กลายเป็นประเด็นถกเถียงนโยบายระดับชาติ ถึงรากหญ้า เมื่อร้านสะดวกซื้อ ลงมาเล่นกับตลาด เปิดขายร้านอาหารตามสั่ง ทำให้นักการเมือง “อลงกรณ์ พลบุตร” ต้องเตือนสติให้เห็นใจผู้ค้ารายเล็กรายน้อย ให้มีคุณธรรม อย่าทำธุรกิจ “กินรวบ” คนเดียว แม้แต่พ่อค้าแม่ค้า หาบเร่แผงลอย ก็ขอให้มีที่ยืนทำมาค้าขายด้วย ขณะที่ผู้บริโภคมีทั้งเห็นด้วยและคัดค้าน เช่นเดียวกับนักวิชาการ ที่ชี้ว่า จะเป็นโอกาสคนค้าขายยกระดับคุณภาพ

จะขายอะไรกันทุกอย่าง!! “รสนา” ค้านร้านสะดวกซื้อ ขอพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ขายมีที่ทำมาหากิน

มุมมองดังกล่าวของ นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา นักรณรงค์ด้านสิทธิผู้บริโภค เปิดเผยว่า ร้านสะดวกซื้อให้บริการขายอาหารตามสั่ง คิดว่าสิ่งที่เราต้องพูดถึงเป็นหลักคือ นโยบายของรัฐบาล ปล่อยเอกชนส่วนใหญ่ทำธุรกิจอิสระ เขาก็แสวงหากำไร ยิ่งมีโอกาส มีสาขาของร้านย่อยจำนวนมาก ก็สามารถขยายเพิ่มขึ้น ทั้งมีต้นทุนเพิ่มผันแปรเล็กน้อยในกิจการที่เพิ่มขึ้น สิ่งนี้ รัฐบาลต้องเข้ามาจัดการและจำกัดขอบเขตของเอกชน ไม่ใช่เปิดให้ขยายขอบเขตออกไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมากขึ้น

เป็นหน้าที่รัฐบาล ถ้าปล่อยเขาก็ทำไปเรื่อยๆ รัฐต้องเข้ามาจัดระเบียบให้ดำเนินการตามกติกา ให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้มีโอกาสทำมาหากิน ในต่างประเทศ เขาจะไม่ให้ธุรกิจผูกขาด ไม่ปล่อยให้กว้านซื้อทำธุรกิจ มีการออกกฎหมายจำกัดการดำเนินธุรกิจ เช่น ขายส่งก็ขายส่ง ปลีกก็ปลีก แต่นี่ปล่อยให้ข้ามธุรกิจ ไปครอบคลุมกิจการอื่นๆ เป็นการไปแย่งที่ทำกิน อาชีพของประชาชน อย่ามาอ้างว่าเป็นเสรีภาพทางธุรกิจ อย่าให้มีหมาจิ้งจอกที่แข็งแรง มาอยู่ในเล้าไก่ การที่อ้างว่ารัฐปล่อยให้ดำเนินธุรกิจเสรี  ทำไม่ได้ เพราะเป็นการทำลายคนเล็กคนน้อย ขนาดของทุนสู้ไม่ได้ โชห่วยเจ๊งแล้ว ยังจะมาทำลายหาบเร่ แผงลอยอีกหรือ

นส.รสนา กล่าวถึงกรณี ธนาคารออมสิน มีข้อตกลงไปเปิดบริการในร้านสะดวกซื้อ 7-11  ก็ไม่ใช่สิ่งถูกต้อง การอ้างเพื่อความสะดวกของประชาชนนั้นไม่ใช่เหตุผล เมื่อก่อนมีการค้าขายตลอด 24 ชั่วโมง ถ้ารัฐไม่ไปกวาดล้างหาบเร่แผงลอย ก็ยังคงมีการค้าขายอยู่ ถามว่าต้องรักษาความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐ ที่ต้องพัฒนาความสะอาด ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปบริหาร เช่น แบ่งพื้นที่กัน อาหารต้องสะอาด ขณะเดียวกัน การใช้พื้นที่ต้องไม่ไปรบกวนทางเดินสาธารณะ ความเป็นระเบียบ และระบบสาธารณสุขดีหรือไม่ เป็นภารกิจของรัฐดูแล ในการจ้ดหาให้ประชาชนมีพื้นที่ทำมาหากินและต้องสนับสนุน ส่งเสริมรายย่อยปรับตัว ปรับคุณภาพไปด้วย

นักรณรงค์สิทธิผู้บริโภค กล่าวสรุปว่า อย่าปล่อยให้มีการกินรวบ กระทบคนทำมาหากินรายเล็กๆ หากชาวบ้านค้าขายเดือดร้อน  ต้องโทษนโยบายของรัฐที่ปล่อยให้สูญพันธุ์ เพราะเปรียบเหมือนนักมวยเด็ก จะไปชกข้ามรุ่นผู้ใหญ่เฮฟวี่เวฟ ที่มีทุนหนา คงไม่ใช่ ตนจะติดตามดูเรื่องนี้ต่อไป