดในโลก

เมื่อสุขภาวะของผู้หญิง สะท้อนภาพรวมของสังคม

ดัชนี WPS ไม่ได้วัดเพียงเรื่องความเท่าเทียมทางเพศเท่านั้น แต่การนำตัวชี้วัดด้านความมั่นคง การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ การบริการสาธารณสุข สิทธิทางกฎหมาย และการมีส่วนร่วมทางการเมืองมารวมกัน ทำให้ดัชนีนี้ชี้ให้เห็นภาพในมุมกว้างว่า ประเทศนั้นๆ สนับสนุนให้ผู้หญิงอยู่อาศัย ทำงาน และเติบโตได้ดีแค่ไหน

ประเทศที่ได้อันดับสูง มักจะมีองค์ประกอบของโอกาสทางเศรษฐกิจ การคุ้มครองทางกฎหมายที่เข้มแข็ง มีบริการสาธารณสุขที่เข้าถึงได้ และมีระดับความรุนแรงต่ำ

ในทางกลับกัน ประเทศที่เผชิญความไร้เสถียรภาพยืดเยื้อ มักจะต้องรับมือกับความยากลำบากในหลายๆ มิติไปพร้อมกัน

ดังนั้นการจัดอันดับนี้จึงไม่ได้มองเพียงผลลัพธ์ของผู้หญิงที่แยกกันออกไปในแต่ละส่วนเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนถึง “ความยืดหยุ่นฟื้นตัวได้ของสังคม” และ “ความเข้มแข็งของสถาบันต่างๆ” ในประเทศนั้นๆ ได้อย่างลึกซึ้ง

ที่มา : Visual Capitalist

related