Spring News

คนกรุงมั่นใจจับจ่ายขึ้น ดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเด้งแรงสุดรอบ3เดือน

11 มี.ค. 2564 เวลา 10:44 น.

เศรษฐกิจไทยวันนี้เริ่มฟื้นตัวอย่างช้า ๆ โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพ เมืองหลวง การบริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้น คนมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น ล่าสุด หอการค้าไทย เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นครั้งแรก อยู่ที่ 49.4 ผลจากวัคซีน มาตรการรัฐ ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น หากรัฐจัดแผนฉีดวัคซีน นักท่องเที่ยวกลับมา คาดเศรษฐกิจทั้งปีโต 3%

เศรษฐกิจไทยอึมครึมจากโควิด -19 มาพักใหญ่ ทำให้ผู้คนมีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยน้อยลง แต่มาวันนี้โควิด -19 ก็ได้เริ่มซา ๆ ลงแล้ว ทำให้บางบริษัท โรงงาน ห้างร้านก็เริ่มกลับมาค้าขาย ทำธุรกิจกันได้แล้ว รวมถึงคนที่ถูกลดเงินเดือน หรือถูกจ้างงาน ก็ได้รับเงินเดือนเต็ม ๆ กันไปแล้ว คนว่างงานก็เริ่มหางานได้ จึงทำให้ภาคการจับจ่ายน่าจะเริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะพื้นกรุงเทพที่ทุกอย่างจะเริ่มเข้าภาวะปกติแล้ว เชื่อว่าการจับจ่ายจะดีขึ้นตามลำดับ

ล่าสุด ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นครั้งแรก อยู่ที่ 49.4 ผลจากวัคซีน มาตรการรัฐ ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น หากรัฐจัดแผนฉีดวัคซีน นักท่องเที่ยวกลับมา คาดเศรษฐกิจทั้งปีโต 3% โดยพื้นที่กรุงเทพดัชนีการบริโภคปรับตัวดีที่สุดกว่าพื้นที่อื่น ๆ นั่นหมายความว่า คนกรุงเทพเริ่มมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น และจากนี้ไปจะมีการจับจ่ายใช้สอยกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น

โดย นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ 2564 อยู่ที่ 49.4 จาก 47.8 ในเดือนมกราคม 2564 โดยดัชนีปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 43.4 จาก 41.6 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำ อยู่ที่ 46.1 จาก 45.1 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 58.7 จาก 56.8

คนกรุงมั่นใจจับจ่ายขึ้น ดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเด้งแรงสุดรอบ3เดือน

ทั้งนี้ปัจจัยบวกที่มีผลต่อความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นมาจาก ภาครัฐดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อาทิ โครงการ เราชนะ เรารักกัน คนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน การเริ่มต้นฉีดวัคซีนโควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคคลายความกังวล คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น

ในส่วนของปัจจัยลบที่กระทบ เรื่องสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังคงมีอยู่ ยังจะกระทบต่อการดำเนินชีวิต การทำธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตามจากมาตรการของรัฐที่อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ รวมไปถึงโครงการต่าง ๆ ประกอบกับราคาสินค้าเกษตร เช่น ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มันสำปะหลัง ปรับตัวดีขึ้นมีผลต่อรายได้และกำลังซื้อ ทำให้ความเชื่อมั่นกลับมา พร้อมกับคาดการณ์เศรษฐกิจขยาตัว พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าไตรมาส 2 เศรษฐกิจขยายตัว 1-2% หรือครึ่งปีแรกของปีขยายตัว 0-1% ครึ่งปีหลังขยายตัว 5.5% โอกาสที่เศรษฐกิจไทยทั้งปี โต3% มีโอกาสเป็นไปได้

คนกรุงมั่นใจจับจ่ายขึ้น ดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเด้งแรงสุดรอบ3เดือน

อย่างไรก็ตามหากแผนการฉีดวัคซีนของรัฐบาลมีชัดเจน และแนวทางการเปิดประเทศในช่วงไตรมาส 4 ของปีเดินหน้าไปได้ รวมไปถึงการจัดให้มีนักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเที่ยวได้ คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีขึ้น และหากนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ 4-6 ล้านคน ภาครัฐ เอกชนร่วมมือกัน ปัญหาภัยแล้ง การเมืองไม่มีปัญหา เชื่อว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวปกติได้เร็วขึ้น หรือในช่วงต้นปี 2565 พร้อมกันนี้ ก็ต้องการให้เห็นการจัดงานสงกรานต์ เพราะจะสะท้อนการฟื้นตัวได้ดีและการใช้จ่ายกลับมาอีกครั้งพร้อมทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด