svasdssvasds

ทนไม่ไหว! ชาวเน็ตติดแฮชแท็กออกแคมเปญ เป็นอารยะขัดขืนกับมาตรการของรัฐบาล

ทนไม่ไหว! ชาวเน็ตติดแฮชแท็กออกแคมเปญ เป็นอารยะขัดขืนกับมาตรการของรัฐบาล

จากการออกมาตรการควบคุมโควิด-19 ฉบับที่25 ออกมาอย่างกะทันหัน ทำให้ร้านอาหารและสถานประกอบการได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก จนได้ผุดแคมเปญที่มีชื่อว่า #กูจะเปิดมึงจะทําไม ออกมาเพื่อเป็นอารยะขัดขืน มาตรการกึ่งล็อกดาวน์ของรัฐบาล

จากสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างรุนแรงภายในประเทศ ส่งผลให้รัฐบาลได้ออกมาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19 (ฉบับที่ 25 ) ซึ่งมีผลบังคับใช้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร-ปริมณฑล และพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดสงขลา ทำให้ร้านอาหารและสถานประกอบการร้านค้าอื่นๆได้รับผลกระทบไปในวงกว้าง เนื่องจาก ราชกิจจานุเบกษาฉบับนี้ ได้มีการระบุห้ามให้ร้านอาหาร ศูนย์อาหารต่างๆ บริการที่นั่งให้กับลูกค้า และสามารถซื้อกลับไปทานที่บ้านได้อย่างเดียว โดยมาตรการนี้ได้ออกมาอย่างกะทันหัน ทำให้ร้านอาหารโดยเฉพาะร้านชาบู หมูกระทะ ปิ้งย่าง ที่ต้องบริการลูกค้าในร้าน ได้รับผลกระทบจากมาตรการฉบับนี้อย่างหนัก

ทนไม่ไหว! ชาวเน็ตติดแฮชแท็กออกแคมเปญ เป็นอารยะขัดขืนกับมาตรการของรัฐบาล

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้ผุดแคมเปญ #กูจะเปิดมึงจะทําไม ออกมา เนื่องจากเพิ่งจะมีการขยายเวลาเปิดร้านอาหารถึง 23.00น. ได้เพียง1อาทิตย์ ทางรัฐบาลก็ได้มีการออกมาตรการฉบับใหม่ ห้ามนั่งทานอาหารที่ร้านออกมาแบบกะทันหัน ซะอย่างงั้น ทำให้ผู้ประกอบร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบต่างไม่พอใจกับมาตรการที่ออกมาในครั้งนี้เป็นอย่างมาก
โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า... ร้านไหนอยากร่วมแคมเปญ #กูจะเปิดมึงจะทำไม  จะร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านลาบ ร้านคราฟท์เบียร์ ร้านเหล้า ลงชื่อกันไว้ก่อนได้เลย ซึ่งในข้อความระบุอีกว่า กิจกรรมจะมี 3 ระยะดังนี้ 

ระยะแรก Flashmob ดาวกระจาย มีการเปิดร้านขายอาหาร+เครื่องดื่มแบบกลับบ้าน จัด event เปิดเวทีปราศรัย เล่นดนตรี unplugged ในร้าน ให้เข้าฟังร้านละ 20 คน จัดทีละเขต (ถ้าดูในฟอร์มจะเห็นว่าเราให้ระบุพื้นที่ สน.ไว้) เขตละ 5-10 ร้านในวันเดียวกัน

กิจกรรมระยะที่สอง  Open! เปิดร้าน เปิดให้นั่ง แบบมีมาตรการ รักษาระยะห่าง ไม่ต้องประชาสัมพันธ์ 

กิจกรรมระยะที่สาม Market Place + Mob ออกร้านขายอาหารบนถนน  เปิดลานเบียร์ ตั้งเวทีเล่นดนตรี แล้วก็ปราศรัยใหญ่ 

และในข้อความระบุแบบฟอร์มให้สถานประกอบการ ร้านอาหารต่างๆเข้าไปกรอกเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญนี้ โดยจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่ระบุไว้ในแบบฟอร์มแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากที่โพสต์ไปก็มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
ทนไม่ไหว! ชาวเน็ตติดแฮชแท็กออกแคมเปญ เป็นอารยะขัดขืนกับมาตรการของรัฐบาล

ทนไม่ไหว! ชาวเน็ตติดแฮชแท็กออกแคมเปญ เป็นอารยะขัดขืนกับมาตรการของรัฐบาล
 

ซึ่งทางด้าน นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกมาระบุ ในส่วนของการออกมาตรการห้ามไม่ให้นั่งทานอาหารที่ร้านอาหารนั้น เกิดจากเล็งเห็นว่า ทาง ศบค. ได้ผ่อนคลายให้มีการรับประทานในร้านอาหารได้ แต่จากการสอบสวนโรคปรากฏว่าพบผู้ติดเชื้อจากการไปรับประทานอาหารในร้านพอสมควร จากการถอดหน้ากาก พูดคุยกันบนโต๊ะอาหาร มีการดื่มแอลกอฮอล์ ถึงแม้บางจังหวัดจะมีการออกกฎห้ามก็ยังมีการดำเนินการในลักษณะต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้ แต่จากนี้คงไม่สามารถให้เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงมีแนวคิดว่ามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเป็นทางที่ดีที่สุด ซึ่งเมื่อผู้ติดเชื้อจากร้านอาหารนำเชื้อกลับไปแพร่ระบาดกับครอบครัวที่บ้าน ที่ไม่ได้ออกมาร่วมกิจกรรม 

ทนไม่ไหว! ชาวเน็ตติดแฮชแท็กออกแคมเปญ เป็นอารยะขัดขืนกับมาตรการของรัฐบาล

ท้ังนี้ทำให้ชาวเน็ตในทวิตเตอร์ต่างแห่ติด #กูจะเปิดมึงจะทําไม โดยยอดการทวิตพุ่งถึง 5แสนกว่าทวิต  ส่วนใหญ่เป็นการออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงเห็นด้วยกับแคมเปญที่เกิดขึ้น เพื่อสนับสนุนร้านอาหารและสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ

ทนไม่ไหว! ชาวเน็ตติดแฮชแท็กออกแคมเปญ เป็นอารยะขัดขืนกับมาตรการของรัฐบาล

ทนไม่ไหว! ชาวเน็ตติดแฮชแท็กออกแคมเปญ เป็นอารยะขัดขืนกับมาตรการของรัฐบาล

ทนไม่ไหว! ชาวเน็ตติดแฮชแท็กออกแคมเปญ เป็นอารยะขัดขืนกับมาตรการของรัฐบาล
 

related