เฟซบุ๊กลบ 12 บัญชีผู้ใช้ 10 เพจในไทย เชื่อมโยงเครือข่ายข่าวปลอม

26 ก.ค. 2562 เวลา 7:11 น.

เฟซบุ๊กระบุ ได้มีการลบบัญชีผู้ใช้และเพจปลอมกว่า 1,800 บัญชีใน 4 ประเทศ เป็นบัญชีผู้ใช้ที่อยู่ในไทย 12 บัญชี และเพจในไทย 10 เพจ ระบุเป็นการจัดการกับโฆษณาชวนเชื่อทางการเมืองที่หลอกลวง และการละเมิดการใช้บริการอื่นๆ

เฟซบุ๊กระบุว่า ได้ลบบัญชีผู้ใช้ 294 บัญชี 1,509 เพจ และ 32 กลุ่ม ใน 4 ประเทศ คือ ประเทศไทย รัสเซีย ยูเครน และฮอนดูรัส เพราะมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง เป็นบัญชีผู้ใช้ปลอม หรือเพจที่สร้างโดยบัญชีผู้ใช้ปลอม

หัวหน้านโยบายความมั่นคงทางไซเบอร์ของเฟซบุ๊ก นาธาเนียล กลีเชอร์  กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า เฟซบุ๊กไม่พบความเชื่อมต่อระหว่างบัญชีผู้ใช้และเพจเหล่านี้ แต่ทั้งหมดนี้ใช้เครือข่ายบัญชีผู้ใช้ปลอม เพื่อหลอกลวงคนอื่นว่าเป็นใครและกำลังทำอะไร

บัญชีผู้ใช่ในไทยที่ถูกลบนั้น เป็นตัวบุคคลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อโปรโมตแนวความคิดทางการเมือง ที่พุ่งเป้าโจมตีไทยและสหรัฐฯ ซึ่งเฟซบุ๊กพบว่า บุคคลที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายเล็กๆนี้ได้สร้างบุคคลสมมุติขึ้น และเป็นแอดมินเพจ เพิ่มการมีส่วนร่วม (engagement) โพสคอนเทนต์ และจูงใจคนให้ออกไปเวบอื่นที่แอบอ้างเป็นเวบข่าว บัญชีและเพจเหล่านี้ยังชอบแชร์คอนเทนต์และโพสความเห็นที่สร้างความแตกแยกในหัวข้อ การเมือง ภูมิรัฐศาสตร์ อย่างความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน การประท้วงในฮ่องกง และวิพากษ์วิจารณ์นักกิจกรรมทางการเมืองในไทย แม้บุคคลที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมเหล่านี้จะพยายามปกปิดอัตลักษณ์ แต่เฟซบุ๊กพบว่าพฤติกรรมเหล่านี้เชื่อมโยงกับบุคคลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และเกี่ยวข้องกับ New Eastern Outlook ซึ่งเป็นวารสารที่ได้รับเงินทุนจากรัฐบาลรัสเซีย โดยเฟซบุ๊กระบุบัญชีเหล่านี้ผ่านการสอบสวนภายใน และข้อมูลที่ได้จากองค์กรภาคประชาสังคม

เฟซบุ๊กลบ 12 บัญชีผู้ใช้ 10 เพจในไทย เชื่อมโยงเครือข่ายข่าวปลอม เฟซบุ๊กลบ 12 บัญชีผู้ใช้ 10 เพจในไทย เชื่อมโยงเครือข่ายข่าวปลอม เฟซบุ๊กลบ 12 บัญชีผู้ใช้ 10 เพจในไทย เชื่อมโยงเครือข่ายข่าวปลอม เฟซบุ๊กลบ 12 บัญชีผู้ใช้ 10 เพจในไทย เชื่อมโยงเครือข่ายข่าวปลอม

ส่วนในยูเครนและรัสเซีย ก่อนการเลือกตั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีการลบบัญชีผู้ใช้ปลอมและเพจปลอมที่แสร้งเป้นนักข่าวหรือเจ้าหน้าที่ทหาร วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลยูเครน // และในฮอนดูรัส เฟซบุ๊กได้ลบบัญชีผู้ใช้ปลอม และเพจปลอม ที่มีการโพสข้อความด้านาบวกเกี่ยวกับประธานาธิบดี เพราะมีบางส่วนที่เชื่อมโยงกับคนที่ทำงานด้านสื่อโซเชียลให้รัฐบาลฮอนดูรัส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด