ครึกโครมคดี 2 สาวหลอกว่าจ้างทำข้าวกล่อง ในจ.อุตรดิตถ์ มีผู้เสียหายที่สูญเงินจากการกู้ยืมเกือบล้านบาท หลังถูกจับกุมตร.พบพัวพันคดีฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์และยาเสพติดอีกหลายคดี ขณะนี้มีผู้เคยเสียหายก่อนหน้าออกมาแฉ รวมทั้งนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ออกมาไลฟ์สดระบุว่า มีคนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้อง

พร้อมช่วย!! “โกศลวัฒน์” ชี้มีข้อสงสัย “ทำสัญญา” อัยการช่วยได้

คดีดังกล่าวมีประเด็นกฎหมาย ที่อ้างเรื่องของการเซ็นสัญญาสัมปทานเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องนี้  นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกอัยการสูงสุด อธิบาย กรณีหลอกทำข้าวกล่อง ถือเป็นการหลอกทำสัญญา แต่จะเข้าข่ายฉ้อโกงหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เสียหายที่มีมากพอสมควร ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องระบุ เช่นมากกว่า 10 คนที่เสียหายขึ้นไป ขณะนี้คดีดังกล่าวสอบพฤติกรรมไป น่าจะเป็นการหลอกลวงประชาชน

เมื่อถามว่า มีการเซ็นสัญญาทำธุรกิจตามกฎหมายด้วย รองโฆษกอัยการระบุว่า กรณีการทำสัญญา เอาผิดเรื่องการปลอมแปลง สามารถทำได้โดยสอบสวนเอกสารนั้นปลอมหรือไม่ บางครั้งเป็นเอกสารที่แท้จริง แต่มีข้อความอันเป็นเท็จ ประเด็นนี้อัยการขอฝากถึงประชาชนว่า ให้ระมัดระวังความสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายได้ หากมีผู้เสนองาน เสนอผลประโยชน์ ขอให้ระมัดระวังว่า ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ยิ่งเสนอผลตอบแทนสูง ให้สงสัยไว้เลยแม้จะให้มีการทำสัญญาก็ตาม กรณีนี้เสนอให้สัมปทานข้าวกล่อง คำว่าสัมปทานหมายถึงเป็นเรื่องของการทำสัญญากับรัฐ แต่คดีนี้เป็นการทำสัญญา ไม่ใช่สัมปทาน ซึ่งมีผลต่อการดำเนินคดี

นายโกศลวัฒน์ ฝากในตอนท้ายว่า การทำสัญญาหรือมีปัญหาเรื่องกฎหมาย อัยการสามารถให้ความช่วยเหลือคำปรึกษาแนะนำได้ ประชาชนสามารถไปที่สำนักงานอัยการในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ เพราะอัยการ เป็นสำนักงานพร้อมช่วยเหลือให้ความรู้กับประชาชนด้านกฎหมาย  อัยการมีภารกิจคุ้มครองสิทธิของประชาชน ในบางกรณีอาจช่วยทำเรื่องดำเนินคดีให้ด้วย เรามีระเบียบทำคดีให้ประชาชนได้ หากสงสัยสอบถามสายด่วน 1157 ได้

สำหรับคดีการจ้างทำข้าวกล่อง ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคน พบว่า เริ่มต้นทำธุรกิจข้าวกล่องจริงทำมา 4 ปี โดยจดทะเบียนในนามร้าน หทัยฤทธิ์อุตสาหกรรม  แรกเริ่มทำเพียง 100-300 กล่อง ส่งในพื้นที่ จ.พิษณุโลก และอุตรดิตถ์  แต่พอธุรกิจขยาย จึงต้องออกว่าจ้างให้ชาวบ้านหรือร้านอาหารที่ทำข้าวกล่องมาช่วยทำ โดยอ้างว่ามีผู้สั่งอาหารจำนวนมากทำไม่ทัน โดยทุกรายที่มาทำข้าวกล่องต้องเซ็นสัญญาสัมปทาน  และหากผิดสัญญาก็จะต้องปรับ โดยที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคนถือสัญญาสัมปทานไว้ ใครทำผิดคือปรับ?

ที่ผ่านมาทั้งสอองคนก็ทำมาแบบนี้เรื่อยๆ และมีผู้ทำผิดสัญญามาเรื่อยๆ  ใครทำผิดก็จะนำสัญญานี้มาอ้าง ซึ่งผู้เสียหายก็เกรงกลัว หากต้องฟ้องร้องก็หวั่นจะแพ้คดี เพราะมีสัญญาชัดเจน ทำให้บางคนไม่กล้าออกมาหาเลี้ยงครอบครัว บางรายถึงกับต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อแลกกับการได้งานได้เงิน แต่สุดท้ายก็ต้องมาผิดสัญญาสัมปทานถูกปรับ