
SHORT CUT
ในวันที่โลกเผชิญกับวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ มาตรการรัฐที่ตึงเครียด กลับถูกเปลี่ยนให้เป็นความบันเทิงที่คนทั้งประเทศร้องตามได้ นี่คือเรื่องราวของ จดหมายเหตุที่ถูกบันทึกด้วยจังหวะร็อกแอนด์โรลของ 'สรวง สันติ' พ่อมดเพลงลูกทุ่งไทย
ถ้าจะบอกว่า ‘ประวัติศาสตร์ถูกบันทึกโดยผู้ชนะ’ อาจจะไม่จริงเสมอไป เพราะบางครั้งประวัติศาสตร์ก็ถูกบันทึกโดย ‘คนเจ็บจริง’ ผ่านเสียงเพลง และไม่มีใครทำได้แสบสันไปกว่า ‘สรวง สันติ’ เจ้าของฉายา ‘พ่อมดเพลงลูกทุ่ง’ ผู้ที่เปลี่ยนวิกฤตน้ำมันปี 2516 ให้กลายเป็นเพลงฮิตติดหูที่ยังคง ‘Real’ มาจนถึงปี 2026
ย้อนกลับไปปี พ.ศ. 2516 (ค.ศ. 1973) ในขณะที่ไทยกำลังวุ่นวายกับการเมืองช่วง 14 ตุลาฯ สถานการณ์โลกก็ตึงเครียดสุดๆ ใน สงครามยมคิปปูร์ (Yom Kippur War) เมื่อกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอาหรับ (OAPEC) ประกาศลดการผลิตและคว่ำบาตรประเทศที่หนุนหลังอิสราเอล ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัวอย่างรวดเร็ว
รัฐบาลจอมพล ถนอม กิตติขจร ในขณะนั้นต้องประกาศมาตรการประหยัดพลังงานขั้นเด็ดขาด เช่น การปิดไฟถนนบางส่วน ขอความร่วมมือปิดสถานบันเทิงเร็วขึ้น ลดรอบการฉายภาพยนตร์ งดจำหน่ายน้ำมันในวันเสาร์ ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวในวันอาทิตย์ และการรณรงค์ให้ใช้ไฟอย่างประหยัดในครัวเรือน เมื่อต้นทุนขนส่งพุ่งสูง ราคาข้าวของเครื่องใช้ก็ขยับตัวตาม ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง
ท่ามกลางความเครียดสรวง สันติ (หรือ จำเริญ เลี้ยงสอน) เขาคือศิลปินผู้พลิกโฉมวงการเพลงลูกทุ่งไทย ด้วยการนำดนตรีแนวร็อคแอนด์โรลและไซเคเดลิกจากฝั่งตะวันตก ผสมผสานกับลูกทุ่งซึ่งมีความทันสมัยมากในยุคนั้น แล้วสอดไส้กระแสสังคมแบบ ‘ตลกร้าย’ ถ่ายทอดความยากลำบากของประชาชน ลงไปในเนื้อเพลง แทนที่จะเป็นแนวพรรณาความรักหวานฉ่ำหรือรันทดในโชคชะตา ทำให้ผลงานของเขาโดดเด่นกว่านักร้องลูกทุ่งในยุคเดียวกัน
"น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ"
ท่อนฮิตจากเพลง ‘น้ำมันแพง’ คือการแซะนโยบายปิดไฟฟ้าหรือรณรงค์ให้ประหยัดไฟของรัฐบาลแบบนิ่มๆ แต่เจ็บจี๊ด สะท้อนว่าความเดือดร้อนมันลามไปถึง ‘พื้นที่ส่วนตัว’ของคู่รัก เพลงนี้ไม่ได้ด่าใครตรงๆ แต่เล่าผ่านกิจวัตรประจำวันที่ทุกคนทุกชนชั้นเจอ บวกกับจังหวะที่สนุกสนาน จดจำง่าย ทำให้เพลงนี้กลายเป็นจดหมายเหตุฉบับดนตรีที่คนทั้งประเทศร้องตามได้แบบขำขื่น และกลายเป็นเพลงอมตะมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากเพลง ‘น้ำมันแพง’ ที่โด่งดังเป็นพลุแตกในช่วงวิกฤตการณ์น้ำมันปี 2516 สรวง สันติ ยังมีผลงานที่เป็นอมตะอีกมากมาย ทั้งแต่งเองร้องเอง หรือแต่งแล้วมีศิลปินนำไปร้อง ที่ฟังแค่ครั้งเดียวก็ติดหูแน่นอน
ผลงานระดับขึ้นหิ้ง สะท้อนระบบขนส่งมวลชนไทยได้อมตะที่สุด ตั้งแต่การเรียกแขกไปจนถึงประโยคเด็ด "ชิดในหน่อยพี่" และการโหนรถเมล์ที่เสี่ยงตายยิ่งกว่าไปออกรบ
เนื้อเพลง : “รถเมลล์เล็กสองแถว วิ่งแจ้วมาแล้วครับพี่ รับบริการอย่างดี เชิญเถิดหญิงชายขึ้นได้ฟรี.... เชิญครับ คนหลังถอยหน้าหน่อยครับชิดขวาชิดซ้ายชิดในชิดนอก แถวซ้ายได้อีกห้าแถวขวาได้อีกหกห้อยโหนได้ตามสบาย ครับไม่ตายถ้าไม่ตกไม่ตกก็ไม่ตายนะฮะแล้วถ้าหากว่ามัน ตกล่ะก็ตายสิครับเรียบร้อยลูกพี่ไปด่วน”
ตีแผ่ชีวิตคนหาเช้ากินค่ำที่ต้องพึ่ง ‘ธนาคารคนจน’ ถึงขนาดเอา "ครก" ไปจำนำก็ทำมาแล้ว
เนื้อเพลง : “เก้าร้อยโรงจำนำมันมากมายจนเกินจำเลยนั่น ฉันเฟ่นมันเก็บเอามาจำนำ เสียเกลี้ยง เอาเงินมาเลี้ยงเพื่อให้ชื่นในอก จำนำครั้งแรกฉันเนียม ใจกระเดียมอีตอนจำนำครก”
เพลงที่สรวง สันติ แต่งให้วงรอยัลสไปรท์ จนเป็นเพลงฮิตที่เชิดชูอาชีพสิงห์รถบรรทุก ผู้แบกรับภาระการขนส่งท่ามกลางวิกฤต
เนื้อเพลง : “รักสิบล้อ..ต้องรอสิบโมง แม่คิ้วโก่งขวัญใจสิบล้อ รักจริงต้องอดใจรอ รักสิบล้อ..ต้องรอสิบโมง”
น่าเสียดายที่ สรวง สันติ ต้องจบชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปี 2525 ในขณะที่เขากำลังอยู่ในช่วงรุ่งโรจน์ของอาชีพ ด้วยวัยเพียง 37 ปี ทิ้งไว้เพียงตำนาน ‘พ่อมดเพลงลูกทุ่ง’ ที่โลกยังโหยหา ปัจจุบันผลงานของเขาถูกนำมาบันทึกเสียงใหม่และเป็นแรงบันดาลใจให้นักดนตรีรุ่นหลังทุกยุค และยังโกอินเตอร์ในกลุ่มนักฟังเพลงแนว Thai Psychedelic/Funk ทั่วโลกที่หลงใหลในความแปลกใหม่และกล้าหาญ
สุดท้ายแล้ว เพลง ‘น้ำมันแพง’ ไม่ได้เป็นแค่เพลงจังหวะสนุกที่เอาไว้เปิดตามงานบวช แต่มันคือ ‘จดหมายเหตุฉบับร็อกแอนด์โรล’ ที่พิสูจน์ว่าดนตรีลูกทุ่งไทยทำหน้าที่เก็บข้อมูลความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเมืองได้แม่นยำ
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ทศวรรษ หรือเราจะเปลี่ยนรัฐบาลมาแล้วกี่ชุด แต่ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันพุ่งจนกระเป๋าตังค์สั่น เนื้อเพลงของสรวง สันติ ก็จะถูกขุดขึ้นมาเป็นมีม (Meme) และถูกพูดถึงซ้ำๆ ราวกับเป็นพยากรณ์อากาศที่ไม่มีวันล้าสมัย
PHOTO : The Heavier Side Of The Luk Thung Underground