ข่าว คอลัมน์

ก.ล.ต.ฉวยลักไก่ไฟเขียว “ร.ร.นานาชาติ SISB” เข้าตลาดหุ้น กับสิ่งที่ “อภิศักดิ์” ต้องทบทวน

ภายหลังจากที่ล่าสุด “ก.ล.ต.” ได้อนุมัติให้ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) “SISB” ผู้ประกอบการธุรกิจการศึกษา “โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์” สามารถเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 260 ล้านหุ้น เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมี บล.ฟินันเซีย ไซรัสฯ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

คำถามมากมายจึงเกิดขึ้นในสังคมวงกว้าง ถึงประเด็นความเหมาะสมที่ “โรงเรียนจะเข้าตลาดหุ้น”??

“ตรรกะของตลาดทุน” คือ การระดมทุน คือการสร้างความมั่งคั่งให้เจ้าของ คือการทำกำไรสูงสุด คือการเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นได้อย่างอิสระ

ส่วน “โรงเรียน” คือ สถานศึกษาสำหรับนักเรียนภายใต้การดูแลของครูอาจารย์ คือที่จะคอยฟูมฟัก อบรม สั่งสอน ให้ความใกล้ชิด กับเด็กๆ คือที่พัฒนาเยาวชนของชาติ เพื่ออนาคตของประเทศชาติสืบไป

ด้วยเหตุนี้ “ธุรกิจการศึกษา” จึงหาใช่ธุรกิจปกติ แต่คือธุรกิจเพื่อความ “มั่นคง” ต่อประเทศ!!

อาชีพ ครู อาจารย์ จึงเป็นอาชีพที่มีเกียรติ เช่นเดียวกับ ผอ. โรงเรียน และเจ้าของ

แต่วันนี้เมื่อมีคนเขลา เห็นแก่ตัว และมีอำนาจรัฐกลุ่มหนึ่งมาปฏิสัมพันธ์กัน เพื่อผลักดันให้ “โรงเรียน” เข้าตลาดหุ้น “ปรัชญาการศึกษา” จึงกำลังแปรเปลี่ยนจากการมุ่งพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ไปสู่นโยบายการสร้างกำไรสูงสุด

หากแผนการนี้สำเร็จ หากปล่อยผีโรงเรียนแรกเข้าตลาดฯ หากเป็นกรรมของประเทศชาติ ดิฉันในฐานะที่พยากรณ์แม่นมาหลายต่อหลายเรื่อง จะทายอนาคตระบบการศึกษาไทยให้ฟังในสิ่งที่จะเกิดขึ้น

1. กลไก ระบบ และตรรกะแห่งตลาดทุนจะบังคับให้โรงเรียนมุ่งแสวงหากำไรสูงสุด แปลว่าเพิ่มค่าเล่าเรียน และลดรายจ่าย นั่นคือคุณภาพและสิ่งอื่นๆ ที่นักเรียนพึงได้รับ เช่น ค่าจ้างครู

2. โรงเรียน (นานาชาติสิงคโปร์) จะอยู่ในสภาวะเสี่ยงตลอดเวลา เพราะไม่รู้วันไหนผู้

ถือหุ้นใหญ่ชาวต่างชาติจะขายหุ้นทิ้ง และหอบเงินจากตลาดหุ้นไทยกลับประเทศสิงคโปร์ พร้อมกับรอยแผลที่สร้างไว้กับระบบการศึกษาเมืองไทย

ลองคิดดูสิเจ้าคะว่าหาก “คนไร้ศีลธรรม” เข้าซื้อหุ้นโรงเรียนในตลาดหลักทรัพย์จะเกิดอะไรขึ้นกับอนาคตของชาติ

3. โรงเรียนจะเกิดการขยายสาขาแบบดอกเห็ด ไล่ซื้อกิจการการศึกษา ไล่ซื้อบุคลากร เพื่อลดการแข่งขันและความเป็นเสรี โรงเรียนจะกลายเป็นดั่ง “โรงงานผลิตวุฒิการศึกษา”

4. “นักเรียน” จะถูกแปรค่าจากอนาคตของชาติไปสู่ “ลูกค้า” ค่านิยมและคุณค่าของ “ครู” ซึ่งเปรียบดั่ง “แม่พิมพ์ของชาติ” จะเปลี่ยนไป

จินตนาการได้เลยนะเจ้าคะ ไม่ต่างจากวันนี้ที่เรามีโรงพยาบาลเอกชนในตลาดหุ้นไทย ที่กึ่งผูกขาดและคิดค่ายาแก้ปวดเราแผงละเป็นร้อย ๆ ทั้งๆ ที่โรงพยาบาลคืออาชีพรักษาชีวิต!

นายทุนเจ้าของกิจการโรงพยาบาลไม่กี่คนร่ำรวยล้นฟ้า กินนิ่มกำไรปีละหมื่นๆ ล้าน ส่วนพวกผู้ก่อตั้งก็ขายทิ้งและลืมอุดมการณ์ของหมอไปจนหมด!

เยี่ยงนี้แล้วมันเหมาะสมมั้ย? ที่ “ธุรกิจการศึกษา” จะถูกตัดต่อพันธุกรรม ขายวิญญาณ อุดมการณ์ ให้เข้าไปกับ “ตรรกะแห่งตลาดทุน”

ไม่รู้ว่าเป็นความเขลา? มักง่าย? หรือ เป็นธรรม? ของใคร… ท่านรมต.คลัง “อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์” อย่าปล่อยปะละเลยให้ “เลขาฯ ก.ล.ต. รพี สุจริตกุล” ฉวยโอกาสหรือลักไก่ปล่อยผ่านธุรกิจการศึกษาเข้าตลาดหุ้นไปโดยขาดการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแบบนี้!!

ส่วนผู้จัดการ ตลท.คนใหม่อย่าง “ดร.ภากร ปีตธวัชชัย” ก็ฝากผีฝากไข้ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะหากไม่มีคนร้องคงทำเนียนปล่อยไหลตามน้ำไปอย่างที่ ก.ล.ต. อนุมัติมา…

ก็อย่างว่าคนก่อนรับตำแหน่งกับเมื่อมีตำแหน่งก็เปลี่ยนไปเป็นธรรมดา ลูกผู้ชายอะไรที่ลั่นวาจาต้องหัดรับผิดชอบ จำไว้นะเจ้าคะ…ไว้วันหลังจะเล่าให้ฟังเพิ่ม

| คอลัมน์ : มารยาตลาดหุ้น
| โดย : คุณนายเผือก
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3421 หน้า 17 ระหว่างวันที่ 25-28 พ.ย.2561

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน