
SHORT CUT
‘Gen Z’ กลายเป็นกลุ่มคนที่เลือกจะเป็นโสดมากกว่าที่คิด ส่วนหนึ่งเพราะโตมาในยุคที่โซเชียลมีเดียกำลังบูม ต้องเจอกับโรคระบาด ไปจนถึงค่าเช่าบ้านที่สูงลิ่ว
เป็นเรื่องที่เราอาจจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าคนรุ่นใหม่หรือ “Gen Z” มีแนวโน้มที่จะมีคู่รักหรือความสัมพันธ์ที่มั่นคงน้อยกว่าคนรุ่น Gen Y เมื่อเทียบในช่วงอายุเท่ากัน แต่งานวิจัยในอดีตมักจะพลาดปัจจัยสำคัญไปอย่างหนึ่ง นั่นคือการไม่ได้นับรวมคู่รักที่ไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกันนั่นเอง
เมื่อนักวิจัยนำข้อเท็จจริงนี้มาร่วมพิจารณา ก็พบว่าจำนวนคนรุ่น Gen Z ที่มีความสัมพันธ์นั้น น้อยกว่าที่เราเคยรับรู้เสียอีก
ปรากฏการณ์ “ภาวะความสัมพันธ์ถดถอย” หรือ Relationship Recession มีเหตุผลเบื้องหลังมากมาย ตั้งแต่การเติบโตมาในยุคโซเชียลมีเดียเฟื่องฟู ไปจนถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ตึงตัว แต่อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังคงพยายามหาข้อสรุปว่า การครองโสดในระยะยาวนั้นส่งผลดีหรือผลเสียต่อความสุขในชีวิตกันแน่
แคทเธอรีน ทแวมลีย์ (Katherine Twamley) จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (UCL) และทีมงาน ได้ทำการคัดกรองข้อมูลจากการสำรวจระดับชาติในสหราชอาณาจักร 2 ช่วงเวลา โดยนับรวมสถานะความสัมพันธ์และรูปแบบการอยู่อาศัยทุกประเภท ได้แก่ รอบแรก (ปี 2010–2012) สำรวจคน Gen Y ในช่วงอายุ 16 - 29 ปี และ รอบสอง (ปี 2022–2024) สำรวจคนรุ่น Gen Z ในช่วงอายุ 16 ถึง 29 ปีเช่นกัน
และเธอมองว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าตกใจมาก ก็คือคน Gen Y ระบุว่าตนเองมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งสูงถึง 57% ส่วนคนรุ่น Gen Z ในช่วงชีวิตเดียวกัน กลับมีสัดส่วนนี้เพียง 49% เท่านั้น
นอกจากนี้ทีมวิจัยยังพบว่า อัตราความสัมพันธ์ที่ลดลงอย่างมากนี้ มีสาเหตุหลักมาจาก การที่คนรุ่น Gen Z เลือกที่จะย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันกับคนรักน้อยกว่าคน Gen Y ในอดีต สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าภาวะความสัมพันธ์ถดถอยนั้นรุนแรงกว่าที่เราคิด แคทเธอรีนกล่าวระหว่างการนำเสนอผลงานวิจัยในงานประชุม Love, Actually and in Theory ที่เมืองเอดินเบอระ สหราชอาณาจักร
สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนที่ทำให้ Gen Z เลือกที่จะอยู่เป็นโสดนั้น แบ่งออกเป็น 4 ปัจจัยขับเคลื่อน ดังนี้
สุดท้ายแล้วการที่คนรุ่นใหม่เลือกที่จะเป็นโสดกันมากขึ้นนั้น ก็อาจส่งผลกระทบด้านสุขภาพจิตด้วยเช่นกัน เพราะต้องเจอกับความโดดเดี่ยววนอยู่ซ้ำๆ ซึ่งในอนาคต ทีมวิจัยวางแผนที่จะเจาะลึกข้อสันนิษฐานเหล่านี้เพิ่มเติม รวมถึงติดตามผลการวิเคราะห์อีกชิ้นที่บ่งชี้ว่า กลุ่มผู้เข้าร่วมวิจัย Gen Z ที่ไม่มีความสัมพันธ์ที่มั่นคง มีแนวโน้มที่จะมีสุขภาพจิตที่แย่กว่า
“พวกเขาอาจจะรู้สึกเหงาเพราะไม่มีความสัมพันธ์ หรือพวกเขาอาจจะไม่มีความสัมพันธ์ก็เพราะว่าพวกเขารู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวอยู่แล้วตั้งแต่แรกกันแน่” แคทเธอรีนกล่าวทิ้งท้าย
แม้ว่าทุกวันนี้การเดตออนไลน์เหมือนจะเป็นเรื่องปกติ แต่คู่รักที่เริ่มทำความรู้จักกันในชีวิตจริงตั้งแต่แรก มักจะมีแนวโน้มความพึงพอใจและผลลัพธ์ของความสัมพันธ์ที่ดีกว่าในระยะยาว
อ้างอิงข้อมูล : New Scientist