
SHORT CUT
สัตว์เลี้ยงอาจอยู่กับเราเพียงช่วงหนึ่งของชีวิต แต่ช่วงเวลานั้นกลับเปลี่ยนบางอย่างในตัวเราไปตลอด นิทรรศการ ‘พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow’ กลับมาครั้งใหม่ คราวนี้ไม่ได้ชวนพูดถึงแค่การจากลา แต่พาย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่เราและเขาเริ่มเติบโตไปด้วยกัน
บางความสัมพันธ์ไม่ได้เริ่มต้นด้วยคำพูด แต่อาจเริ่มจากการสบตาครั้งแรก เสียงร้องเบา ๆ หรือวันที่ใครบางตัวเดินเข้ามาในบ้าน แล้วค่อย ๆ ยึดโซฟา เตียงนอน พื้นที่ในโทรศัพท์ รวมถึงพื้นที่ในใจไปแบบที่เราแทบไม่ทันตั้งตัว
จากวันแรกที่เจอกัน เราค่อย ๆ เรียนรู้ว่าเสียงแบบไหนแปลว่าหิว สายตาแบบไหนแปลว่าอยากเล่น และบางครั้งแค่นั่งอยู่ข้างกันโดยไม่ต้องพูดอะไร ก็กลายเป็นภาษาที่เข้าใจกันได้
แต่ทุกความสัมพันธ์มีเวลาเป็นของตัวเอง บางตัววันนี้ยังนอนรอเราอยู่ที่บ้าน ขณะที่บางตัวเดินทางข้ามสายรุ้งไปก่อนแล้ว เหลือไว้เพียงของเล่น ปลอกคอ รูปถ่าย และนิสัยบางอย่างของเราที่เปลี่ยนไปเพราะครั้งหนึ่งเคยมีเขาอยู่ในชีวิต
เรื่องราวเหล่านี้กำลังจะถูกนำกลับมาเล่าอีกครั้งใน 'พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow' นิทรรศการที่ชวนสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน การเติบโตไปด้วยกัน จนถึงวันที่ความสัมพันธ์เปลี่ยนรูปไปเป็นความทรงจำ
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นิทรรศการ 'พาใจกลับดาว Across the Rainbow Bridge' โดย Eyedropper Fill เปิดพื้นที่เล็ก ๆ ให้คนที่เคยสูญเสียสัตว์เลี้ยงได้กลับไปสำรวจความคิดถึงและความทรงจำอีกครั้ง กระแสตอบรับเกินกว่าที่ผู้จัดคาดไว้ หลังยอดจองเต็มตั้งแต่วันแรก ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาแบ่งปันเรื่องราวของสัตว์เลี้ยงที่จากไป ก่อนบทสนทนาเหล่านั้นจะขยายออกไปบนโลกออนไลน์ พร้อมคำถามว่า 'พาใจกลับดาวจะกลับมาอีกไหม?'
นิทรรศการ 'พาใจกลับดาว Across the Rainbow Bridge' ถูกออกแบบให้เป็น Interactive Exhibition บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ผสมทั้งความจริง ความทรงจำ และจินตนาการเข้าด้วยกัน
ผู้ชมไม่ได้มีหน้าที่เพียงเดินดู แต่สามารถเล่น สัมผัส ส่งเสียง เรียกชื่อเจ้าตัวแสบ และปล่อยทุกความรู้สึกไปตลอดเส้นทาง บางห้องอาจได้ร้องเรียกชื่อกันแบบสุดเสียง บางห้องอาจได้หัวเราะกับความป่วน ส่วนบางห้อง...อาจมีน้ำตาบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะการเติบโตมาด้วยกันย่อมมีทั้งเรื่องที่ทำให้เราหัวเราะและคิดถึงเสมอ
เพราะทุกความสัมพันธ์ย่อมมี 'ครั้งแรก' โซน First Hello จะพากลับไปยังวันที่เราและสัตว์เลี้ยงได้พบกันเป็นครั้งแรก วันนั้นเราอาจยังไม่รู้ว่าเจ้าตัวเล็กตรงหน้าจะกลายมาเป็นสมาชิกในครอบครัว กลายเป็นใหญ่ในบ้าน ยึดทั้งบ้าน โซฟา เตียงนอน และพื้นที่ในโทรศัพท์ของเราไปเกือบทั้งหมด ถือเป็นการย้อนกลับไปมองจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์จากวันธรรมดาวันหนึ่งสู่วันพิเศษ ตั้งแต่มื้ออาหาร การพาเดินเล่น ของเล่นที่ทำพัง ภาษารักที่ค่อย ๆ เรียนรู้ เสียงเรียกชื่อเดิม ๆ ไปจนถึงสิ่งเล็ก ๆ ที่พวกเขาทิ้งไว้ เรื่องเล็กเหล่านั้นอาจดูไม่มีความหมายในวันที่มันเกิดขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับกลายเป็นสิ่งที่เราจดจำได้มากที่สุด
ผู้เข้าชมสามารถนำภาพถ่ายแรกและเรื่องราวการพบกันของเราและเขามาร่วมเติมลงบน 'กำแพงความทรงจำ' ซึ่งจะค่อย ๆ เต็มไปด้วยเรื่องราวจากหลากหลายครอบครัวตลอดระยะเวลาจัดนิทรรศการ
จาก First Hello เดินเข้าสู่ Growing Together โซนที่ใหญ่ที่สุดของนิทรรศการ 'พาใจกลับดาว Across the Rainbow Bridge' ซึ่งหยิบกิจวัตรประจำวันของเรากับเจ้าตัวโปรดกลับมาเล่นใหม่ จากวันที่ต้องเดาการสื่อสาร ค่อย ๆ เรียนรู้ว่าเสียงไหนหมายถึงหิว ท่าไหนหมายถึงอยากเล่น หรือสายตาแบบไหนกำลังบอกว่า 'มนุษย์ ทำอะไรสักอย่างสิ'
กิจกรรมภายในโซนหยิบพฤติกรรมคุ้นเคยเหล่านี้มาขยายให้กลายเป็นประสบการณ์ เช่น Giant Litter Box กระบะทรายขนาดยักษ์ และ Bowl of Love ชามแห่งความรัก จากพรามี่ ที่เปิดให้เลือกสูตรอาหารสำหรับสุนัขหรือแมว ก่อนลุ้นว่าเจ้าตัวไหนจะออกมาทักทาย พร้อมกิจกรรมที่ชวนให้กอด เล่น ส่งเสียง และกลับไปนึกถึงพฤติกรรมเล็ก ๆ ของ 'เจ้านาย' แต่ละบ้านที่มีเรื่องราวเฉพาะของตัวเอง
ก่อนปิดท้ายด้วย Love Letter – จดหมายถึงเธอ พื้นที่สำหรับเขียนบางสิ่งที่อยากบอก ไม่ว่าเจ้าของจดหมายฉบับนั้นจะกำลังนอนรออยู่ที่บ้าน หรือวันนี้จะเหลืออยู่ในรูปของความทรงจำแล้วก็ตาม
'ภาษารัก' ระหว่างเรากับเขาอาจไม่ใช่ภาษาเดียวกัน แต่อยู่ในมื้ออาหารที่เตรียมให้ อ้อมกอด การเรียกชื่อ การเปิดประตูห้องให้กลางดึก หรือเรื่องเล็ก ๆ ที่ทำให้กันซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกลายเป็นภาษาที่มีเพียงเราและเขาเท่านั้นที่เข้าใจ
สำหรับคนที่พลาดนิทรรศการ Across the Rainbow Bridge ครั้งก่อน โซน Forever in Our Hearts จะนำประสบการณ์เกี่ยวกับการสูญเสียและความคิดถึงกลับมาอีกครั้ง
ความคิดถึงไม่ได้แปลว่าต้องลืม พื้นที่นี้ได้รับการออกแบบกระบวนการร่วมกับนักจิตวิทยา เพื่อชวนผู้เข้าชมค่อย ๆ พาความรู้สึกเดินทางผ่านความเศร้า ความคิดถึง ค่อยๆทบทวน ทำความเข้าใจ และดูแลความรู้สึกของตัวเองอย่างอ่อนโยน
เพราะการสูญเสียสัตว์เลี้ยงสำหรับหลายคนไม่ได้หมายถึงการเสีย 'สัตว์ตัวหนึ่ง' แต่คือการหายไปของสมาชิกในครอบครัว หรืออาจเป็นโลกทั้งใบของใครบางคน น้ำตาที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้มีเพียงความเศร้า แต่อาจมาจากความคิดถึง ความสุข หรือการได้กลับไปพบความทรงจำดี ๆ ที่ยังมีความหมายกับเราเสมอ
นิทรรศการ 'พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow' ตั้งใจชวนสำรวจความรักอีกครั้งว่า การมีเขาอยู่ในชีวิตเคยเปลี่ยนเราอย่างไร? เพราะสิ่งที่สัตว์เลี้ยงทิ้งไว้หลังจากใช้ชีวิตร่วมกัน อาจไม่ใช่เพียงปลอกคอ ของเล่น รอยข่วนบนเฟอร์นิเจอร์ หรือรูปถ่ายนับพันในโทรศัพท์
แต่เป็นร่องรอยของช่วงเวลาที่เคยเติบโตมาด้วยกัน ความอบอุ่นที่ได้อยู่ด้วยกัน นิสัยบางอย่างของเราที่เปลี่ยนไป ความอดทนที่เพิ่มขึ้น เรียนรู้วิธีดูแลใครสักคนโดยไม่หวังอะไรตอบแทน หรือแม้กระทั่งวิธีที่เราเรียนรู้จะรักและบอกปล่อยมือ
อีกหนึ่งความพิเศษของ 'พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow' ครั้งนี้ คือสามารถซื้อบัตรและเข้าชมนิทรรศการได้โดยไม่ต้องสำรองรอบล่วงหน้า เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ช่วงเวลาที่มีความหมายและเก็บความทรงจำรูปแบบใหม่กลับไป โดยจะจัดแสดงระหว่าง 18 กันยายน - 22 พฤศจิกายน 2569 ณ RCB Galleria 1 และ 2 ชั้น 2 River City Bangkok ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น.
เจ้าของยังสามารถพา ‘เจ้านายตัวจริง’ มาร่วมเดินทาง สำรวจกิจกรรมไปพร้อมกัน บางทีนี่อาจเป็นโอกาสดีที่จะลองพิสูจน์ว่า หลังจากใช้เวลาหลายปีเรียนรู้ภาษาของพวกเขา สิ่งที่มนุษย์มั่นใจมาตลอดว่า 'รู้ใจกันที่สุด' นั้น เจ้าตัวจริงจะเห็นด้วยหรือไม่ โดยสัตว์เลี้ยงจะต้องอยู่ในรถเข็นหรือกระเป๋าสำหรับสัตว์เลี้ยงตลอดระยะเวลาการเข้าชม
ไม่ว่าวันนี้เจ้าตัวแสบจะยังนอนซุกอยู่ข้าง ๆ หรือเดินทางข้ามสายรุ้งไปอยู่บนดาวหมาดาวแมวแล้ว ความสัมพันธ์นั้นก็ไม่ได้หายไปไหน เพราะบางสิ่งที่เขาทิ้งไว้ ไม่ได้อยู่แค่ในความทรงจำ แต่อยู่ในตัวเราที่เติบโตขึ้นจากการเคยมีเขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต