Breaking ข่าว ทั่วไทย

ธปท.ปฏิรูปกฎการแลกเปลี่ยน เพิ่มความสะดวกให้กับเอกชน 

วันที่ 6 มิ.ย.60–นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้เริ่มโครงการปฏิรูปกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน (Foreign Exchange Regulation Reform )ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่อยู่ในกำกับดูแลของ ธปท. เพื่อเพิ่มความสะดวกในการประกอบธุรกิจของภาคเอกชน โดยการผ่อนคลาย หรือยกเลิกเกณฑ์เหล่านี้จะต้องไม่กระทบต่อการทำหน้าที่ดูแลเสถียรภาพทางการเงินของ ธปท. ด้วย และ ธปท. จะยังมีข้อมูลสำหรับติดตามวิเคราะห์เงินทุนเคลื่อนย้ายเพื่อประเมินผลกระทบต่อตลาดการเงินและระบบเศรษฐกิจโดยรวมด้วย 

การปฏิรูปกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินในครั้งนี้ บางเรื่องได้ปรับเปลี่ยนหลักคิดของการทำงานภายใต้กรอบกฎหมายใหญ่ด้วย จากเดิมที่ต้องขออนุญาตที่ละรายการ เป็นให้ภาคเอกชนสามารถทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศและบริหารความเสี่ยงได้เสรีเพิ่มขึ้น ตามแนวทางการบริหารจัดการที่ดีและควบคุมภายในที่ธุรกิจเอกชนแต่ละแห่งอาจจะกำหนดขึ้นเองภายใต้กรอบที่ ธปท. ได้กำหนดไว้ 

โดยแผนการดำเนินงานในส่วนนี้จะมีหลายเรื่องที่จะให้มีผลบังคับใช้ในเดือนนี้ และหลังจากนี้ ธปท. จะเร่งดำเนินการผ่อนคลายเรื่องที่เหลือส่วนใหญ่ให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 เนื่องจากต้องแก้กฎเกณฑ์ที่อยู่ในอำนาจหรือเกี่ยวโยงกับอำนาจของหน่วยงานอื่น แต่อาจมีบางเรื่องที่ต้องใช้เวลาดำเนินการถึงปี 2561 

สำหรับแนวทางการผ่อนคลายกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินที่คณะทำงานได้เห็นชอบร่วมกันแล้ว แบ่งเป็น 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ลดขั้นตอนและเอกสาร เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว รวมทั้งสนับสนุนการใช้อิเล็กทรอนิกส์ 2.ผ่อนคลายหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารความเสี่ยงได้คล่องตัวขึ้น 3.เพิ่มทางเลือกให้รายย่อยทำธุรกรรมผ่านผู้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินและโอนเงินระหว่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่นเพื่อการค้าและการลงทุนในภูมิภาค และ 4.เพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้แก่นักลงทุนไทยและเพิ่มผู้ให้บริการเพื่อให้เกิดการแข่งขัน 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

การปฏิรูปกฎเกณฑ์ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่ประกาศออกมานั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจะนำมาใช้ควบคุมเงินทุนไหลเข้าที่จะมีผลกดดันต่ออัตราแลกเปลี่ยนตามที่ตลาดได้คาดการณ์กันไปเอง โดยวัตถุประสงค์แท้จริงของการดำเนินการเรื่องดังกล่าว เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกในการประกอบธุรกิจของภาคเอกชนเท่านั้น ซึ่งการปฏิรูปกฎเกณฑ์นี้จะให้มีการผ่อนคลายบางอย่างให้สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจและภาคการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วนในเรื่องของมาตรการป้องปรามเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เราประกาศวันนี้ เพราะในเรื่องของการป้องปรามนั้นเราต้องดูเงินทุนไหลเข้า ไหลออกให้มีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด