พบช้างป่าเป็นมิตร ระหว่างค้นหา "ช้างป่าเขาอ่างฤาไน" ถูกรถชน

23 ก.พ. 2561 เวลา 15:13 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนคาดว่าใช้เวลา 4 วันในการค้นหาช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บจากถูกรถยนต์ชนและบาดเจ็บขาขวาด้านหลัง ส่วนเมื่อสักครู่นี้พบช้าง ช้างป่า ออกมาเดินบนถนน

วันนี้(23 ก.พ.) นายเดชา นิลวิเชียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ติดตามร่องรอยของช้างที่บาดเจ็บ ซึ่งเดินเข้าไปในป่าเขาตะกรุบ ซึ่งวันนี้ ติดตามไปจนถึง 2 กิโลเมตร จากจุดเกิดพบร่องรอยช้างหายไป โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาค้นหาอีก 4 วัน และติดตามบริเวณใกล้แหล่งน้ำ รอบๆ จุดเกิดเหตุ เพื่อเร่งค้นหาช้างให้เจอโดยเร็ว เนื่องจากขณะนี้ผ่านพ้นช่วงบาดเจ็บไปแล้ว 24 ชั่วโมง คาดว่าขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่แผลจะแสดงอาการระบม หรืออักเสบ ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่า ช้างมีอายุประมาณ 10 ปี แต่ยังไม่ทราบเพศ โดยจุดเกิดเหตุ เป็นพื้นที่ที่พบช้างออกมาวิ่งเล่นกันในช่วงเวลากลางคืน แต่ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ช้างออกมาในช่วงเวลากลางวัน

สำหรับการค้นหาในวันนี้ โดยแบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 4 ชุด ชุดละ 5 นาย เป็นทั้งหมด 20 นาย เดินเท้าออกค้นหา

จากร่องรอยที่พบ ของช้างที่หนีเข้าป่าไป บริเวณริมถนน ริมถนนกว่า 100 เมตร มีอาการเดินลากขา และสามารถเดินข้ามเนินเขาสูงได้ถึง 2 ลูก เเละช้างได้ลงไปในโป่งดินที่มีขนาดกว้าง 15 คูณ 15 เมตร

เมื่อขึ้นจากโป่งดินร่องรอยช้างได้หายไป

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯกล่าวเพิ่มว่า รอยเท้าที่พบ เหมือนมีหนึ่งข้างจิกลึกลงไปที่พื้น จากลักษณะดังกล่าว สันนิษฐานอาการเบื้องต้น คาดว่า ข้อเข่าขาหลัง ด้านขวา อาจเจ็บหนัก จนไม่สามารถรับน้ำหนักได้ เเละมีรอยลากขาชัดเจน เท้าที่จิกลึกคือเท้าหลังซ้าย ยิ่งเคลื่อนไหวมาก อาการบาดเจ็บก็จะยิ่งรุนแรง ช่วงนี้เจ้าหน้าที่ต้องติดตามห่างๆ เพื่อประเมินการเคลื่อนไหว

ซึ่งเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาระหว่าการเดินทางเข้ามาพื้นที่ก็พบ ช้างป่าหนึ่งตัว ระบุเพศไม่ได้ เดินอยู่ริมทาง ลักษณะเดินมุงหน้า มายังสำนักงานเขตรักสาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จากการดูพฤติกรรมนั้นดูสงบไม่เป็นอันตราย ซึ่งตลอดเวลารถก็ยังสัญจร แต่ก็ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก และคอยใช้จังหวะในการขับผ่าน

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด