Travel Off Track

Travel Off Track : “มะละกา” มรดกโลกแห่งมาเลเซีย

มะละกา ทางใต้ของคาบสมุทรมาเลย์ เมืองที่ยังเต็มไปด้วยสีสันของวัฒนธรรมเก่า ที่ย้อนรอบไปเกือบ 500 ปี ติดตามการท่องเที่ยวแบบไม่เหมือนใคร

ลงไปทางใต้ของคาบสมุทรมาเลย์ เรียบทะเลหันหน้าสู่ช่องแคบมะละกา เดินทาง 3 ชั่วโมงเท่านั้น จากกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย มาถึงมะละกา เมืองมรดกโลก ที่เลื่องชื่อไม่แพ้ปีนัง

 

Malacca River Cruise

เมืองแห่งพ่อค้า แม่น้ำเปรียบดังสายโลหิตของมะละกา ในยุคที่คราคร่ำด้วยพ่อค้าจากทั่วโลก 45 นาทีกับการล่องเรือจากตัวเมืองไปริมทะเลนั้น เรายังพอเห็นร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ยังเด่นชัด อาคารสีแดงที่ดูแปลกตา คนท้องถิ่นบอกกับผมว่า การทาสีแดงทั่วอาคารเป็นวิธีที่ชาวดัชต์ ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ หลังมะละกาเปลี่ยนมือจากของโปรตุเกส มาเป็นของเนเธอร์แลนด์

อิทธิพลของเอเชียและยุโรป เป็นกลิ่นอายที่สัมผัสได้ตลอด อาคารบ้านเรือนทรงยุโรปด้านหนึ่ง อาคารผสมผสานวัฒนธรรมเอเชียที่อีกฟาก จิตรกรรมฝาผนังที่เกิดขึ้นในยุคสมัยใหม่ เป็นอีกสีสันที่เติมเสน่ห์ของความหลากหลายให้เมืองนี้ เรือรบที่ตั้งตระหง่านคอยต้อนรับ จำลองจากเรือจริงเมื่อ 500 ปีก่อน และยังเป็นพิพิธภัณฑ์สมุทรศาสตร์ แสดงสิ่งของ เอกสาร และนิทรรศการภาพ สมัยยุคทองของมะละกา โด่งดังด้วยผู้เข้าชมเฉลี่ย 2 หมื่นคนต่อเดือน

Stadthuys

ลงจากเรือแล้วเดินต่อมาไม่ไกล เราสามารถเดินเท้าไปแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้อย่างสะดวก ตรงไปที่จตุรัสแดง แน่นอนต้องสร้างโดยชาวดัชต์ อาคารอายุเกือบ 400 ปี ใกล้กับน้ำพุที่ล้อมรอบไปด้วยนักท่องเที่ยว ก็คือสตัดธิวส์ ภาษาดัชต์ของศาลากลางเมือง เป็นหัวใจแห่งมะละกา

Christ Church, Malacca

A’Famosa Fortress

หากเหนื่อยนัก เรียกคนขับสามล้อแฟนซีอันเลื่องชื่อของมะละกา แต่เตือนว่าคุณจะไม่ได้พักเท้านานนัก พักเดียวก็มาถึงทางขึ้นสู่ ป้อมเอฟาโมซา หนึ่งในสถาปัตยกรรมยุโรปที่เก่าแก่ของอาเซียน สร้างโดยโปรตุเกส เปลี่ยนมือสู่เนเธอร์แลนด์ สูญสิ้นภายใต้อังกฤษ เหลือถึงปัจจุบันเพียงตัวป้อม

St. Paul’s Hill

เลยขึ้นไปเป็นเซนต์ปอล อายุเกือบ 500 ปีแล้ว ร่างของนักบุญฟรานซิสฝังอยู่ที่นี่ เขาคือผู้นำมิชชันนารีที่นำศาสนาคริสต์มาสู่เอเชียนั่นเอง

Jonker Walk

ไชนาทาวน์แห่งมะละกา ก็ต้องพูดถึงยองเกอร์สตรีท หากอยากทานกาแฟอร่อยก็ต้องมาที่นี่ หาซื้อของฝาก งานหัตถกรรม มีให้ชอปอย่างจุใจเช่นกัน

สีสันที่แตกต่าง แม่น้ำทอดยาวถึงทะเล ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ยุคแห่งสุลต่าน สู่อาณานิคม โปรตุเกส ดัชต์ อังกฤษ แล้วคืนอิสรภาพสู่มาเลเซีย แต่ยังคงร่อยรอยของทุกย่างก้าวของยุคสมัยครบถ้วน บวกกับความหลากหลายของเชื้อชาติ ผมคิดว่านี่เองคงเป็นเหตุผลที่มะละกา สมเป็นเมืองมรดกโลกแห่งอาเซียนจริงๆ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ รายงาน