เสียงร้องระงม! ชาวอุดรฯ ยืนดูเพลิงโหม ศาลา "หลวงพ่อพระบาง" ทั้งน้ำตา

เสียงร้องระงม! ชาวอุดรฯ ยืนดูเพลิงโหม ศาลา "หลวงพ่อพระบาง" ทั้งน้ำตา

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

  ชาวบ้านร้องไห้ระงม เพลิงโหม ศาลา "หลวงพ่อพระบาง" พระคู่บ้าน 400 ปีวอดทั้งหลัง คาดอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะต้นเพลิงมาจากฝ้าเพดาน วันนี้( 24 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. -- นายธงชัย พลพวก ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานี ได้เดินทางมาตรวจดูความเสียหายของศาลาการเปรียญวัดธาตุยางชุม หมู่ 13 ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี และ หลวงพ่อพระบาง พระพุทธรูปสำริดเก่าแก่ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 26 นิ้ว สูง 46 นิ้ว อายุกว่า 400 ปี เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง และศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือหลังจากที่คืนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ชั้นบนของศาลาการเปรียญแห่งนี้ โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 00.30 น. ของวันนี้ ที่มี นายวิโรจน์ อุทุมโภค นายอำเภอกุดจับ , พ.ต.ท.ปรัชญา สนิทวงศ์ชัย รอง ผกก.ป.สภ.กุดจับ. ,พ.ต.ท.พงษ์พิษณุ คงแสนคำเจริญ สารวัตรสอบสวน สภ.กุดจับ ออกไปอำนวยการดับเพลิง ขณะที่มีชาวบ้านและพระสงฆ์ กำลังช่วยกันตักน้ำดับไฟที่ไหม้บนชั้น 2 ของศาลาการเปรียญ แต่ไม่ทันเพลิงจึงไหม้ศาลาการเปรียญวอดหมดหลัง ทำได้เพียงฉีดน้ำไม่ให้เพลิงลุกลาม ไปติดบ้านเรือนของชาวบ้าน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยมีชาวบ้านที่อยู่ในวัยชรา ผู้สูงอายุ ต่างร้องไห้กันระงม ด้วยความเสียใจ เพราะภายในศาลามี “หลวงพ่อพระบาง” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง อยู่บนศาลา เสียงร้องระงม! ชาวอุดรฯ ยืนดูเพลิงโหม ศาลา "หลวงพ่อพระบาง" ทั้งน้ำตา หลังจากที่ นายธงชัย ตรวจดูควาเสียหาย ได้ถวายผ้าห่มสำหรับพระภิกษุ กับทางพระอธิการเจียมศักดิ์ เจ้าอาวาสวัด พร้อมเผยว่า เดินทางมาดูความเสียหาย พร้อมกับให้คณะกรรมการวัดประเมินความเสียหาย เพื่อจะนำไปรายงานสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งจะได้จัดสรรงบประมาณมาช่วยสร้างศาลาการเปรียญ และซ่อมแซมหลวงพ่อพระบางต่อไป เสียงร้องระงม! ชาวอุดรฯ ยืนดูเพลิงโหม ศาลา "หลวงพ่อพระบาง" ทั้งน้ำตา พระอธิการเจียมศักดิ์ จิระสีโร เจ้าอาวาสวัด เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้พระภิกษุและช่างก่อสร้างวิหารหลวงพ่อพระบาง ได้ขึ้นไปนอนบนศาลาชั้น 2 ขณะกำลังนอนหลับ ก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้พร้อมมีควันลอยลงมาจากเพดาน พระและช่างก่อสร้างได้วิ่งลงมาจากศาลา พร้อมกับร้องตะโกนบอกพระในวัดซึ่งมี 7 รูป พร้อมกับตีระฆังแจ้งชาวบ้านให้มาช่วยกัน แต่เพลิงลุกไหม้รวดเร็วมาก จึงดับไม่ทัน อีกทั้งรถดับเพลิงที่มาคันแรกไม่มีน้ำ ต้องไปเติมน้ำ ทำให้ศาลาไหม้หมดทั้งหลัง” เสียงร้องระงม! ชาวอุดรฯ ยืนดูเพลิงโหม ศาลา "หลวงพ่อพระบาง" ทั้งน้ำตา ด้าน นายฉวี ชาวเชียงพิณ อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 13 บ้านเชียงเพ็ง เปิดเผยว่า ตนเกิดมาก็เห็นศาลาการเปรียญ และพระพุทธรูป “หลวงพ่อพระบาง” ซึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ชาวบ้านต่างมาช่วยกันดับไฟ และพยายามจะเข้าไปเอาหลวงพ่อพระบางออกมา แต่เพลิงไหม้โหมรุนแรงมาก เนื่องจากศาลาทำด้วยไม้ มีอายุมาก ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ชาวบ้านจึงได้แต่ร้องไห้ยืนดูเพลิงไหม้ศาลาทั้งน้ำตา เพราะรู้สึกว่าสูญเสียสิ่งมีค่าไปต่อหน้าต่อตา เสียงร้องระงม! ชาวอุดรฯ ยืนดูเพลิงโหม ศาลา "หลวงพ่อพระบาง" ทั้งน้ำตา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสันนิษฐานว่า อาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะต้นเพลิงมาจากฝ้าเพดาน ตอนนี้ชาวบ้านของหมู่บ้านรู้สึกหดหู่ เสียใจ เพราะหลังเพลิงสงบ ก็พบ “หลวงพ่อพระบาง” ถูกไฟเผาไหม้เสียหาย คว่ำหน้าอยู่ในกรงเหล็ก แม้แต่ตนก็ยังร้องไห้ที่นำท่านออกมาไม่ได้ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชาวบ้านที่รู้ข่าวได้เดินทางมาดู เมื่อเห็นหลวงพ่อพระบาง ก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ จึงอยากให้ผู้มีจิตศรัทธาในพุทธศาสนา มาช่วยสร้างศาลาและซ่อมแซมหลวงพ่อพระบางขึ้นมาใหม่ เพื่อประดิษฐานเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้ชาวบ้านด้วย”  
related