
SHORT CUT
ทำไมคนนับถือศาสนามักมีความสุขกว่า งานวิจัยชี้คำตอบอาจไม่ใช่แค่ศรัทธา แต่คือความรู้สึกว่าชีวิตมีความหมายและโลกยังต้องการเรา
Journal of Positive Psychology วารสารวิชาการของอังกฤษ วิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 8 ชุด รวมผู้ใหญ่ชาวอเมริกันมากกว่า 3,000 คน โดยใช้วิธีวัดทั้งระดับความสุขและระดับความเคร่งศาสนาหลายแบบ ผลที่ได้คือเฉลี่ยแล้ว คนที่นับถือศาสนามีความสุขมากกว่า แต่เมื่อมองลึกลงไป นักวิจัยพบว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เกิดจาก “ศาสนา” โดยตรงเสียทีเดียว หากแต่มีความเชื่อพื้นฐานบางอย่างคอยอธิบายความสัมพันธ์นั้นอยู่
ความเชื่อนั้นคือความรู้สึกว่า 'โลกต้องการฉัน' หรือ 'ฉันมีบทบาทสำคัญบางอย่างในโลกใบนี้' ผู้ที่นับถือศาสนามักมีแนวโน้มเชื่อว่าชีวิตของตนไม่ได้เกิดมาอย่างไร้จุดหมาย แต่มีหน้าที่บางอย่าง มีบทบาทบางอย่าง หรือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ใหญ่กว่าตัวเอง ความเชื่อนี้ทำให้คนรู้สึกว่าตนเองไม่ได้เป็นเพียงคนธรรมดาที่ถูกแทนที่ได้ง่าย ๆ แต่เป็นเหมือนชิ้นส่วนหนึ่งของจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ที่โลกยังต้องการให้เข้าไปเติมเต็ม
ที่น่าสนใจคือ ศาสนาอาจทำให้คนมีความสุขมากขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อศาสนาช่วยหล่อเลี้ยงความรู้สึกว่าชีวิตของคนคนนั้นยังมีความหมายและยังเป็นที่ต้องการของโลก ไม่ว่าผู้เข้าร่วมวิจัยจะเป็นคนสุขภาพดี คนที่เผชิญความเจ็บป่วย หรือคนที่เคยผ่านบาดแผลทางใจ รูปแบบนี้ก็ยังปรากฏซ้ำเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกว่า 'โลกต้องการฉัน' ไม่ได้หมายถึงการหลงตัวเอง หรือคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่กว่าคนอื่น ความเชื่อนี้ต่างจากอัตตาและความทะนงตน เพราะมันไม่ได้บอกว่า 'ฉันเหนือกว่าคนอื่น' แต่บอกว่า 'ฉันมีหน้าที่บางอย่างที่เหมาะกับตัวฉัน' เช่น แพทย์คนหนึ่งอาจรู้สึกว่าโรงพยาบาลต้องการเธอ พ่อคนหนึ่งอาจรู้สึกว่าลูกต้องการเขา หรือนักกิจกรรมอาจรู้สึกว่าตนมีส่วนสำคัญต่อการผลักดันเรื่องที่เชื่อ ความสุขจึงอาจเกิดจากการรู้สึกว่าชีวิตของเรายังเชื่อมโยงกับบางสิ่ง และการมีอยู่ของเรายังส่งผลต่อคนอื่นจริง ๆ
ในแง่นี้ ศาสนาอาจมีพลังเพราะหลายศาสนาสอนว่ามนุษย์แต่ละคนมีจุดหมาย มีภารกิจ หรือมีชีวิตที่เชื่อมโยงกับแผนการที่ใหญ่กว่า สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้ศรัทธามองตัวเองว่าไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวหรือไร้ความหมาย แต่มีที่ทางบางอย่างในโลก มีเหตุผลบางอย่างที่ยังต้องอยู่ต่อ และมีบางสิ่งที่ตนสามารถมอบให้คนอื่นได้ ความสุขจึงไม่ได้มาจากพิธีกรรมหรือคำสอนเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความรู้สึกว่าตัวเอง “มีความหมายต่อโลก” ด้วย
อย่างไรก็ตาม คนที่ไม่นับถือศาสนาก็สามารถมีความสุขจากความรู้สึกแบบเดียวกันได้ เพราะการรู้สึกว่าโลกต้องการเราไม่จำเป็นต้องมาจากศรัทธาทางศาสนาเท่านั้น มันอาจเกิดจากบทบาทในครอบครัว การดูแลคนอื่น การเป็นอาสาสมัคร การเป็นพี่เลี้ยง การทำงานสร้างสรรค์ หรือแม้แต่การเป็นคนที่ช่วยรวมผู้คนเข้าด้วยกันในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญคือการได้เห็นว่าการกระทำของเรามีผลต่อคนอื่น และชีวิตของเรายังมีบทบาทบางอย่างที่ไม่มีใครแทนได้ง่าย ๆ
ที่มา psychologytoday