จอย ติตัส อดีตนางแบบดัง-แม่ค้าขายข้าวต้ม กับมุมชีวิตต้องสู้ยุคโควิด-19

21 มิ.ย. 2564 เวลา 6:00 น. 44

เปิดแนวคิดชีวิตต้องสู้! "จอย ติตัส" อดีตนางแบบดังยุค 90 ผันตัวเป็นแม่ค้าขายข้าวต้มทรงเครื่อง มองแนวทางใช้ชีวิตยุคโควิด-19 ทุกคนต้องประหยัดและดิ้นรนคือหนทางรอดชีวิต

"จอย ติตัส" ชื่อนี้อาจจะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่ากับคนบันเทิงคนอื่น ๆ แต่ถ้าพูดวงการนางแบบแล้ว คงจะไม่ผิดเกินไปนักหากจะบอกว่าเธอคือหนึ่งในแถวหน้า ล่าสุดชื่อของอดีตนางแบบคนดังกลับมาเป็นข่าวอีกครั้งหลังตัดสินใจผันตัวเองไปเป็น "แม่ค้า"

ขายข้าวต้มทรงเครื่องริมทาง ในย่านมหาชัย ซึ่งแม้รายได้จะเทียบไม่ได้กับงานในวงการ แต่อดีตนางแบบคนดังยืนยันว่าเธอมีความสุขเหลือเกิน ที่อย่างน้อยในวิกฤตโควิดนี้เธอยังมีอาชีพได้ทำมาหากินหาเงินได้ด้วยตัวเอง

"โควิด-19" จุดเริ่มต้นอาชีพแม่ค้าร้านข้าวต้มทรงเครื่อง

"โควิดระลอกแรกก็เริ่มแย่เพราะตอนนั้นจอยทำอสังหาเป็นแบบบริษัทส่วนตัวมันรองรับค่าใช้จ่ายเยอะหนึ่งปีที่เราซัพพอร์ตไป เรานึกว่ามันจะจบไม่จบในที่สุดต้องปิด ที่นี้จอยยังไม่ค่อยอะไรนะก็ยังอยู่ๆ แต่ว่าอยู่แบบแปลกๆ ร้อนรนอย่างไงไม่รู้  

กลัวว่าถึงเส้นยาแดงผ่าแปดที่เราไม่มีเงินแล้ว วิกฤตอันนี้มันจะไปเมื่อไหร่ไม่รู้ จอยเลยออกมาหาเงินก่อนไปทบที่มันเริ่มใช้กันไปเรื่อย ๆ เพราะมันไม่มีเข้าเลยเป็นปี ๆ แล้วความเป็นแม่มันเริ่มคิดมากก็เลยตัดสินใจมาขายข้าวต้ม

แต่กว่าจะเป็นร้านข้าวต้ม 2 เดือนที่จอยขับรถไปทั่ว ไปตั้งแต่หนองคาย แก่งคอย สระบุรี แต่มาผนึกที่มหาชัย จอยไม่อยากทำในกรุงเทพเพราะกรุงเทพแม่ค้าเยอะ จอยอยากไปหาที่แบบขายง่ายๆ ไม่ต้องแบบมีคู่แข่งเยอะ

ตอนแรกจะทำความสวยความงามก็ไม่ได้อีกโดนปิดก็เลยกลายเป็นอาหารนี่แหละ จอยตัดสินใจขับรถออกมาและเริ่มเลยโดยที่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปที่ไหนทำยังไง และมีเงินมาจำนวนจำกัดด้วย

ตัดสินใจปุ๊บทำเลยไม่ลองไม่รู้ถ้าเจ๊งก็ช่างมันต้องลองก่อนและที่เป็นข้างต้มข้างถนนเพราะว่าถ้าเป็นร้านอาหารก็โดนปิดแกก็เลยตัดสินใจทำข้างถนนเพราะว่าสั่งกลับบ้านมันมีออฟชั่นในการขายเยอะกว่า แต่ว่าความเหนื่อยจะเยอะกว่าและทรมานกว่าเท่านั้นเอง"

จอย ติตัส

ไม่ยึดติดจาก "นางแบบดัง" สู่แม่ค้าขายข้าวต้ม

"ตอนจอยถอยจากวงการนางแบบเพราะว่าอายุเยอะแล้ว ที่ออกมาเพราะว่าอายุนางแบบมันไม่ได้นาน 15 ปี จอยว่าจอยทำนานแล้วนะ และอีกอย่างจอยก็มีเงินพอประมาณอยากเลี้ยวลูก คือตั้งใจทั้งหมดไว้อยู่แล้ววางแผนไว้แล้วว่าเก็บเงินๆ เพื่อที่จะกลับมาเลี้ยงลูก 

ที่จริงการที่เป็นนางแบบแล้วมาค้าขายได้จอยว่ามันเฟี้ยว มันเจ๋ง เพราะว่าไม่มีใครกล้าทำ เพราะว่าเราไม่ได้ยึดติดในสิ่งที่เราเคยเป็น  เราเคยเป็นนางแบบมาก่อนจอยก็อยู่อย่างนี้ได้ จอยมีเพื่อนเป็นแม่ค้าทุกคนได้เราไม่ได้ยึดติดกับอะไรจอยสบายมาก

และถ้าจอยทำสำเร็จมันยิ่งดีแล้วจอยก็เป็นต้นแบบให้หลาย ๆ คน จอยไม่ได้ว่าจอยดีเด่น แต่จอยสตาร์ทออกมาทำให้ดูก่อน ถามว่าอายไหม ไม่อายจอยมีความรู้สึกอะไรไม่รู้แปลก ๆ นิด ๆ เขิน ๆ หรืออะไรไม่รู้

จอยต้องดึงพลังออกมาอย่างเดียวเลยที่จอยทำได้ก็เพราะว่า ลูก ครอบครัว ไม่ต้องไปแคร์อะไรเลยและก็ลงทุนแบบพอประมาณอย่าไปใหญ่โตมากจอยมีเงินแค่แปดพันตอนนี้จอยก็มีกินทุกวันเลี้ยงลูกได้คือโอนให้ลูกได้วันละสามร้อยๆ แค่นี้พอแล้ว"

จอย ติตัส

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เสนาหอย เกียรติศักดิ์ จากหนุ่มปาร์ตี้ สู่วิถีชีวิตเกษตรกร

พิ้งค์กี้ สาวิกา มรสุมข่าวฉาว! เปลี่ยนชีวิตเส้นทางวงการมายา

ดา ชฎาพร อดีตนางเอกดัง กับความเจ็บปวดเมื่อโควิดทำน้ำตาตกใน แต่ไม่คิดสั้นฆ่าตัวตาย

เสียงบ่นรัฐบาลในฐานะ "ผู้ประกอบการ"

"จอยจะกราบอย่างงามเลยถ้าช่วยเหลือนะคะ คือจอยเชื่อเลยทั้งประเทศไทยค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ใครจ่ายคือเขาเยียวแบบ จะบ่นได้อย่างไงนะเขาเยียวยาแบบเป็นเงินที่ไม่สามารถเอาไปเป็นเงินได้

แล้วมันก็น้อยไปที่พวกเราจะอยู่ได้คนมันถึงแย่ ๆ ตอนนี้คนไม่มีเงิน จนไม่รู้ว่าพวกเราจะไปยังไงกันต่ออีกไม่นานนี้ถ้ายังเป็นอย่างนี้ ถ้าเรายังไม่แก้ปัญหานะ พวกเราแย่กันหมดนะ ผู้ประกอบการตัวแย่เลยเพราะว่าทุนจอยบางทีก็หายไปหมด

คือเราต้องจ่ายโน่นจ่ายนี้คือรัฐบาลน่าจะช่วยให้เป็นเยอะกว่านั้นคือจอยไม่ได้คิดอะไรมากนะ คือทุกคนน่าจะได้เป็นกอบเป็นกำเพื่อเขาจะไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์หรือลดไปเลย ค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน คุณไปหยุดแบงก์นาน ๆ หน่อยก็ได้

คือตอนนี้คุณหยุดไม่กี่เดือนแล้วจะไปหาที่ไหนมาผ่อน คือมันไม่มีงานไม่มีอะไรในที่สุดปัญหาก็คือแบงค์ก็ต้องมายึดบ้านคุณคือตอนนี้ประสบปัญหาอันเนี่ยเยอะที่บ้านจอยก็เป็น จะผ่อนบ้านยังไง ลดก็จริง ลดไปครึ่งนึง ก็ครึ่งนั่นก็ยังหาไม่ได้

เพราะเราไม่มีงานไม่มีอะไรในที่สุดแล้วไงเป็นเครดิตเสีย ในที่สุดเราจะโดนยึดบ้านกันหรอ ยึดรถกันหรอ ทำไมมันเป็นอย่างเนี่ย ทุกคนโดนหมดสงสารไง"

จอย ติตัส

"ประหยัด-ดิ้นรน" คือทางรอดในวิกฤตโควิด-19

"คือจอยมานี่มาอยู่ห้องเช่าแบบสองพันไม่ถึงสองพันที่นอนก็ไม่มี นอนพื้นอะไรอย่างนี้คือเรามาเพื่อหาเงิน ถ้าเราไปอยู่แพง ๆ ต้องเอาเงินไปจ่ายตรงนั้นจอยไว้นอนอย่างเดียว คือจอยประหยัดเสียจนอะไรก็ไม่กิน ของก็ไม่ซื้ออะไรก็ไม่ซื้อ ไม่มีเลย

เพราะจอยกลัวว่าไม่มีใครสามารถมาบอกจอยได้ว่าอาทิตย์หน้ามันจะหายไปจากโลกนี้ เศรษฐกิจจะดีขึ้นมีใครพูดไหมอ่า จอยคิดของจอยอย่างนี้ จอยระวังไว้ก่อนดีกว่า จอยเริ่มสตาร์ทก่อนอ่า เก็บๆ เผื่อแม่งไปอีกสองสามปีลูกจอยก็รอด

ทุกคนอาจจะโดนไฟลท์บังคับโลกใบนี้มันสอนให้มนุษย์เนี่ยรู้จักดิ้นรนเอาตัวรอด ถ้าคุณไม่เคยทำอะไรเลยคุณลุกขึ้นมาทำคุณไปซื้อไส้กรอกมาปิ้งเสียบๆ ก็ได้ง่ายนิดเดียวน้ำจิ้มก็ซื้อเอาแค่ปิ้ง ๆ ยังไงก็เป็น จอยไม่เชื่อหรอกในโลกใบนี้ใครทำอะไรไม่เป็น

ทำเป็นหมดขายของง่ายที่สุด เนี่ยใครอยากขายมาขายกับจอยก็ได้ แค่เราต้องมีความสุขและตอนเย็นนับเงิน เงินจอยได้วันละสองพันจอยดีใจมากแล้วนะจอยอยากได้แค่เนี่ยไม่ได้อยากมากกว่านี้ถ้าคุณได้นั่งนับเงินเท่าจอยคุณก็ดีใจเพราะเงินวันนี้มันสำคัญมาก"

จอย ติตัส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด