svasdssvasds

‘ปากน้ำโพโซกู้ด’ เปลี่ยนเมืองทางผ่าน ให้เป็น ‘เมืองคราฟต์’ มีชีวิตอีกครั้ง

‘ปากน้ำโพโซกู้ด’ เปลี่ยนเมืองทางผ่าน ให้เป็น ‘เมืองคราฟต์’ มีชีวิตอีกครั้ง

ปลุกลมหายใจ ‘นครสวรรค์’ จากเมืองทางผ่านสู่จุดหมายปลายทาง ที่สร้างประสบการณ์ที่คนทุกวัยอินได้ ผ่าน ‘ปากน้ำโพโซกู้ด @ Suchada Street Style’

SHORT CUT

  • โครงการ ‘ปากน้ำโพโซกู้ด’ คือความพยายามฟื้นฟูย่านเมืองเก่านครสวรรค์ โดยชูทุนทางวัฒนธรรมเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์จากเมืองทางผ่านสู่ ‘เมืองคราฟต์’ ที่มีชีวิตชีวา
  • ริเริ่มจัดกิจกรรมตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ‘ปากน้ำโพโซกู้ด @ Suchada Street Style’ บริเวณย่านวัดหัวเมือง เพื่อนำเสนออาหารโบราณและปลุกบรรยากาศย่านเก่าให้กลับมาคึกคัก
  • โครงการประสบความสำเร็จอย่างสูง สามารถสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่กว่า 2 ล้านบาทต่อครั้ง และพิสูจน์ว่าย่านเก่าสามารถฟื้นคืนชีวิตได้ด้วยความร่วมมือของชุมชน

ปลุกลมหายใจ ‘นครสวรรค์’ จากเมืองทางผ่านสู่จุดหมายปลายทาง ที่สร้างประสบการณ์ที่คนทุกวัยอินได้ ผ่าน ‘ปากน้ำโพโซกู้ด @ Suchada Street Style’

ลองหลับตานึกถึงภาพ ‘เมืองนครสวรรค์’ คุณเห็นอะไร?

หลายคนคงนึกถึงภาพคอนกรีตของสะพานเดชาติวงศ์ที่ทอดข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา หรือป้ายบอกทางขนาดใหญ่ที่ย้ำเตือนว่าเรากำลังเดินทางสู่ภาคเหนือ สำหรับคนเดินทาง นครสวรรค์มักถูกจดจำในฐานะ ‘เมืองผ่าน’ จุดแวะพักเติมน้ำมันหรือซื้อโมจิกล่องโตก่อนจะมุ่งหน้าต่อ

แต่ถ้าเราลองเลี้ยวรถเข้าสู่ย่านเมืองเก่าแถว ‘ปากน้ำโพ’ เราจะพบกับร่องรอยของอาณาจักรการค้าทางน้ำที่เคยรุ่งโรจน์ถึงขีดสุดในสมัยรัชกาลที่ 4 ยุคที่แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ไหลมาบรรจบกันพร้อมกับเรือสินค้าอัดแน่น และวิถีชีวิตคนไทยเชื้อสายจีนที่หยั่งรากลึกมานับร้อยปี

จากศูนย์กลางการค้าขายทางน้ำ เมื่อความเจริญเข้ามาและการคมนาคมเปลี่ยนผ่านจากทางน้ำสู่ทางบก เศรษฐกิจก็ย้ายฝั่ง ย่านตลาดเก่าที่เคยคึกคักค่อยๆ ถูกลดระดับความสำคัญเหลือเพียงความเงียบเหงาและตึกแถวไม้ที่ปิดสนิทรอวันทำความสะอาดใหญ่แค่ช่วงตรุษจีน หรือเทศกาลสำคัญเท่านั้น

‘ปากน้ำโพโซกู้ด’ เปลี่ยนเมืองทางผ่าน ให้เป็น ‘เมืองคราฟต์’ มีชีวิตอีกครั้ง

ต้นทุนทางวัฒนธรรมไม่ควรเป็นแค่เรื่องของอดีต

ทีมงานจึงมีคำถามขึ้นมาว่า เราจะปล่อยให้ประวัติศาสตร์ย่านเมืองเก่านครสวรรค์ กลายเป็นเพียง ‘พิพิธภัณฑ์ที่หายใจไม่ได้’ หรือจะเปลี่ยนมันให้เป็น ‘ฟืน’ ที่ช่วยจุดไฟเศรษฐกิจชุมชนขึ้นมาใหม่?

‘ปากน้ำโพโซกู้ด’ เปลี่ยนเมืองทางผ่าน ให้เป็น ‘เมืองคราฟต์’ มีชีวิตอีกครั้ง

นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ ผศ. ดร.กฤษณะ ดาราเรือง จากมหาวิทยาลัยเจ้าพระยา และทีมวิจัยพยายามหาคำตอบผ่านโครงการ “การพัฒนาตลาดปากน้ำโพด้วยฐานทุนวัฒนธรรมและกลไกความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และสำนึกท้องถิ่น” ภายใต้การสนับสนุนของ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.)  หน่วยงานในสังกัดสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. 

แนวคิดคือการนำ Cultural Capital หรือทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่เต็มกระเป๋า ทั้งอาหารฮกเกี้ยนโบราณ สถาปัตยกรรมเก่า และจิตวิญญาณมังกร มาปัดฝุ่นใหม่ให้กลายเป็น ‘ตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์’ ที่ไม่ได้ขายแค่ของกิน แต่ขาย ‘ประสบการณ์’ ที่คนทุกวัยอินได้

‘ปากน้ำโพโซกู้ด’ เปลี่ยนเมืองทางผ่าน ให้เป็น ‘เมืองคราฟต์’ มีชีวิตอีกครั้ง

เดินทอดน่องที่ ‘ปากน้ำโพโซกู้ด @ Suchada Street Style’

หลังจากการเฟ้นหาย่านเก่าถึง 7 แห่ง ทั้งย่านวัดหัวเมือง ย่านตลาดลาว ย่านซุนหงส์ ย่านหน้าผา ย่านตลาดริมน้ำย่านวัดโพธาราม–ตลาดบ่อนไก่ และย่านตลาดสดเทศบาล ในที่สุด ‘ย่านวัดหัวเมือง’ บนถนนสุชาดา ก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นพื้นที่นำร่อง ภายใต้ชื่อโปรเจกต์เก๋ๆ ว่า ‘ปากน้ำโพโซกู้ด @ Suchada Street Style’

‘ปากน้ำโพโซกู้ด’ เปลี่ยนเมืองทางผ่าน ให้เป็น ‘เมืองคราฟต์’ มีชีวิตอีกครั้ง

บรรยากาศที่นี่เหมือนเราได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต ในจังหวะที่ช้าลง ท่ามกลางตึกเก่าและโรงภาพยนตร์อายุครึ่งศตวรรษ คุณจะได้กลิ่นหอมของ ‘อังถ่อก้วย’ (ขนมกุยช่ายสีชมพูรูปหัวใจ) ที่หน้าเตาของป้าแก้ว รัสรินทร์ สวัสอุดมพร ที่บอกเราด้วยรอยยิ้มว่า “คนมาเดินเพราะอยากรื้อฟื้นความจำสมัยก่อน ขนมโบราณเลยขายดีมาก และอยากให้มีตลาดแบบนี้ต่อไป”

‘ปากน้ำโพโซกู้ด’ เปลี่ยนเมืองทางผ่าน ให้เป็น ‘เมืองคราฟต์’ มีชีวิตอีกครั้ง

ถัดไปอีกนิดคือ ‘ร้านขนมผักกาด’ สูตรอาม่าที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อก่อนถนนสายนี้ที่เคยเงียบเหงาหลังบ่ายสามโมง แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของผู้คนมากมายที่หลั่งไหลมาทุกวันเสาร์-อาทิตย์สุดท้ายของเดือน ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว ร้านค้าต่าง ๆ ที่เคยปิดกิจการกลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง ทั้งร้านอาหาร และร้านกาแฟ

‘ปากน้ำโพโซกู้ด’ เปลี่ยนเมืองทางผ่าน ให้เป็น ‘เมืองคราฟต์’ มีชีวิตอีกครั้ง

ความสำเร็จ ย่านวัดหัวเมือง เสน่ห์เมืองเก่าที่กลับมามีชีวิต

เชื่อไหมว่าตลาดบนถนนสายเล็กๆ ยาวเพียง 300 เมตรนี้ สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้มหาศาล มีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 200 ร้าน โดยกว่า 80% คือคนพื้นที่ มีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 9,000 คน และสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาทต่อครั้ง  คิดเป็นผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) สูงถึง 7.89 เท่า หรือพูดง่ายๆ คือ ลงทุนไป 1 บาท สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกลับมาเกือบ 8 บาท

‘ปากน้ำโพโซกู้ด’ เปลี่ยนเมืองทางผ่าน ให้เป็น ‘เมืองคราฟต์’ มีชีวิตอีกครั้ง

เมืองที่น่าอยู่ คือเมืองที่ได้ยินเสียงของทุกคน

ความสำเร็จของ ปากน้ำโพโซกู้ด ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเงินล้านเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การพิสูจน์ว่า ‘ย่านเก่าไม่จำเป็นต้องตายไปตามกาลเวลา’ หากคนในชุมชนลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของเรื่องราว โดยมีภาคธุรกิจเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก และภาครัฐช่วยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง จะเป็นรูปแบบความร่วมมือที่ทำให้โครงการสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน

ภาพของอาคารพาณิชย์ที่เคยปิดตายกลับมาเปิดเป็นคาเฟ่เท่ๆ หรือร้านอาหารดั้งเดิมที่รุ่นลูกหลานกลับมาสืบทอด คือเครื่องยืนยันว่าเมืองมีชีวิตได้ด้วยความรักในรากเหง้าของตัวเอง ‘ทุนวัฒนธรรม’ อาจเริ่มต้นที่หลังประตูบานเฟี้ยมในซอยใกล้ๆ บ้าน

‘ปากน้ำโพโซกู้ด’ เปลี่ยนเมืองทางผ่าน ให้เป็น ‘เมืองคราฟต์’ มีชีวิตอีกครั้ง

ตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์ 'ปากน้ำโพโซกู้ด @ Suchada Street Style' จัดมาแล้ว 6 ครั้ง โดยครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายภายใต้โครงการวิจัย จะจัดขึ้นในวันที่ 28–29 มีนาคม 2569 ก่อนที่ชุมชนจะก้าวออกไปบริหารจัดการด้วยตัวเองอย่างเต็มตัว โดยมีมหาวิทยาลัยเจ้าพระยาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาแทน

บางทีเมืองที่น่าอยู่ อาจไม่ใช่เมืองที่เจริญที่สุด แต่เป็นเมืองที่รู้จักหยิบเอา ‘เสน่ห์วันวาน’ มาปรุงใหม่ให้กลายเป็น ‘ความสุขของวันนี้’ ได้อย่างลงตัวที่สุดต่างหาก

‘ปากน้ำโพโซกู้ด’ เปลี่ยนเมืองทางผ่าน ให้เป็น ‘เมืองคราฟต์’ มีชีวิตอีกครั้ง

related