Gen Z- Gen Y เมินออกเดต หันใช้ชีวิตโสดสุขๆ รับเทรนด์ Solo-Maxxing

Gen Z- Gen Y เมินออกเดต หันใช้ชีวิตโสดสุขๆ รับเทรนด์ Solo-Maxxing

คนรุ่น Gen Z และมินเลนเนียล เมินออกเดต มุ่งพัฒนาตัวเองและค้นหาความสุขจากความเป็นอิสระ แทนการวิ่งตามความสัมพันธ์แบบคู่รัก จนกลายเป็นกระแส Solo-Maxxing

SHORT CUT

  • Gen Z และ Millennials นิยม Solo-Maxxing เน้นพัฒนาตัวเองมากกว่าหาคู่
  • ค่าครองชีพสูง ทำให้คนรุ่นใหม่ลดการเดตและลงทุนกับตัวเองมากขึ้น

  • Solo-Maxxing ไม่ใช่การปฏิเสธความรัก แต่คือการเลือกเติบโตและมีความสุขด้วยตัวเอง

คนรุ่น Gen Z และมินเลนเนียล เมินออกเดต มุ่งพัฒนาตัวเองและค้นหาความสุขจากความเป็นอิสระ แทนการวิ่งตามความสัมพันธ์แบบคู่รัก จนกลายเป็นกระแส Solo-Maxxing

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวน และราคาข้าวของที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึง ค่าใช้จ่ายในการออกเดตครั้งหนึ่งที่อาจสูงเกือบ 200 ดอลลาร์ (ราว 6,500 บาท) ส่งผลให้คนรุ่นใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะคนรุ่น Gen Z และมิลเลนเนียลเริ่มหันมาทบทวนรูปแบบการใช้ชีวิตและความสัมพันธ์ จนเกิดเป็นกระแสใหม่ที่เรียกว่า Solo-Maxxing

อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ที่เลือกแนวทางนี้จะใช้ชีวิตโดยไม่มีคู่รัก แต่ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านี้กำลังเผชิญกับความเหงา ตรงกันข้าม หลายคนกลับรู้สึกว่าชีวิตมีความสุขและเติมเต็มมากขึ้นกว่าที่เคย

Solo-Maxxing เป็นหนึ่งในกระแส Maxxing ที่ได้รับความนิยมบนสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยคำว่า Maxxing เป็นสแลงที่หมายถึงการพัฒนาหรือเพิ่มศักยภาพในด้านใดด้านหนึ่งของชีวิตให้ถึงขีดสุด เช่น Looksmaxxing ที่หมายถึงการพัฒนารูปลักษณ์ภายนอกผ่านการดูแลด้านความงาม การออกกำลังกาย หรือการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

Gen Z- Gen Y เมินออกเดต หันใช้ชีวิตโสดสุขๆ รับเทรนด์ Solo-Maxxing

ขณะที่ Sleepmaxxing คือการเพิ่มคุณภาพการนอนหลับด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การรับประทานเมลาโทนิน การใช้เครื่องสร้างเสียงสีขาว (White Noise) หรือการติดตั้งผ้าม่านกันแสงในห้องนอน

สำหรับ Solo-Maxxing นั้น เป็นแนวคิดการดูแลตัวเองที่มุ่งเน้นการใช้ชีวิตโสดอย่างมีคุณค่าและมีความสุข โดยเปลี่ยนมุมมองจากการมองว่าความโสดเป็นเพียงช่วงเวลารอคอยความสัมพันธ์ มาเป็นการเลือกใช้ชีวิตอย่างอิสระด้วยความสมัครใจ

แม้ว่าความเหนื่อยล้าจากการออกเดตและการใช้งานแอปพลิเคชันหาคู่จะเป็นหนึ่งในปัจจัยผลักดันสำคัญ แต่แรงจูงใจหลักของกลุ่ม Solo-Maxxers เหล่านี้คือการค้นหาความพึงพอใจในชีวิตผ่านความเป็นอิสระ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคู่รักเพื่อเติมเต็มความสุข

ผลการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 14,380 คน ที่มีอายุระหว่าง 18-34 ปี พบว่า หลายคนมองว่าชีวิตสงบสุขมากกว่าเมื่อไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์แบบคู่รัก

เสน่ห์ของการใช้ชีวิตแบบ Solo-Maxxing มีหลายมิติด้วยกัน ประการแรกคือความรู้สึกมั่นคงและเป็นอิสระ ผู้ที่เลือกแนวทางนี้สามารถมุ่งเน้นไปที่เป้าหมาย การเงิน ความสุข และการพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องแบ่งเวลาและพลังงานไปจัดการกับปัญหาหรือความคาดหวังของอีกฝ่าย

หลายคนเลือกใช้เวลาที่เคยทุ่มเทให้กับการออกเดตในการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ทดลองงานอดิเรกที่สนใจ หรือเดินหน้าสานต่อความฝันและความหลงใหลของตนเอง ด้วยการใช้ทรัพยากรทั้งเวลาและเงินลงทุนกับการพัฒนาศักยภาพส่วนบุคคล เพื่อสร้างความรู้สึกสมบูรณ์ในตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องมองหาคนอีกคนมาเติมเต็มชีวิต

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการใช้คำว่า Solo-Maxxing อาจเป็นการนำมาใช้เพื่อปกปิดปัญหาความเหงาหรือภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมได้เช่นกัน โดยเฉพาะในยุคที่คนรุ่น Gen Z กำลังเผชิญกับสิ่งที่หลายฝ่ายเรียกว่า วิกฤตความเหงา (Loneliness Epidemic)

ต้นทุนการเดตที่สูงขึ้นเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้สึกโดดเดี่ยวของคนรุ่นใหม่ ปัจจัยอื่น ๆ ยังรวมถึงการลดลงของพื้นที่สาธารณะสำหรับการพบปะผู้คน ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเข้มข้น

ผู้เชี่ยวชาญ ระบุด้วยว่า ความเหงาและ Solo-Maxxing ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน การพัฒนาตัวเองในฐานะคนโสดไม่ได้หมายความว่าต้องแยกตัวออกจากสังคมหรืออยู่เพียงลำพังตลอดเวลา แต่เป็นการให้ความสำคัญกับการเติบโตของตนเองเป็นหลัก

ตัวอย่างของกิจกรรมแบบ Solo-Maxxing อาจรวมถึงการเรียนทำอาหาร หรือฝึกศิลปะการต่อสู้ เพื่อให้สามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น หากกิจกรรมเหล่านั้นช่วยพัฒนาศักยภาพ สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง และไม่ได้เป็นเพียงการหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม ก็อาจถือเป็นรูปแบบหนึ่งของ Solo-Maxxing ที่ส่งผลเชิงบวกต่อชีวิต

Gen Z- Gen Y เมินออกเดต หันใช้ชีวิตโสดสุขๆ รับเทรนด์ Solo-Maxxing

ผู้ที่สนใจแนวทางนี้ควรพิจารณาตนเองอย่างตรงไปตรงมา หากพบว่ากำลังใช้แนวคิด Solo-Maxxing เพื่อปกปิดความเหงา ความเศร้า หรือภาวะซึมเศร้า การขอคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

ในอีกด้านหนึ่ง Solo-Maxxing อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่รู้สึกเหนื่อยล้ากับโลกการเดต ไม่ต้องการเสียเงินและเวลาไปกับความสัมพันธ์ที่ไม่แน่นอน หรือกำลังมุ่งมั่นกับเป้าหมายส่วนตัวที่อาจได้รับผลกระทบจากการมีคู่รัก

ท้ายที่สุดแล้ว Solo-Maxxing ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธความรักอย่างถาวร เพราะในระหว่างการทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเอง อาจมีโอกาสได้พบกับคนที่มีแนวคิดคล้ายกัน และความสัมพันธ์ใหม่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

แต่แม้จะไม่มีคู่รักเข้ามาในชีวิต ผู้ที่ยึดแนวทางนี้ก็ยังเชื่อว่ามนุษย์สามารถมีความสุข รู้สึกมั่นใจ และใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ใครอีกคนมาเติมเต็มความหมายของชีวิต

ที่มา: Good.is

https://www.good.is/what-is-solo-maxxing/

Credit ภาพ: Unsplash

 

related