
SHORT CUT
ถ้าพูดถึง ‘สนีกเกอร์’ สุดฮอตหลายคนอาจนึกถึง Nike หรือ Adidas แต่ว่าในปีนี้แบรนด์ที่มาแรงและน่าจับตามองกลับเป็นแบรนด์เก่าแก่ที่โดดเด่นเรื่องรองเท้าวิ่งอย่าง ‘Saucony’
แม้ว่า ‘Saucony’ จะเป็นแบรนด์รองเท้าเก่าแก่ที่มีอายุมากถึง 128 ปีแล้ว แต่ว่าตอนนี้ก็เรียกได้ว่ากำลังก้าวเข้าสู่ ‘ยุคทอง’ ด้วยการดึงโมเดลในตำนานมาปัดฝุ่นใหม่ และการจับมือกับเหล่านักออกแบบวิสัยทัศน์ไกล จนทำให้ตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์สนีกเกอร์มาแรงของปี 2026 ที่น่าจับตามอง
วงการ ‘สนีกเกอร์’ ในปี 2026 ถือเป็นปีแห่งความเซอร์ไพรส์ เพราะหลายทศวรรษที่ผ่านมาอุตสาหกรรมนี้ และวัฒนธรรมสตรีทแวร์ถูกผูกขาดโดยแบรนด์ยักษ์ใหญ่ อย่าง Nike, Adidas และ Air Jordan ถ้ารองเท้าไม่มีโลโก้ Swoosh หรือสามแถบ (Three Stripes) ก็มักจะไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร
แต่ว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ สถานการณ์ได้เปลี่ยนไป ผู้คนเริ่มเบื่อหน่ายกับการเห็นแค่การสลับสีหรือเปลี่ยนลวดลายบนรองเท้ารุ่นฮิตอย่าง ‘Air Jordan’ หรือ ‘Yeezy’ ซ้ำไปซ้ำมา นับตั้งแต่ ‘New Balance’ เริ่มสร้างกระแสเมื่อไม่กี่ปีก่อน แบรนด์ขนาดเล็กในตลาดก็เริ่มเข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนวัฒนธรรมสนีกเกอร์มากขึ้นในแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
และในปี 2026 นี้ ไม่มีแบรนด์ไหนที่โดดเด่นไปกว่า Saucony อีกแล้ว โดยแพลตฟอร์มรีเซลชื่อดังอย่าง StockX เพิ่งรายงานว่า Saucony คือแบรนด์สนีกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดบนแพลตฟอร์มในช่วง 6 เดือนแรกของปี
Saucony ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เก่าแก่ที่สุดในวงการ ก่อตั้งขึ้นในปี 1898 ที่รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งแบรนด์ตั้งชื่อตามแม่น้ำ Saucony Creek ที่ไหลผ่านโรงงานแห่งแรก
นับตั้งแต่เปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นแรกอย่าง 7446 spike ในปี 1958 แบรนด์ก็มุ่งเน้นไปที่การทำ ‘รองเท้าวิ่ง’ เป็นหลัก ส่วนสายไลฟ์สไตล์มักจะเป็นการนำรองเท้าวิ่งสไตล์เรโทรมาปรับให้ใส่ในชีวิตประจำวันได้
แม้รองเท้ารุ่นคลาสสิกอย่าง Jazz จะประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับรุ่นฮิตวินเทจของแบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง Superstar ของอาดิดาส หรือ Cortez ของไนกี้ ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เหมือนเริ่มดูหยุดนิ่งและจำเจไปในช่วงเวลาหนึ่ง
แต่เมื่อไม่นานมานี้ Saucony ได้เริ่มขยับตัวครั้งใหญ่ ซึ่งเคล็ดลับความสำเร็จของวงการสนีกเกอร์ครั้งนี้ก็คือ ‘ศิลปะแห่งการคอลแลปส์’ เมื่อแบรนด์เริ่มสร้างกระแสด้วยการจับมือกับ Jae Tips (เจ ทิปส์) นักสร้างสรรค์ผู้ทรงอิทธิพลในวงการสตรีทแวร์
คอลเล็กชันของเจได้นำรองเท้าทรงคลาสสิกของ Saucony มาพลิกโฉมด้วยการใช้สีสันสุดป๊อป สิ่งทอ และลวดลายที่แปลกตา ทำให้แบรนด์กลับมาดูสดใหม่และร่วมสมัย นอกจากนี้ยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า คลังโมเดลรองเท้าเก่าๆ ของ Saucony ยังมีศักยภาพซ่อนอยู่อีกมหาศาล
ความร่วมมือครั้งนี้กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโต ตามมาด้วยโปรเจกต์ที่ร่วมทำกับแรปเปอร์อย่าง Westside Gunn (เวสต์ไซด์ กันน์) และซูเปอร์สตาร์ชาวโคลอมเบียอย่าง Feid (เฟด) ที่ช่วยสร้างกระแส Hype ได้อย่างถล่มทลาย
เบรนแดน ดันน์ (Brendan Dunne) ผู้บริหารจาก StockX ชี้ให้เห็นว่า รากฐานที่แข็งแกร่งของ Saucony คือสิ่งที่ทำให้แบรนด์กลับมาผงาดได้ “ไม่มีใครต้องไปพยายามโน้มน้าวเลยว่า Saucony เป็นผู้ผลิตรองเท้ากีฬาที่ได้มาตรฐาน” เขากล่าวพร้อมอธิบายเพิ่มว่าผู้คนแค่ต้องเปิดใจ ปรับรสนิยมเล็กน้อย และลองสำรวจอะไรใหม่ๆ
อีกหนึ่งโปรเจกต์ที่น่าจับตามองคือการร่วมงานกับ ‘3sixteen’ แบรนด์เสื้อผ้าบุรุษที่ขึ้นชื่อเรื่องงานคราฟต์ดั้งเดิม ผ้ายีนริม (Selvedge denim) และกระแสที่กำลังมาแรงอย่าง ‘Slow Fashion’ ซึ่งมีแนวทางตรงข้ามกับเจอย่างสิ้นเชิง
ถ้าผลงานของเจคือการสร้างกระแส Hype ผลงานของ 3sixteen ก็คือการตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์เฮอริเทจสายอเมริกัน คอลเล็กชันแรกของพวกเขาคือการนำรองเท้าวิ่งรุ่น Peregrine มาย้อมสีด้วยมือ เน้นความประณีตและตั้งใจ มากกว่าการใช้สีสันเตะตา ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสนีกเกอร์แห่งปี 2025
สิ่งนี้ชวนให้รำลึกถึงความสำเร็จของ New Balance ที่พิสูจน์แล้วว่าโมเดลรองเท้าของพวกเขาสามารถเป็นผืนผ้าใบให้กับใครก็ได้ ตั้งแต่สไตล์จัดจ้านแบบ Action Bronson (แอคชัน บรอนสัน) ไปจนถึงความมินิมอลแบบ Auralee
แน่นอนว่าการนำรองเท้ารุ่นคลาสสิกอย่าง Air Jordan 3 หรือ Adidas Samba มาดัดแปลงทำใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่การที่แบรนด์อย่าง Saucony ก้าวขึ้นมาเป็นจุดสนใจ ถือเป็นการสร้างความแปลกใหม่ที่วงการสนีกเกอร์กำลังต้องการอย่างมาก
สุดท้ายนี้เบรนแดนกล่าวทิ้งท้ายว่า “แบรนด์ทำได้ดีมากในการนำเสนอทางเลือกสุดเจ๋งให้ผู้คนได้หลีกหนีจากรองเท้ายอดฮิตรุ่นเดิมๆ ที่หลายคนเริ่มเบื่อ ซึ่งสิ่งนี้ไปตอบโจทย์เป้าหมายสูงสุดของเหล่านักสะสมสนีกเกอร์ นั่นก็คือการตามหารองเท้าที่ใส่แล้วช่วยให้คุณโดดเด่นไม่ซ้ำใครนั่นเอง”
อ้างอิงข้อมูล : GQ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง