
SHORT CUT
'งันเฮือนดี' เหตุใดชาวอีสานจึงร้องรำและสร้างความสนุกสนานในวาระแห่งความตาย เมื่อความสนุกสนานช่วยปลอบโยนเจ้าภาพและเชื่อมความสัมพันธ์ของชุมชน
เมื่อกล่าวถึงงานศพ คนปัจจุบันมักนึกถึงเสื้อผ้าสีดำ บรรยากาศสงบ และการแสดงความเศร้าอาลัย แต่ในสังคมอีสานสมัยก่อน งานศพกลับมีเสียงแคน เสียงหมอลำ การอ่านวรรณกรรม การละเล่น และการพูดหยอกล้อระหว่างหนุ่มสาว ประเพณีนี้เรียกว่า ‘งันเฮือนดี’ โดยคำว่า ‘งัน’ หมายถึงการฉลอง สมโภช หรือจัดมหรสพ ส่วน ‘เฮือนดี’ เป็นคำเรียกเรือนที่ตั้งศพอย่างเป็นมงคล อย่างไรก็ตาม ความสนุกสนานดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าคนอีสานไม่รู้สึกเสียใจต่อความตาย แต่เป็นวิธีที่ชุมชนใช้รับมือกับความสูญเสียตามโลกทัศน์และเงื่อนไขทางสังคมของยุคนั้น
หลักฐานสำคัญปรากฏในหนังสือ ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 18 ตอนที่ 3 ของพระโพธิวงศาจารย์ (ติสโส อ้วน) ซึ่งพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2469 ระบุว่า ตั้งแต่คืนแรกที่มีผู้เสียชีวิต ญาติและเพื่อนบ้านจะมารวมตัวกันที่บ้าน ทำกิจกรรมรื่นเริงเพื่อไม่ให้ครอบครัวเจ้าภาพจมอยู่กับความเศร้ามากเกินไป ผู้ที่เป่าแคนเป็นก็จะนำแคนมาเล่น มีการขับหมอลำ อ่านเรื่องคำกลอน เช่น สังข์ศิลป์ชัย และ การะเกษ ตลอดจนเล่นเกมพื้นบ้านหลายชนิด บางงานจัดต่อเนื่องสาม ห้า หรือเจ็ดวันตามฐานะของครอบครัว
หตุผลประการแรกที่งานศพมีความรื่นเริงเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่อง ‘ขวัญ’ ในวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง คนโบราณเชื่อว่าร่างกายอาจตาย แต่ขวัญไม่ได้สูญสิ้น หากขวัญไม่กลับเข้าสู่ร่าง ผู้ตายก็จะเปลี่ยนสถานะไปเป็นผีบรรพชน คอยดูแลลูกหลานต่อไป เสียงดนตรี การขับลำ และกิจกรรมเสียงดังจึงถูกอธิบายว่าเป็นทั้งการเรียกขวัญและการเตรียมส่งผู้ตายไปยังโลกหลังความตาย งานศพจึงไม่ใช่เพียงการบอกลา แต่เป็นพิธีเปลี่ยนผ่านจากสมาชิกที่มีชีวิตไปสู่บรรพชนของครอบครัว
เหตุผลประการต่อมาคือการประคับประคองจิตใจเจ้าภาพ ‘ความม่วน’ ทำหน้าที่ต้านทานความเศร้า ญาติและเพื่อนบ้านไม่ได้มานั่งดูครอบครัวร้องไห้ แต่เข้ามาอยู่เป็นเพื่อน ชวนพูดคุย ทำอาหาร เล่นดนตรี และแบ่งเบาภาระต่าง ๆ ความทุกข์จึงถูกกระจายออกจากครอบครัวหนึ่งไปสู่คนทั้งชุมชน นอกจากนี้ ในสมัยที่ยังไม่มีการฉีดยารักษาศพหรือห้องเย็น ศพมักถูกเก็บไว้ที่บ้านเพียงไม่กี่คืนและต้องมีคนเฝ้าตลอดเวลา การเล่านิทาน เล่นเกม และร้องรำทำเพลงจึงช่วยให้ผู้คนตื่นอยู่กับศพจนถึงเช้า งานวิจัยเกี่ยวกับพิธีศพของกลุ่มชาติพันธุ์ในอีสานยังพบว่า การเฝ้าศพมีทั้งเหตุผลด้านความเชื่อและการป้องกันสัตว์หรือแมลงรบกวนศพ
งันเฮือนดียังเป็นพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ของชุมชน ผู้มาร่วมงานนำเงิน ข้าวของ และแรงงานมาช่วยเจ้าภาพ ขณะที่หนุ่มสาวมีโอกาสพบปะหยอกล้อกัน ผู้สูงอายุฟังการอ่านวรรณกรรมพื้นบ้าน งานศพจึงทำหน้าที่เป็นทั้งระบบช่วยเหลือกัน แหล่งถ่ายทอดวรรณกรรม และพื้นที่สังคมของหมู่บ้าน อย่างไรก็ตาม ประเพณีแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน และไม่ได้จัดอย่างสนุกสนานเท่ากันทุกกรณี โดยเฉพาะการตายของเด็ก คนหนุ่มสาว หรือการตายผิดธรรมชาติ ซึ่งมักมีพิธีปฏิบัติแตกต่างจากการเสียชีวิตด้วยวัยชราหรือเจ็บป่วยตามธรรมชาติ
ที่มา : ทางอีสาน