svasdssvasds

รู้จัก 'Micro Retirement' เกษียณระยะสั้น เทรนด์ใหม่ Gen Z หมดไฟ

รู้จัก 'Micro Retirement' เกษียณระยะสั้น เทรนด์ใหม่ Gen Z หมดไฟ

เมื่อการทำงานเริ่มเร็วกว่าใจ และคำว่าเกษียณยังไกลเกินไป Gen Z จึงเลือกพักระหว่างทาง ผ่านแนวคิดที่เรียกว่า Micro Retirement

ทำงานได้ไม่นาน แต่รู้สึกเหนื่อยเหมือนทำมาเป็นสิบปี ตื่นเช้าไปทำงาน กลับมานั่งถามตัวเองว่า “นี่คือชีวิตที่เราต้องอยู่แบบนี้ไปอีก 10 ปีเหรอ?” 

ถ้าเคยคิดแบบนี้ แปลว่าไม่ได้เป็นอยู่คนเดียว เพราะคน Gen Z หลายคนกำลังรู้สึกแบบเดียวกัน 

ในโลกการทำงานที่หมุนเร็ว ความคาดหวังสูง และแทบไม่มีเวลาหยุดหายใจจริง ๆ หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับเส้นทางชีวิตที่เคยเชื่อว่าต้อง “อดทนวันนี้ เพื่อสบายในวันหน้า”

แต่ถ้าวันหน้านั้น……..ยังมาไม่ถึงละ 

เมื่อคำว่า “เกษียณ” ไกลเกินไป คนรุ่นใหม่จึงเลือกพักก่อน

รู้จัก 'Micro Retirement' เกษียณระยะสั้น เทรนด์ใหม่ Gen Z หมดไฟ

เทรนด์ Micro-retirement หรือ “เกษียณระยะสั้น” จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ ซึ่งก็คือการเลือกหยุดงานชั่วคราวตั้งแต่ 2 เดือนถึง 1 ปี เพื่อออกไปท่องเที่ยว พักใจ หรือแค่ได้หายใจให้เต็มปอดอีกครั้ง ทบทวนว่าเรากำลังทำงานไปเพื่ออะไร และชีวิตแบบไหนที่เราต้องการจริง ๆ เมื่อพร้อมจึงกลับมาทำงานใหม่อีกครั้งในเวอร์ชั่นที่เรารู้จักตัวเองมากขึ้น

ข้อมูลจาก Euronews ระบุว่านี่คือการเปลี่ยนแนวคิดจากการรอคอยความสุขในบั้นปลาย มาเป็นการ “สร้างความทรงจำในปัจจุบัน” เพราะสมดุลชีวิตสำคัญกว่าการตรากตรำเพื่ออนาคตที่มองไม่เห็น การพักระหว่างทางจึงไม่ใช่การเสียเวลา แต่เป็นทางเลือกที่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองมากกว่า

ทำไม Micro - retirement ถึงเกิดขึ้นกับคนรุ่นนี้

เทรนด์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนรุ่นใหม่ “ไม่อยากทำงาน” แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่สะสมมาพร้อมกัน โดยเฉพาะกับ Gen Z ที่เติบโตมาในโลกที่ไม่แน่นอน ทั้งเศรษฐกิจ งาน และอนาคตที่ไม่มีสูตรสำเร็จเหมือนเดิมอีกต่อไป

หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ ความไม่มั่นใจในอนาคตระยะยาว (ความไม่มั่นคง) เช่น ถ้าไม่เที่ยวตอนนี้ แล้วจะไปตอนไหน ถ้าตอนนั้นเราอายุมากขึ้น แล้วเราจะมีเรี่ยวแรงเที่ยวอยู่ไหม คนรุ่นก่อนอาจเชื่อว่าถ้าทำงานหนัก เก็บเงินไปเรื่อย ๆ วันหนึ่งจะได้ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสบาย แต่สำหรับ Gen Z แนวคิดนั้นเริ่มสั่นคลอน เพราะไม่มีใครการันตีได้ว่า งานที่ทำอยู่วันนี้จะยังมั่นคงในอีก 10–20 ปีข้างหน้า หรือแม้แต่สุขภาพกายและใจจะยังพร้อมรอถึงวันนั้นจริงหรือไม่

อีกเหตุผลหนึ่งคือ ภาวะหมดไฟ ที่มาเร็วกว่ารุ่นก่อน หลายคนเพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่กี่ปี แต่กลับรู้สึกเหนื่อยล้าและกดดันจากความคาดหวังที่สูง งานที่ไม่มีเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างเวลางานกับเวลาส่วนตัว รวมถึงการเปรียบเทียบชีวิตผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้ความรู้สึกว่า “ต้องรีบประสบความสำเร็จ” ถาโถมเข้ามาเร็วกว่าที่ควรจะเป็น

คนรุ่นใหม่เริ่มให้คุณค่ากับ ประสบการณ์และคุณภาพชีวิตในปัจจุบัน มากกว่าการรอรางวัลในอนาคต การเดินทาง การใช้ชีวิตในเมืองใหม่ หรือการหยุดเพื่อทบทวนตัวเอง ลงทุนกับชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง

ทั้งหมดนี้ทำให้ Micro-retirement ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์การท่องเที่ยว แต่สะท้อนการเปลี่ยนวิธีคิดของคนรุ่นใหม่ที่เลือก “พักระหว่างทาง” แทนการฝืนเดินต่อไปทั้งที่ไม่แน่ใจว่าปลายทางนั้นยังใช่หรือเปล่า

นอกจากนี้ การพัฒนาตนเอง ความกลัวที่จะพลาดโอกาส การฟื้นตัวจากภาวะหมดไฟ และการแสวงหาสมดุลที่ดีขึ้นระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันเทรนด์การท่องเที่ยวนี้

โดยการเกษียณอายุระยะสั้นยังมอบ ประโยชน์ ด้านประสิทธิภาพการทำงาน ผู้คนหวังว่า การออกมาจากชีวิตการทำงานที่จำเจ น่าเบื่อ จะช่วยให้เราได้คิด ได้มองหางานที่ตรงใจมากขึ้น งานที่ยืดหยุ่นได้ แลกกับประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้นตามไปด้วย เพราะเจองานที่ใช่หรือมีแรงฮึบหลังจากได้พักใจมาระยะหนึ่ง แค่ต้องให้มันบาลานซ์กับการใช้ชีวิตส่วนตัวมากขึ้นแค่นั้นเอง

ต่างชาติมองว่า ‘กรุงเทพ’ เป็นเมืองที่เหมาะกับ เกษียณระยะสั้นมากที่สุด

รู้จัก 'Micro Retirement' เกษียณระยะสั้น เทรนด์ใหม่ Gen Z หมดไฟ

ถ้าถามว่าปลายทางไหนน่าไปพักระยะสั้นที่สุด Euronews ชี้ว่า มุมมอง Gen Z ต่างชาติจำนวนมากไม่ได้เลือกจุดหมายปลายทางเพราะความหรูหรา แต่เลือกเมืองที่ค่าครองชีพไม่สูง ใช้ชีวิตได้จริง และเหมาะกับการอยู่ยาวเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ

ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ‘กรุงเทพฯ’ ถูกยกให้เป็นเมืองยอดนิยมสำหรับ Micro-retirement เพราะชีวิตที่เข้าถึงง่ายและงบประมาณไม่โหด เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา ทำให้เงินที่เก็บไว้สามารถถูกใช้ไปกับประสบการณ์และการพักใจได้มากขึ้นและคุ้มค่า

เช่นกันกับมุมมองของ Gen Z ชาวไทยที่มีต่อกรุงเทพฯ แบบสำรวจของ Time Out ระบุว่า Gen Z ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มองว่าเมืองนี้ไม่ได้มีค่าครองชีพสูงเกินไป และยังเป็นเมืองที่สามารถสร้างมิตรภาพใหม่ได้ง่ายที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่น ๆ ที่ทำการสำรวจ ปัจจัยสำคัญมาจากบรรยากาศที่เป็นมิตร พื้นที่ทำงานร่วมกัน (co-working space) ที่คึกคัก และโอกาสในการเชื่อมต่อทางสังคมที่มีอยู่รอบตัว

อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทยคือ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมักติดอันดับจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปมากที่สุดรองลงมา ด้วยระยะทางที่ขับรถจากกรุงเทพฯ ได้ไม่ไกล บรรยากาศไม่วุ่นวาย และโอบล้อมด้วยธรรมชาติ ทั้งภูเขา แม่น้ำ และป่าไม้ ทำให้เหมาะกับการพักผ่อน ใช้ชีวิตช้าลง และมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น

สำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกในภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ก็เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ติดโพลด้านการท่องเที่ยวอยู่เสมอ เมืองนี้ตอบโจทย์คนที่มีเวลามากขึ้น พร้อมเปิดรับผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ขณะเดียวกันก็ยังมีธรรมชาติ คาเฟ่ และกิจกรรมหลากหลายให้เลือกพักผ่อนในช่วงเกษียณระยะสั้น

แต่การอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอาจไม่ใช่แนวทางทุกคนเสมอไป บางคนอาจต้องการสิ่งกระตุ้นหรือกิจกรรมที่หลากหลายมากกว่า จังหวัดกระบี่ ในภาคใต้กลายเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ พื้นที่ฝั่งอันดามันโดดเด่นด้วยทะเลที่สวยงาม พร้อมกิจกรรมให้เลือกทั้งทางน้ำและทางบก ตั้งแต่การดำน้ำ ปีนผา ไปจนถึงการพักผ่อนริมชายหาด เหมาะกับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศแต่ยังอยากมีกิจกรรมให้ทำอย่างต่อเนื่อง

จุดหมายปลายทางเหล่านี้จึงถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับการใช้เวลาในช่วง เกษียณระยะสั้น เพื่อพัก ฟื้นฟู และดูแลตัวเอง ก่อนจะกลับไปทำงานและใช้ชีวิตในจังหวะเดิมอีกครั้ง พร้อมสำหรับการวางแผนการเดินทางในรอบถัดไป

อย่างไรก็ตาม เทรนด์นี้อาจไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน เพราะท้ายที่สุดแล้ว การเลือกใช้ชีวิตในแต่ละช่วงเวลายังคงขึ้นอยู่กับจังหวะชีวิต เป้าหมาย และความพร้อมของแต่ละคนเป็นสำคัญ รวมถึงภาระในรูปแบบต่าง ๆ ที่เดอะแบกหลายคน อาจขอเก็บเงินไปก่อนอีกสักพัก เพื่อให้มั่นใจว่า เราพร้อมที่จะออกไปโลดแล่นได้อย่างสบายใจ

ที่มา: euronews ,TimeOut ,กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

related