
SHORT CUT
ผลสำรวจ ชี้ คน Gen Z มองการออมเงินเกษียณ เป็นเรื่องไกลตัวมากๆ ส่วนใหญ่จะเน้นออมใช้ยามฉุกเฉิน-การท่องเที่ยว มากที่สุด ตามด้วยออมเพื่อซื้อของขวัญให้ตนเอง
ใครๆ ก็รู้ว่า ‘การออมเงิน’ คือเรื่องสำคัญของชีวิต เพราะไม่ใช่แค่ช่วยสร้างความมั่นคงในอนาคต แต่ยังเป็นหลักประกันสำคัญในวันที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน หรือวันที่ก้าวเข้าสู่วัยเกษียณที่หลายคนอยากใช้ชีวิตอย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ คนจำนวนไม่น้อยจึงเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินมากขึ้น ทั้งการเก็บเงินระยะสั้น การลงทุน ไปจนถึงการออมเพื่อวัยเกษียณ เพื่อให้มีเงินเพียงพอใช้ในวันที่รายได้ประจำหายไป
แต่ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น ภาระหนี้สิน และเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กลับทำให้ ‘การออม’ ของคนไทยไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนมีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย บางคนอยากเก็บเงินแต่สุดท้ายก็ต้องนำออกมาใช้ในชีวิตประจำวัน จนทำให้เงินออมยังอยู่ในระดับไม่มากนัก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อย่าง ‘Gen Z’ ที่กำลังเข้าสู่วัยทำงานเต็มตัว แม้จะเป็นกลุ่มที่ใส่ใจเรื่องคุณภาพชีวิตและอนาคตมากขึ้น แต่ก็ต้องเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจรอบด้านเช่นกัน
วันนี้จะพาไปสำรวจว่า คน Gen Z มองเรื่อง ‘การออมเงินเกษียณ’ อย่างไร พวกเขาให้ความสำคัญกับการออมแบบไหนมากที่สุด และอะไรคือปัจจัยที่ทำให้คนรุ่นใหม่เริ่มหันกลับมาจริงจังกับการวางแผนการเงินมากขึ้นกว่าเดิมในยุคนี้ โดย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยผลสำรวจ Gen Z Finance Survey: เจาะพฤติกรรมการเงินคนรุ่นใหม่ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามทุกรายที่มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาทต่อเดือน ระบุว่ามีการเก็บออมหรือลงทุนเพื่ออนาคต โดยมีความถี่ที่แตกต่างกันไป
ซึ่งในภาพรวมแล้ว Gen Z ทุกเพศให้ความสำคัญกับการเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ บัญชีฝากประจำ การเก็บเงินสด การซื้อพันธบัตร หุ้น หรือกองทุนรวม รองลงมาคือการซื้อทองคำ โดยเพศหญิงเก็บออมทองคำมากกว่าเพศอื่น ส่วน LGBTQ+ ชอบซื้อพันธบัตร หุ้น กองทุนรวมคล้ายกับเพศชาย ขณะที่เพศชายมักเก็บเงินสด สะสมของมีค่า และซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซีมากกว่าเพศอื่น
ทั้งนี้ Gen Z เห็นความสำคัญของการ “ออมไว้ใช้ยามฉุกเฉิน” มากที่สุด และให้ความสำคัญกับการ “ออมเพื่อท่องเที่ยว” และการ “ออมเพื่อซื้อของขวัญให้ตนเอง” มากกว่าการ “ออมเพื่อใช้หลังเกษียณ” ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า Gen Z ยังมองการเกษียณเป็นเรื่องที่ไกลตัวกว่าเรื่องท่องเที่ยวหรือให้รางวัลตนเอง นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าเพศหญิงให้ความสำคัญกับการ “ออมเพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่ตนเอง” โดยการออมเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวอยู่ใน 5 อันดับแรก ซึ่งแตกต่างจากเพศชายและ LGBTQ+
นอกจากนี้ Gen Z เกือบครึ่งหนึ่งมีแนวคิด “ใช้จ่ายตอนนี้แฮปปี้กว่าออม” ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ด้วยวิธีทางเศรษฐมิติจะพบว่า Gen Z กลุ่มนี้มีโอกาสต้องใช้จ่ายแบบ “เดือนชนเดือน” หรือมีไม่พอจ่ายมากกว่ากลุ่ม “ออมไว้ก่อนสุขใจกว่า” ถึงราว 1.7 เท่า ซึ่งกลุ่มนี้โดยเฉลี่ยแล้วจะเก็บออมร้อยละ 18 และลงทุนร้อยละ 8 ของรายได้ต่อเดือน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่ากลุ่มที่สนับสนุนการออมเพื่ออนาคตที่จะเก็บออมในสัดส่วนร้อยละ 21 และลงทุนร้อยละ 10 ของรายได้ต่อเดือน