ย้อนรอย 5คดีฆ่าแล้วฝัง ร่างที่นอนดินกลบหน้ารอทวงคืนความยุติธรรม

26 ก.ย. 2561 เวลา 8:51 น.

ย้อนรอยฆาตกรรมฝังดิน กรรมวิธีการซ่อนเร้นทำลายศพของเหล่าฆาตกรที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ผ่านมา ก็มักไม่รอดจากการถูกจับกุมดำเนินคดี ทีมข่าวสปริงนิวส์ ขอยก 5 คดี ฆ่าฝังดินในอดีตกลับมาเล่าให้ได้รับทราบกันอีกครั้ง

หากจะย้อนคดีฆาตกรรมที่คนร้ายเลือกซ่อนเร้นอำพรางศพของเหยื่อที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มีอยู่หลายแบบที่เคยเป็นคดีโด่งดังในอดีตที่ผ่านมา แต่วิธีการนำศพฝังดินเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ถูกคนร้ายใช้หลายต่อหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ไม่รอดการจับกุม ที่ผ่านมามีมากมายหลายคดี ทีมข่าวสปริงนิวส์จะย้อน 5 คดี "ฆ่าฝังดิน" ที่เคยเป็นที่กล่าวขานถึงกันอีกสักครั้ง

ย้อนรอยฆาตกรรมฝังดิน กรรมวิธีการซ่อนเร้นทำลายศพของเหล่าฆาตกรที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ผ่านมา ก็มักไม่รอดจากการถูกจับกุมดำเนินคดี ทีมข่าวสปริงนิวส์ ขอยก 5 คดี ฆ่าฝังดินในอดีตกลับมาเล่าให้ได้รับทราบกันอีกครั้ง

หมอสุพัฒน์ กับการฆ่าฝังดินแรงงานพม่า

22 ก.ย.55 ตำรวจ สภ.ท่าไม้รวก จ.เพชบุรี บุกจับตัว พ.ต.อ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อายุรแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ขณะหลบซ่อนตัวอยู่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในหาดปึกเตียน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี หลังตำรวจมีหลักฐานว่า พ.ต.อ.สุพัฒน์ มีส่วนพัวพันกับการหายตัวไปของ นายสามารถ นุ่มจุ้ย และน.ส.อรษา เกิดทรัพย์ สองสามีภรรยาชาวเพชรบุรี ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ตั้งแต่เดือนมิ.ย.52 คดีนี้หมอสุพัฒน์ ให้การปฎิเสธและขอประกันตัวในชั้นศาลเพื่อต่อสู้คดี

แต่ทางสืบสวนพบว่าการหายตัวไปของเหยื่อทั้งสองคน เกิดจากการมีปากเสียงกับหมอสุพัฒน์ เรื่องปัญหาที่ดินที่อยู่ติดกัน คดีนี้ตำรวจเร่งหาพยานหลักฐาน โดยเฉพาะศพของนายสามารถ และ น.ส.อรษา ทีมสืบสวนมีการขุดค้นไร่ของหมอสุพัฒน์ ที่ จ.เพชรบุรี จำนวนหลายครั้ง ก่อนจะพบโครงกระดูกมนุษย์ 3 ศพ ถูกฝังไว้ในไร่ของหมอสุพัฒน์ แต่เมื่อตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ กลับพบว่าทั้ง 3 ศพ ไม่มีศพใดที่เป็นของสองสามีภรรยาที่หายตัวไป แต่มีหลักฐานที่ระบุได้ว่า 1 ใน 3 ศพ ที่ขุดพบเป็นของนายอีต้าร์ คนงานชาวพม่าที่เคยทำงานอยู่ในไร่ของหมอสุพัฒน์

เพื่อนคนงานในไร่ให้การอ้างว่า หมอสุพัฒน์เป็นคนสั่งฆ่านายอีต้าร์ สาเหตุเพราะหึงหวงที่นายอีต้าร์ไปพัวพันกับ นางวิลสา จันทรบัญชร ภรรยาของหมอสุพัฒน์ โดยในวันเกิดเหตุมีบุตรชายสองคนของหมอสุพัฒน์ร่วมอยู่ด้วย เพื่อนคนงานของนายอีด้าร์ ยังระบุอีกว่าเขาเห็นเพื่อนถูกจ่อยิงต่อหน้าต่อตา จึงตัดสินใจหลบหนี ก่อนจะยอมเปิดเผยตัวเพื่อเป็นพยานกับตำรวจหลังเรื่องแดงขึ้นมา ตำรวจจึงแจ้งข้อหาหมอสุพัฒน์เพิ่มอีก 2 ข้อหาคือฆ่าแรงงานพม่า และค้ามนุษย์ แต่หมอสุพัฒน์ ซึ่งได้รับการประกันตัว หลบหนีคดีไปยังประเทศพม่าและไม่มาฟังคำพิพากษา ก่อนที่คดีนี้ศาลจะตัดสินประหารชีวิต ในวันที่ 1 พ.ค.2558 พร้อมออกหมายจับหมอสุพัฒน์ หลังคำพิพากษาของศาลหมอสุพัฒน์ พยายามจะหลบหนีคดีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะถูกทางการพม่าจับตัวได้ที่ชายแดน จ.ตาก ขณะกำลังจะขับรถยนต์ที่ซุกเงินสดเต็มท้ายรถ เข้าประเทศพม่า เบื้องต้นทางการพม่าดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมือง ก่อนจะส่งตัวให้ทางการไทยเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2560

ขณะนี้หมอสุพัฒน์ ยังคงถูกคุมตัวอยู่ที่เรือนจำ พร้อมกับปริศนาที่ยังคงทิ้งไว้ให้ครอบครัวของ นายสามารถ และ น.ส.อรษา ต้องสืบค้นกันต่อไปว่าท้ายที่สุดแล้วทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แหละหากไม่มีชีวิตแล้ว ร่างของทั้งสองคนอยู่ที่ไหน

ย้อนรอยฆาตกรรมฝังดิน กรรมวิธีการซ่อนเร้นทำลายศพของเหล่าฆาตกรที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ผ่านมา ก็มักไม่รอดจากการถูกจับกุมดำเนินคดี ทีมข่าวสปริงนิวส์ ขอยก 5 คดี ฆ่าฝังดินในอดีตกลับมาเล่าให้ได้รับทราบกันอีกครั้ง

ฆ่าฝังดิน"เอกยุทธ อัญชันบุตร "

9 มิถุนายน 2556 ญาตินายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ ที่ต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นคนที่ออกมาเปิดเผยกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้เวลาของทางราชการ เดินทางไปโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ หรือที่เรียกชื่อย่อว่า "ว.5 โฟร์ซีชั่นส์" ได้เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามว่า นายเอกยุทธหายตัวไปตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน 2556 หลังจากนายเอกยุทธโทรศัพท์ติดต่อพี่สาวให้นำเช็คเงินสดจำนวน 5 ล้านบาท ไปให้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งนายเอกยุทธไม่ได้มาเอง แต่เป็นคนขับรถมารับแทน ความผิดปกตินี้ทำให้ญาติเชื่อว่า การหายตัวของนายเอกยุทธ น่าจะมีเงื่อนงำ

การสืบสวนจึงเริ่มต้นขึ้น ตำรวจและญาติร่วมกันตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ที่บริษัทย่านทาวอินทาวน์ ซึ่งเป็นที่พักของนายเอกยุทธด้วยเช่นกัน แต่ปรากฎว่ามีการถอดหน่วยความจำของกล้องวงจรปิดออกไปทั้งหมด มีเพียงกล้องวงจรปิดที่ร้านอาหารย่านประดิพัทธ์ ที่บันทึกภาพรถยนต์ โฟล์กตู้ สีดำ ทะเบียน ฮพ 9304 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของนายเอกยุทธ ขณะคนขับรถพานายเอกยุทธมารับประทานอาหาร

ย้อนรอยฆาตกรรมฝังดิน กรรมวิธีการซ่อนเร้นทำลายศพของเหล่าฆาตกรที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ผ่านมา ก็มักไม่รอดจากการถูกจับกุมดำเนินคดี ทีมข่าวสปริงนิวส์ ขอยก 5 คดี ฆ่าฝังดินในอดีตกลับมาเล่าให้ได้รับทราบกันอีกครั้ง

นายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือ บอล คนขับรถของนายเอกยุทธ จึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวของนายเอกยุทธโดยทันที เพราะเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดและรู้ความเคลื่อนไหวของนายเอกยุทธเป็นอย่างดี จนในที่สุดตำรวจก็พบว่านายบอล ได้ขับรถของนายเอกยุทธลงไปในพื้นที่ภาคใต้ ก่อนจะนำตัวนายบอลมาสอบสวน ซึ่งนายบอลยังยังไม่ยอมเปิดปากอ้างแต่เพียงว่า นายเอกยุทธหลบหนีไปประเทศพม่าแล้วเท่านั้น แต่เมื่อตำรวจและทนายความของนายเอกยุทธ ร่วมสอบปากคำนายบอล อย่างหนักจนสุดท้ายนายบอล ยอมปริปากสารภาพว่าได้ร่วมกับพวกจับตัวนายเอกยุทธไปเพื่อชิงทรัพย์ แต่นายเอกยุทธ ขัดขืนจึงฆาตกรรมและนำศพไปฝั่งในพื้นที่ จ.พัทลุง

หลังนายบอล ยอมปริปากบอกจุดฝังศพ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในขณะนั้นบินด่วนลงควบคุมการขุดหาศพด้วยตนเอง ก่อนจะพบร่างของนายเอกยุทธ ถูกฝังดินในสภาพเปลือยเปล่าที่ไร่นาสวนผสมร้าง หมู่ที่ 10 บ้านเขาจิงโจ้ อ.ชัยบุรี จ.พัทลุง จากสภาพศพที่ถูกฝังดินมานานกว่า 4 วัน ทำให้เริ่มเปลี่ยนสภาพส่งกลิ่นเหม็นเน่า แต่น้องสาวของนายเอกยุทธเห็นปานดำที่ใบหูก็ยืนยันทันทีว่าศพนี้คือนายเอกยุทธ ตำรวจจึงส่งศพไปตรวจทางนิติเวช เพื่อตรวจพิสูจน์การตาย ตรวจ ดีเอ็นเอ โดยแพทย์พบร่องรอยการถูกบีบคอ หลังทีมสืบสวนพบศพนายเอกยุทธ จึงเค้นความจริงจากนายบอลอีกครั้ง ก่อนจะขยายผลจับผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุและช่วยเหลือในการซ่อนเร้นทำลายศพได้ยกแก๊ง

ย้อนรอยฆาตกรรมฝังดิน กรรมวิธีการซ่อนเร้นทำลายศพของเหล่าฆาตกรที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ผ่านมา ก็มักไม่รอดจากการถูกจับกุมดำเนินคดี ทีมข่าวสปริงนิวส์ ขอยก 5 คดี ฆ่าฝังดินในอดีตกลับมาเล่าให้ได้รับทราบกันอีกครั้ง

ต่อมาอัยการยื่นฟ้องนายสันติภาพ เพ็งด้วง, นายสุทธิพงษ์ พิมพิสาร เป็นจำเลย ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธและใช้ยานพาหนะ จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ และข้อหาที่เกี่ยวข้องอีกหลายข้อหา พร้อมยื่นฟ้อง นายชวลิต วุ่นชุม และนายทิวากร เกื้อทอง ข้อหาร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย และยื่นฟ้อง จ.ส.อ.อิทธิพล และนางจิตอำไพ เพ็งด้วง พ่อแม่ของนายสันติภาพ ในข้อหาร่วมกันรับของโจร

30 ธ.ค.57ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต นายสันติภาพ และนายสุทธิพงศ์ ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่คำให้การชั้นพิจารณาคดีมีประโยชน์อยู่บ้าง จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายชวลิต หรือเชาว์ จำเลยที่ 3 มีความผิด ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และร่วมกันซ่อนเร้นศพฯ ให้จำคุก 13 เดือน โดยให้รวมโทษที่รอการลงอาญาไว้ในคดีเดิมอีก 6 เดือนด้วย รวมจำคุก 19 เดือน สำหรับนายทิวากร หรือทิว จำเลยที่ 4 ให้จำคุก 8 เดือน ฐานร่วมกันซ่อนเร้นศพฯ ส่วน จ.ส.อ.อิทธิพล และนางจิตอำไพ บิดา-มารดาของนายสันติภาพ จำเลยที่ 5-6 ให้ลงโทษฐานรับของโจร แต่จำเลยรับสารภาพ และช่วยติดตามนำเงินของกลางมาคืนจำนวน 4.4 ล้านบาท จึงพิพากษาให้จำคุก 1 ปี 4 เดือน

30 มิ.ย. 2559 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น หลังจากนั้น จ.ส.อ.อิทธิพล จำเลยที่ 5 ยื่นฎีกาเพียงคนเดียวขอให้ศาลรอการลงโทษ ส่วนจำเลยที่เหลือไม่ยื่นฎีกา 19 ต.ค.60 ศาลฏีกาอ่านคำพิพากษาคดีที่ จ.ส.อ.อิทธิพล ยื่นฏีกาต่อศาล ซึ่งศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 5 ในฐานะบิดารู้ว่าบุตรของตนกระทำผิดกฎหมายกลับไม่ห้ามปราม และยังช่วยซุกซ่อนทรัพย์สินที่ได้จากการ กระทำความผิด ถือว่ามีส่วนให้เกิดอาชญากรรม เป็นเรื่องร้ายแรงต่อสังคม จึงไม่มีเหตุรอ การลงโทษ ศาลฎีกาเห็นพ้องตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามอุทธรณ์ จำคุก 1 ปี 4 เดือน

คดีนี้แม้จะปิดฉากลงแล้วแต่ในแง่มุมของการเมืองยังคงมีปริศนา และมีการการพูดถึงกันอย่างต่อเนื่อง ว่าการเสียชีวิตของนายเอกยุทธ จะเป็นเพียงแค่การถูกลูกน้องชิงทรัพย์ หรือมีเงื่อนงำอะไรที่มากกว่านี้หรือไม่...

ย้อนรอยฆาตกรรมฝังดิน กรรมวิธีการซ่อนเร้นทำลายศพของเหล่าฆาตกรที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ผ่านมา ก็มักไม่รอดจากการถูกจับกุมดำเนินคดี ทีมข่าวสปริงนิวส์ ขอยก 5 คดี ฆ่าฝังดินในอดีตกลับมาเล่าให้ได้รับทราบกันอีกครั้ง

ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี อุ้มฆ่าสาวทอมฝังศพเมืองกาญฯ

13 ธันวาคม 2559 เกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์ร่วมกันอุ้มตัวผู้หญิงลักษณะเป็นทอม ในพื้นที่ สน.หนองค้างพลู พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ในขณะนั้น ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนของ บก.น.9 ออกาหาเบาะแสของคนร้าย เบื้องต้นทราบว่าหญิงที่ถูกคนร้ายอุ้มหายตัวไปคือ น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง สาวทอม อายุ 28 ปี ตำรวจได้ออกสืบสวนหาข้อมูลอย่างลับๆ จนกระทั้งวันที่ 9 ม.ค.60 ตำรวจพบพยานหลักฐานบางอย่างที่เพียงพอในการขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 7 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อายุ 58 ปี ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เบื้องต้น พ.ต.อ.อำนวย ให้การภาคเสธโดยอ้างว่าเป็นคนสั่งให้ทีมผู้ต้องหาไปอุ้มตัว น.ส.สุภัคสรณ์ จริงแต่เป็นเพียงอุ้มตัวมาเพื่อสั่งสอนที่ น.ส.สุภัคสรณ์ ยืมเงินหญิงสาวรายหนึ่งจำนวน 4 ล้านบาทแล้วไม่ยอมคืน แต่ไม่มีเจตนาฆ่าแต่อย่างใด แต่ในทางสืบสวนของตำรวจพบว่าหญิงสาวรายที่ พ.ต.อ.อำนวย อ้างว่าถูก น.ส.สุภัคสรณ์ ยืมเงินก็มีความสัมพันธ์กับ พ.ต.อ.อำนวย เช่นกัน

11 ม.ค. 60 ทีมสืบสวนพร้อมหน่วยกู้ภัยพบศพ น.ส.สุภัคสรณ์ ถูกฝังดินในลักษณะเปลือย ที่ด้านหลัง รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ใน ต.หนองหญ้าปล้อง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จากการผ่าพิสูจน์ศพเบื้องต้น พบว่าการเสียชีวิตเกิดจากขาดอากาศหายใจ ร่องรอยที่พบก็มีเพียงรอยฟกซ้ำเล็กน้อยที่หน้าผากและลำตัว ซึ่งแพทย์ระบุว่าไม่น่าจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต อีกทั้งก็ไม่พบว่ามีบาดแผลฉกรรจ์ กระดูกไม่หัก และไม่มีร่องรอยถูกข่มขืน และในหลอดลมก็ไม่พบเศษดิน จึงเชื่อว่า น.ส.สภัคสรณ์ ถูกฆาตกรรมมาจากที่อื่นก่อนจะนำศพมาฝังดินอำพราง

ย้อนรอยฆาตกรรมฝังดิน กรรมวิธีการซ่อนเร้นทำลายศพของเหล่าฆาตกรที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ผ่านมา ก็มักไม่รอดจากการถูกจับกุมดำเนินคดี ทีมข่าวสปริงนิวส์ ขอยก 5 คดี ฆ่าฝังดินในอดีตกลับมาเล่าให้ได้รับทราบกันอีกครั้ง

"หมูหยอง"ฆาตกรโหดวัย 17 ฆ่าหนุ่มนักศึกษาฝังดิน ชัยภูมิ

8 เมษายน 2560 นายนิรันดร์ สร้อยสูงเนิน อายุ 24 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพมหานคร ถูกแจ้งหายไปเมื่อวันที่ 8 เมษายน 60 ที่ผ่านมา ก่อนที่ผ่ายสืบสวนจะหน่วยเกี่ยวข้องจะออกค้นหา ผ่านไป 18 วัน จนกระทั้งเมื่อวันที่ 26 เมษายน 60 มีคนไปพบศพนายนิรันดร์ ถูกเผาก่อนนำมาฝังดินไว้เพื่ออำพรางศพอยู่ด้านหลังวัดบ้านโสกตลับ ต.โคกสูง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ คดีนี้ตำรวจภูธรชัยภูมิ ออกสืบสวนติดตามคนร้าย จนสามารถจับฆาตกรที่ก่อเหตุได้คือ นายหมูหยอง อายุเพียง 17 ปี โดยนายหมูหยอง สารภาพว่าได้วางแผนกับนายวัชระ สาแก้ว ซึ่งเป็นพี่ชายร่วมกันฆ่านายนิรันดร์ เพื่อชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ เงินสด และรถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ มิราจ สีขาว ทะเบียน 3 กท 4210 กรุงเทพมหานคร

นายหมูหยอง สารภาพว่ารู้จักกับนายนิรันดร์ จากโปรแกรมแซทชื่อดัง เมื่อต้นเดือนเมษายน พอทราบว่านายนิรันดร์ จะเดินทางมาหาแม่ที่ จ.ชัยภูมิ จึงวางแผนชวนนายนิรันดร์ มาหาที่ห้องพัก ก่อนจะร่วมกับพี่ชายใช้มีดจ้วงแทง จนนายนิรันดร์ เสียชีวิตจากนั้นช่วยกันนำศพไปจุดไฟเผาพร้อมฝังดิน ส่วนสาเหตุที่ลงมือในครั้งนี้คืออยากได้ทรัพย์สินของนายนิรันดร์ โดยต้องการนำรถยนต์ของนายนิรันดร์ไปขายเพื่อนำเงินมาชื้อจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ จากการตรวจสอบของตำรวจพบว่านายหมูหยอง ฆาตกรวัย 17 ปี รายนี้เคยก่อเหตุฆ่าคนเพื่อหวังชิงทรัพย์มาแล้วตอนอายุเพียงแค่ 16 ปี ซึ่งถือได้ว่าแม้จะอายุยังน้อยแต่เป็นฆาตกรที่โหดเหี้ยมอย่างมาก

ย้อนรอยฆาตกรรมฝังดิน กรรมวิธีการซ่อนเร้นทำลายศพของเหล่าฆาตกรที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ผ่านมา ก็มักไม่รอดจากการถูกจับกุมดำเนินคดี ทีมข่าวสปริงนิวส์ ขอยก 5 คดี ฆ่าฝังดินในอดีตกลับมาเล่าให้ได้รับทราบกันอีกครั้ง

ฆ่าน้องน้ำสาววัย 16 ฝังดินเมื่อปี 2555

24 ตุลาคม 2560 นางจันทิรา ศรีศักดิ์ ผู้เป็นแม่ออกติตาม น.ส.จริยา หรือ น้ำ ศรีศักดิ์ ลุกสาววัย 16 ปี ที่หายตัวอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่ปี 2555 หลังเข้ามาทำงานบ้านในกรุงเทพมหานครแล้วหายตัวไป โดยตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี ผู้เป็นแม่พยายามออกติดตามหาทุกวิถีทางก่อนจะตัดสินใจเข้าร้องเรียนกับนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และประสานตำรวจกองปราบปรามให้เข้ามาช่วยคลี่คลายคดี

เมื่อตำรวจกองปราบปรามรับแจ้งความ ทีมสืบสวนจากกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม กก.5 บก.ป. ก็ออกสืบสวนหาข้อมูลจนได้เบาะแสว่า น้องน้ำ อาจจะถูกฆาตกรรมนำศพไปฝังดิน ที่หลังบ้านหลังหนึ่งภายในซอยศาลาลอย 4 บ้านนามอญ หมู่ที่ 7 ต.หนองโสน อ.เมืองเพชรบุรี ตำรวจระดมทีมกู้ภัยและหน่วยเกี่ยวข้องออกค้นหาด้วยการทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ ตามความเชื่อของญาติและทีมคนหา จนในที่สุดก็พบร่างของน้องน้ำซึ่งอยู่ใสสภาพเหลือแต่โครงกระดูกถูกฝังดินไว้ ตำรวจจึงเข้าจับตัว น.ส.กฤษณา หรือ โมนา สุวรรณพิทักษ์ ซึ่งเป็นนายจ้างของน้องน้ำมาสอบสวนก่อนจะสารภาพว่าเป็นคนทำร้ายน้องน้ำ และนำไปล่ามโซ่กักขังไว้ในห้องก่อนจะซ้อมจนเสียชีวิตจริง เมื่อน้องน้ำเสียชีวิตจึงได้ให้ผู้ต้องหาที่เหลือช่วยกันนำศพไปฝังดินที่ จ.เพชรบุรี ก่อนจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

คดีนี้นางจันทิรา ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี ให้ช่วยออกติดตามลูกสาวที่หายตัวแต่ก็ไม่เป็นผล แต่เมื่อความรักของแม่ที่มีต่อลูกจึงทำให้นางจันทิรา ไม่หยุดที่จะออกตามหาลูกสาว ก่อนจะมีพลเมืองดีนำข้อมูลทีเป็นประโยชน์มาบอก เธอตัดสินใจเข้าร้องเรียนมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และตำรวจกองปราบปรามให้ช่วยเหลือจนท้ายที่สุดก็สามารถติดตามจนพบน้องน้ำ แม้ตอนที่พบน้องน้ำจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วแต่อย่างน้อยผู้เป็นแม่ก็ยังได้รู้ถึงชะตากรรมของลูก และที่สำคัญคือคนทีฆาตกรรมลูกสาวของเธอกำลังจะได้ชดใช้กรรมที่ทำไว้

นี่เป็นเพียง 5 คดีที่ทีมข่าวสปริงนิวส์ย้อนเหตุการณ์ที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ในโลกความเป็นจริง ยังมีคดีที่มีผู้สูญหายไร้ร่องรอยอีกเป็นจำนวนมาก บางคดีล่อเค้าว่าอาจเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรม นั่นเท่ากับว่า อาจจะยังมีร่างของเหยื่อการฆาตกรรมที่ถูกทำให้สูญหาย นอนนิ่งดินกลบหน้า รอทวงคืนความเป็นธรรมอีกหลายราย...