ยังมีอยู่!! “บิ๊กอ๊อด” ยืนยันยังเดินหน้าปราบล้มบอลให้หมดจากลีกไทย

04 ก.ย. 2561 เวลา 12:18 น.

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัวอดีตทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชทีมชาติไทย ไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีล็อกผลการแข่งขันฟุตบอลลีกของไทย เพิ่มอีก 1 ราย พร้อมยืนยันการล็อคผลการแข่งขันยังมีอยู่ ซึ่งทางสมาคมฯ จะเร่งปราบปรามอย่างจริงจังต่อไป

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการทุจริตผลการแข่งขันฟุตบอลลีกของประเทศไทย หลังจากที่มีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาว่า เมื่อเวลา 11.00 น. นายณัฐกานต์ ฉิมภารี อดีตทีมงานสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทย และอดีตผู้ตัดสินได้เข้ามาพบกับพนักงานสอบสวน สน.บางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการล็อคผลการแข่งขันฟุตบอลเพิ่มเติมอีก 1 ราย

โดย พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าวต่อว่า เรื่องการล็อคผลบอล ล้มบอล อย่างที่เคยเรียนไปแล้วว่า พยายามให้หมดไป การล้มบอล ถือว่าเป็นเหมือนมะเร็งร้ายในวงการฟุตบอล ทางสมาคมฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแต่คนไทยเท่านั้นที่ให้ความสำคัญ ตำรวจสากลก็ให้ความสนใจอย่างมาก โดยในวันที่ 10-11 ก.ย. ทางตำรวจสากลได้เชิญตัวแทนจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นวิทยากรพูดถึงการล้มบอลในประเทศไทยให้กับตำรวจสากล และประเทศสมาชิกได้ฟังที่ เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัวอดีตทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชทีมชาติไทย ไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีล็อกผลการแข่งขันฟุตบอลลีกของไทย เพิ่มอีก 1 ราย พร้อมยืนยันการล็อคผลการแข่งขันยังมีอยู่ ซึ่งทางสมาคมฯ จะเร่งปราบปรามอย่างจริงจังต่อไป

นายกสมาคมฟุตบอลไทย กล่าวต่อว่า ส่วนในรอบแรก 13 คน ตอนนี้ทางอัยการได้มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องต่อศาลอาญา หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานที่เพียงพอต่อการเอาผิดทั้ง 13 คน อย่างไรก็ตามการล้มบอลในตอนนี้ยังไม่หมดไป ซึ่งเป็นหน้าที่ของทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ต้องดำเนินการหาทางแก้ไข โดยในฤดูกาล 2019 จะมีการนำ VAR มาใช้ในทุกแมตช์ ซึ่งอาจต้องทำงานหนักขึ้น ในการจัดหาอุปกรณ์เข้ามาช่วยในการตัดสิน เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่า สมาคมฯ ได้มีความยุติธรรมในทุกแมตช์การแข่งขันของปีหน้า เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของแฟนบอล, สโมสร รวมทั้งนักเตะ