Breaking ข่าว

เรื่องจริง ไม่อิงนิยาย ‘ชีวิตรักของนายทหารเพศเดียวกัน ฝ่าฝันจนมาถึงวันแต่งงาน’

 

กัปตันแดเนียล ฮอลล์ นักบินประจำเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ ในวัย 30 ปี กล่าวว่า กว่าจะได้เป็นนักบินอาปาเช่ ต้องผ่านการฝึกที่ทรหด อดทน เพื่อให้สมกับที่เป็นชายชาติทหาร แต่นั่นเป็นเรื่องของกาย แต่เรื่องของจิตใจนั้น มันคนละส่วนกัน เพราะคู่ชีวิตของกัปตันแดเนียลคือ นักบินประจำเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่เช่นกัน แต่เป็นรุ่นน้อง เขาคือ กัปตันวินเซนต์ ฟรานชิโน ในวัย 26 ปี [ซ้าย – กัปตันวินเซนต์ ฟรานชิโน ขวา – กัปตันแดเนียล ฮอลล์]
ทั้งคู่รู้จักกันในเดือนสิงหาคม ปี 2009 ในกิจกรรมรับน้องของโรงเรียนนายร้อย ทำให้ทั้งสองมาเจอกันและทำกิจกรรมรับน้องร่วมกัน จนต่างคนต่างประทับใจกัน แต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจ หลังจากรับน้องวันนั้น ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป แต่ด้วยพรหมลิขิตหรืออะไรก็แล้วแต่ มกราคม 2010 ทั้งสองได้กลับมาเจอกัน และเป็นคู่หูกันตามหลักสูตร “พี่เทรนน้อง” ที่รุ่นพี่ต้องสอนและดูแลรุ่นน้องในสาขาวิชาเดียวกัน ความผูกพันธ์มีมากขึ้น แต่ยังคงต้องปกปิดภายใต้นโยบาย Don’t Ask, Don’t Tell ที่บังคับใช้ในสมัยประธานาธิบดีบิล คลินตัน เมื่อปี ค.ศ. 1993
Don’t ask, Don’t tell คือ นโยบายห้ามถาม ห้ามบอก เป็นนโยบายที่ห้ามบุคคลในราชการทหารเปิดเผยลักษณะรสนิยมทางเพศโดยการพูดหรือเปิดเผยถึงความสัมพันธ์รักร่วมเพศ หากฝ่าฝืนจะถูกไล่ออกโดยไม่มีการสอบสวน ซึ่งผู้บังคับบัญชาก็ไม่มีสิทธิ์ถาม ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ไม่มีสิทธิ์บอก ดังนั้น ก็จะไม่เกิดการเอาผิดทางวินัยใดๆเกิดขึ้น แรกๆที่นโยบายนี้ถูกนำมาใช้ มีการประท้วงเรียกร้องจากประชาชนและนักการเมือง เพราะเห็นว่า ทหารที่ออกรบ ยอมเสียสละชีพเพื่อชาติ ก็ควรจะได้รับเกียรติจากชาติที่ตนปกป้องเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ กัปตันแดเนียลและกัปตันวินเซนต์จึงเลือกที่จะปิดบังความสัมพันธ์เป็นความลับ เพราะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว
แต่แล้วนโยบาย Don’t ask, Don’t tell ก็ถูกยกเลิกในเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 2011 ครอบครัวของกัปตันวินเซนต์เปิดเผยในภายหลังว่า กัปตันวินเซนต์โพสต์แทบจะทุกอย่างลงบน Facebook ทั้งรูปภาพ ข้อความ เพลง ที่แสดงถึงความรักที่กำลังมีเต็มเปี่ยมในใจ ซึ่งครอบครัวของทั้งสองก็รับรู้และยินดีที่มีเรื่องราวความรักเช่นนี้เกิดขึ้น ครอบครัวของกัปตันวินเซนต์บอกว่า วินเซนต์ดูร่าเริงมีความสุขแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ทั้งสองเดทกันครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2012 และปฏิบัติเหมือนคู่รักทั่วไป เช่น จับมือกันในที่สาธารณะ แต่ก็ถูกสายตาผู้คนมองด้วยความฉงนสงสัย แต่ด้วยภารกิจในหน้าที่ทหารหาญ ทำให้ต้องอยู่ไกลกันคนละประเทศ ทั้งสองจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์ แต่คนที่ถูกลิขิตมาให้คู่กัน ยังไงก็ต้องคู่กัน ทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งในปลายปี 2012 จากนั้นมาแม้จะต้องไปปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติยังต่างประเทศ แทบจะไม่ได้เจอกัน แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่จบลง
3 ปี ผ่านไป ทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานกัน งานแต่งงานมีขึ้นอย่างสมเกียรติเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา มีพิธีเดินลอดซุ้มกระบี่ ณ โบสถ์ของโรงเรียนนายร้อย U.S. Military Academy ในเมืองเวสต์พอยท์ มหานครนิวยอร์ก นับเป็นนายทหารคู่รักเพศเดียวกันคู่แรกที่แต่งงานกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวที่สุดในวงการทหารหาญอเมริกัน
ในพิธีแต่งงานนั้นมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่และเพื่อนทหารมาร่วมงานนับร้อยคนเต็มพื้นที่โบสถ์ และทหารทุกนายมาในชุดเครื่องแบบเต็มยศ เป็นการบ่งบอกถึงการให้เกียรติในความรักชาติของกัปตันแดเนียลและกัปตันวินเซนต์ในการปฏิบัติภารกิจด้วยความรับผิดชอบเสมอมา รวมถึงให้เกียรติในความรักที่ทั้งสองมีให้กัน
ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ภาพสวยๆจาก nytimes.com | https://mobile.nytimes.com/2018/01/19/fashion/weddings/two-active-duty-soldiers-marry-in-same-sex-wedding-at-west-point.html