Spring News

หมอเจี๊ยบ ลลนา เล่าประสบการณ์ด่านหน้า ขอวัคซีนที่ดี-เร็วที่สุดให้ประชาชน

08 ก.ค. 2564 เวลา 7:41 น. 2

"หมอเจี๊ยบ ลลนา" เล่าประสบการณ์ด่านหน้าช่วยชีวิตผู้ป่วย บอกสถานการณ์โควิดแย่และหนักมาก ขอวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและเร็วที่สุดให้ประชาชน ลั่นแต่ละวินาทีที่ช้าไปคือชีวิต

เป็นอีกหนึ่งคนที่อยู่ด่านหน้าในสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดอย่างหนักในขณะนี้ สำหรับ "หมอเจี๊ยบ ลลนา" ที่ทำหน้าที่คุณหมอในห้องฉุกเฉินรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ

ล่าสุด หมอเจี๊ยบ ได้โพสต์เล่าเรื่องราวในฐานะด่านหน้าช่วยชีวิตผู้ป่วย พร้อมบอกว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันแย่มาก วอนขอวัคซีนที่มีประสิทธิภาพทั่วถึงให้แก่ประชาชน เพราะแต่ละวินาทีที่ช้าไปคือชีวิต

"วันนี้เจี๊ยบขอมาเล่าประสบการณ์ด่านหน้าให้ฟังกันนะคะ ในฐานะหมอในห้องฉุกเฉิน เจี๊ยบคลุกคลีกับเคสผู้ป่วยโควิดมาตลอด ซึ่งสถานการณ์ในตอนนี้ต้องยอมรับว่ามันทั้งแย่และหนักมากกว่าการระบาดครั้งก่อนๆ เป็นพันเท่าเลยค่ะ"

"อย่างที่ทราบกันว่าคนไข้โควิดที่อาการหนัก แต่ไม่มีเตียงต้องนอนรอเตียงกองกันอยู่ล้นหน้าห้องฉุกเฉิน แต่อย่าลืมว่า ที่โรงพยาบาลไม่ได้มีเฉพาะเคสโควิดอย่างเดียว ยังมีอุบัติเหตุและคนเจ็บป่วยหนักที่อันตรายถึงชีวิตที่ต้องเข้ารับการรักษา"

"ไม่กี่วันมานี้มีคนไข้อาเจียนพุ่งเป็นเลือด หัวใจหยุดเต้น การที่หมอจะกระโดดเข้าไปช่วยชีวิตปั๊มหัวใจทันทีเหมือนเมื่อก่อน ก็ไม่สามารถทำได้ ต้องไปใส่ชุด PPE ก่อนและยังมีรายละเอียดในขั้นตอนการรักษาอื่นๆ อีกหลายอย่างมากขึ้น"

"คนทำงานก็กดดันด้วยเวลาที่ต้องเร่งรีบและด้วยปริมาณเคส บางครั้งผู้ป่วยและญาติไม่เข้าใจคิดว่ามัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่รีบมารักษา"

"แต่ขณะนั้นพวกเราทุกคนกำลังเตรียมความพร้อมป้องกันเพื่อเข้าไปช่วยชีวิตผู้ป่วยอย่างปลอดภัย ล่าสุดเพื่อนร่วมงานเจี๊ยบ น้องพยาบาลเป็นลมในชุด  PPE ระหว่างกำลังทำงาน"

'ห้องแยกโรคป้องกันการแพร่เชื้อ (ห้องความดันลบ)" ที่ใช้สำหรับเคสผู้ป่วยโควิดมีจำกัด ไม่พอกับจำนวนผู้ป่วย จนคนไข้โควิดต้องออกมานอนรักษาอยู่ด้านนอก"

"ทำได้เพียงเว้นระยะห่าง (ที่ไม่ห่าง) ระหว่างเตียงผู้ป่วยใกล้เคียง รวมถึงเจ้าหน้าที่ก็ต้องเสี่ยงติดเชื้อไปตามกัน เพราะห้องแยกโรคเต็มหมด และเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากค่ะ"

"เจี๊ยบเจอเคสที่คนไข้อายุมากกว่าเจี๊ยบแค่ปีเดียว ไม่มีโรคประจำตัวอื่นใดๆ แต่ก็เป็นหนัก จนเสียชีวิตลำพังบนเตียง ไม่มีโอกาสได้ร่ำลาใคร ญาติพี่น้องไม่สามารถเข้ามาพบได้"

"ลองนึกดูว่าถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับครอบครัว หรือคนใกล้ตัวของตัวเองจะทรมานใจขนาดไหน เคสโควิดที่ป่วยหนักจนจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจก็เกิดขึ้นทุกวัน"

"ตั้งแต่ทำงานใส่ท่อช่วยหายใจให้คนไข้โควิดมา ยังไม่มีเคสไหนเลยที่รอด ทุกครั้งที่จะต้องใส่ท่อช่วยหายใจให้ผู้ป่วยเจี๊ยบรู้สึกเศร้ามาก"

"เพราะตัวหมอเองยังไม่รู้เลยว่าคนไข้จะมีโอกาสได้กลับบ้านไหม ที่ทำได้ดีที่สุดในตอนนั้น คือจับมือและบอกคนไข้ว่า เดี๋ยวหมอจะใส่ท่อช่วยหายใจให้ ตอนตื่นมาจะมีท่ออยู่ในปากนะ"

"มีเคสนึง คนไข้เป็นคนขับรถแท็กซี่ คุณลุงเล่าว่า ผู้โดยสารให้ไปส่งที่รพ. ระหว่างทางก็ถามผู้โดยสารว่า ไปส่งที่โรงพยาบาลเป็นอะไร เป็นโควิดหรือเปล่า?"

"ผู้โดยสารเลี่ยงไม่ตอบ คนขับก็ไม่กล้าให้ลงจากรถ เห็นผู้โดยสารขึ้นมานั่งแล้ว จึงไปส่งให้ถึงที่หมาย หลังซักประวัติเสร็จ"

"ไม่นานคุณลุงก็อาการหนัก จนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ เป็นอีกเคสที่จากไป เจี๊ยบไหว้พระขออธิษฐานให้คุณลุงสงบสุขอยู่บนสวรรค์นะคะ"

"สถานการณ์ในตอนนี้หนักมาก บางเคสที่เจออายุไม่เยอะ ไม่มีโรคประจำตัวมาก่อน ก็อาจมีโอกาสอาการหนักได้ ความเสี่ยงมีอยู่ทุกที่"

"เจี๊ยบขอเป็นหนึ่งเสียงในฐานะแพทย์และประชาชนคนหนึ่ง ขอวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ และทั่วถึงให้ประชาชนทุกคนอย่างเร็วที่สุดเถอะนะคะ เพราะแต่ละวินาทีที่ช้าไปคือชีวิต หมอทุกคนอยากเห็นคนไข้ได้กลับบ้านไปหาคนที่เค้ารัก"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด