svasdssvasds

"น้องสตางค์" เด็กหญิงวัย 12 ยอมทิ้งช่วงเวลาวัยเด็ก เพื่อเป็นเสาหลักของบ้าน เก็บขยะ ขายผักเลี้ยงพ่อป่วยอัมพฤกษ์ เหนื่อยใจจะขาดแต่ต้องโกหกไม่ให้พ่อรู้

"น้องสตางค์" เด็กหญิงวัย 12  ยอมทิ้งช่วงเวลาวัยเด็ก เพื่อเป็นเสาหลักของบ้าน  เก็บขยะ ขายผักเลี้ยงพ่อป่วยอัมพฤกษ์ เหนื่อยใจจะขาดแต่ต้องโกหกไม่ให้พ่อรู้

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. เฟซบุ๊ก Poramet Misomphop ได้แชร์เรื่องราวของ น้องสตางค์ เด็กหญิงวัย 12 ปีที่ต้องรับจ้างขายผัก เก็บขยะ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในการดูแลพ่อที่เป็นอัมพฤกษ์ หลายครั้งที่พ่อถามว่าเหนื่อยไหม ต้องโกหกว่าไม่เหนื่อย

"น้องสตางค์" เด็กหญิงวัย 12  ยอมทิ้งช่วงเวลาวัยเด็ก เพื่อเป็นเสาหลักของบ้าน  เก็บขยะ ขายผักเลี้ยงพ่อป่วยอัมพฤกษ์ เหนื่อยใจจะขาดแต่ต้องโกหกไม่ให้พ่อรู้

" คำโกหกของ ลูก "

หนูทำงานรับจ้างขายผัก เก็บขยะขาย เอาเงินมาดูแลพ่อ หนูอยากให้พ่อหายเร็วๆ พอกลับถึงบ้าน พ่อจะคอยถามว่าหนูเหนื่อยไหม หนูต้องโกหกพ่อว่า หนูไม่เหนื่อย บ้างทีหนูนั่งร้องไห้นะพี่ หนูสงสารพ่อคะ

ก่อนอื่นเมศขอชมเชยเลยว่า.. เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆด้วยวัยเพียง 12 ปีเท่านั้น เธอกลับต้องทิ้งช่วงวัยเด็ก วัยที่กำลังซน วัยที่ร่าเริง กลับต้องมาเป็นหัวเรือหลักของบ้าน เธอต้องทำงานรับจ้างขายผัก ได้วันละ 50 - 100 บาท เธอต้องเก็บขยะขาย เพื่อนำเงินมาจ่ายค่าเช่าห้อง ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าไปโรงเรียน และที่สำคัญ เธอต้องนำเงินที่ได้มาซื้อผ้าอ้อม แพมพริส อุปกรณ์ล้างแผล เพื่อที่จะมาดูแลพ่อที่ป่วยพิการ.. เด็กคนนี้เมศขอชื่นชมหัวใจของเธอ หัวใจที่แข็งแกร่ง เธอพูดคำเดียวสั่นๆว่า " หนูรักพ่อ "

ห้องเช่าเล็กๆย่าน บางปู จังหวัด สมุทรปราการ ภายในห้องเช่านั้นเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นอับคละคลุ้ง ทั่วบริเวณห้อง ภายในห้องเช่าแห่งนี้มี 2 พ่อลูกพักอาศัยอยู่ ย้อนกลับไปเมื่อ 5 - 6 ปีก่อน คุณพ่อชื่อ นาย นรินทร์ อรุณวงศ์ อายุ 38 ปี พักอาศัยอยู่กับภรรยาและมีลูกด้วยกัน 2 คน

คนแรกคือ น้อง สตางค์ อายุ 12 ปี และ คนที่ 2 อายุ 8 ปี คุณพ่อทำงานเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง มีอยู่วันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุคุณพ่อได้ตกจากที่สูง 3 ชั้นขณะทำงาน เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คุณพ่อกลายเป็นผู้พิการอัมพฤกษ์ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย เวลานั้นมีเพียงภรรยาที่คอยดูแล เวลาผ่านไปได้ 2-3 เดือนด้วยเหตุผลบ้างประการ ภรรยาที่คอยดูแลก็ได้ทอดทิ้งกันไป โดยจะนำลูกทั้ง 2 คนไปด้วย แต่ช่วงเวลานั้น น้องสตางค์อายุเพียง 7 ขวบเท่านั้น กลับพูดให้ผู้เป็นแม่ว่า.." หนูขออยู่กับพ่อได้ไหม พ่อนอนป่วยอยู่ ถ้าหนูไปอีกคนใครจะดูแลพ่อ "  มันเป็นประโยคที่เด็กอายุ 7 ขวบตัวเล็กๆพูดออกมา

"น้องสตางค์" เด็กหญิงวัย 12  ยอมทิ้งช่วงเวลาวัยเด็ก เพื่อเป็นเสาหลักของบ้าน  เก็บขยะ ขายผักเลี้ยงพ่อป่วยอัมพฤกษ์ เหนื่อยใจจะขาดแต่ต้องโกหกไม่ให้พ่อรู้

ปัจจุบันน้องสตางค์ อายุ 12 ปีแต่น้องต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้านทุกอย่าง น้องต้องออกไปรับจ้าง ขายผักในตลาด เก็บขยะจากถังขยะ มาขายเพื่อนำเงินมาเป็นค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากิน ค่าไปโรงเรียน ค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวัน และที่สำคัญ เธอต้องนำเงินมาซื้อ แพมพริส ผ้าอ้อม อุปกรณ์ล้างแผล ค่าข้าว ค่าน้ำให้กับคุณพ่อที่นอนป่วยเป็นอัมพฤกษ์ น้องสตางค์ได้เล่าให้เมศฟังทั้งน้ำตาว่า..หนูต้องโกหกพ่อ เวลาหนูออกไปเก็บขยะ ตากแดด ตากฝน บางทีหนูเหนื่อย หนูนั่งร้องไห้ แต่พอถึงบ้านหนูก็จะยิ้ม ไม่อยากให้พ่อรู้ว่าหนูร้องไห้ หนู เหนื่อย พ่อถามว่า หนูเหนื่อยไหม หนูก็ตอบว่า ไม่เหนื่อย..

หนูอยากขอโทษพ่อ ที่หนูต้องกลายเป็นเด็กโกหก หนูอยากจะบอกพ่อว่า พ่อหนูขอโทษ หนูรักพ่อมาก ตอนนี้คุณพ่อและน้องสตางค์พักอยู่ภายในห้องเช่าเล็กๆเดือนละ 800 บาทไม่รวมค่าน้ำและค่าไฟ คุณพ่อได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการแถว บางปู สมุทรปราการ

"น้องสตางค์" เด็กหญิงวัย 12  ยอมทิ้งช่วงเวลาวัยเด็ก เพื่อเป็นเสาหลักของบ้าน  เก็บขยะ ขายผักเลี้ยงพ่อป่วยอัมพฤกษ์ เหนื่อยใจจะขาดแต่ต้องโกหกไม่ให้พ่อรู้

ด้วยวัยเพียง 12 ปี แต่เธอต้องทิ้งช่วงเวลาวัยเด็ก วัยที่ร่าเริง กลับต้องมาเป็นเสาหลักของบ้าน ทำงานขายผัก เก็บขยะ เพื่อนำเงินมาเลี้ยงดูแลพ่อของเธอ เมศขอชื่นชมหัวใจของเธอจริงๆ ( ขณะที่พี่เขียนของน้องน้ำตาพี่ยังคลอเลย น้องสุดยอดจริงๆ นับถือเลยครับ )

เบื้องต้นเมศได้ให้เงินส่วนตัวไว้กับทางคุณพ่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวันเบื้องต้น หากเพื่อนๆพี่ๆต้องการช่วยเหลือน้องสตางค์สามารถโอนเงินเข้าบัญชีคุณพ่อน้องโดยตรงที่บัญชี

ธนาคาร กรุงไทย นาย นรินทร์ อรุณวงศ์ เลขที่บัญชี 217 - 0 -38423 - 5

( เมศได้รับอนุญาตจากคุณพ่อน้องสตางค์ให้ถ่ายรูป และ นำรูปพร้อมรายละเอียดทั้งหมดลงสื่อออนไลน์เรียบร้อยแล้วครับ )

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

080-775 -3230 เมศ เจ้าชายน้อย

 

related