Spring News

อิสราเอลปรับความคิด อยู่กับโควิดให้ได้ ลดมาตรการเข้มงวด แต่เร่งฉีดวัคซีน

14 ก.ค. 2564 เวลา 6:19 น.

อิสราเอลก็กำลังดำเนินตามแนวทางอยู่ร่วมกับโควิดให้ได้ แม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า จะยังสูงหลายร้อยคนต่อวัน แต่ผู้ป่วยวิกฤตน้อยมาก และดำเนินนโยบาย ให้กลับมา สวมหน้ากากอนามัยในอาคาร กักตัวคนเดินทางเข้าอิสราเอลทั้งหมด และยังเดินหน้าฉีดวัคซีน

คิดใหม่! อยู่กับโควิดให้ได้

ประเทศอิสราเอลถือว่าเป็นประเทศที่ได้รับคำชมเป็นอย่างมากในการเดินหน้าปูพรมฉีดวัคซีน ก่อนที่โควิดสายพันธุ์เดลต้าจะระบาดทั่วโลก

ย้อนเข็มนาฬิกากลับไปเมื่อ 4 สัปดาห์ที่แล้ว อิสราเอลเพิ่งจะประกาศชัยชนะการกลับมาใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมๆ ไม่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ และไม่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม หลังเดินหน้าฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้มากอันดับต้น ๆ ของโลก แต่พอ โควิดสายพันธุ์เดลต้าเริ่มเป็นภัยคุกคามและระบาดทั่วโลก  อิสราเอลก็เจอผลกระทบเช่นกัน โดยตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า จะยังสูงหลายร้อยคนต่อวัน

โดยคราวนี้ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ นาฟตาลี เบนเนต มีการกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ ที่อิงกับแนวทางการเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับโควิด ซึ่งบางคนเห็นว่า เป็นทางสายกลางระหว่างการยกเลิกมาตรการจำกัดแบบอังกฤษกับการยกระดับการควบคุมเข้มข้นขึ้นแบบออสเตรเลีย ขณะที่คำถามว่า การลดการ์ดของอิสราเอลเช่นนี้อาจทำให้เกิดความผิดพลาดที่อิสราเอลต้องจ่ายแพง ก็ได้ ?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้ป่วยวิกฤตน้อย จึงคุมสถานการณ์ได้     

สถานการณ์โควิดอิสราเอล ปัจจุบันกลุ่มเปราะบางในอิสราเอลฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นส่วนใหญ่แล้ว,  นาฟตาลี เบนเนต นายกรัฐมนตรี ระบุว่า คนที่มีอาการหนักน้อยลงอย่างมาก แม้ยอดผู้ติดเชื้อจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม

อีกประเด็นสำคัญที่ทำให้อิสราเอลเดินหน้าแนวทางอยู่ร่วมกับไวรัสให้ได้  นั่นคือ จำนวนผู้ป่วยอาการวิกฤตในโรงพยาบาล ที่ตอนนี้มีเพียง 45 คนเท่านั้น ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ไม่สูง และทางสาธารณสุขอิสราเอล รับมือได้

โดยที่การดำเนินการยุทธศาสตร์ในการรับมือโควิดช่วงนี้ คือการติดตามสถานการณ์การติดเชื้อ, การส่งเสริมการฉีดวัคซีน, การมีชุดทดสอบที่ใช้ง่ายและรวดเร็ว, และการเผยแพร่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสวมหน้ากาก

ทั้งนี้ อิสราเอลมีผู้ติดเชื้ออาการรุนแรงราว 5 คน และเสียชีวิตราว 1 คนต่อวัน ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อันเป็นผลจากการฉีดวัคซีนในวงกว้าง ด้วยวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ คือ เน้นวัคซีนไฟเซอร์ เป็นหลัก

เดินทางสายกลาง : อาจมีราคาที่ต้องจ่าย
อย่างไรก็ตาม ยังมีคนที่มีตำแหน่งหน้าที่ในการควบคุมโควิด-19 ในอิสราเอล ที่ยังไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลทั้งหมด โดย ชารอน อัลรอย-เพรส ผู้อำนวยการฝ่ายสาธารณสุข กระทรวงสุขภาพ ซึ่งอยากสนับสนุนการยกระดับการจำกัดเข้มงวดเพื่อสกัดการระบาดให้มากกว่านี้  โดยเธอกล่าวว่า เป็นไปได้ว่า จำนวนผู้ป่วยหนักอาจไม่พุ่งทะยาน แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ราคาที่ต้องจ่ายหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมา...จากการผ่อนปรนแบบนี้

แต่ในทางกลับกัน นาดาฟ ดาวิโดวิตช์ ผู้อำนวยการแผนกสาธารณสุข มหาวิทยาลัยเบน กูเรียนของอิสราเอล ยกย่องว่า ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลควบคุมโควิด-19 เป็นทางสายกลาง (เปรียบเทียบกับอังกฤษที่ผ่อนปรนมาก และออสเตรเลียที่เข้มงวดมาก) ของอิสราเอลตอนนี้

mask

เดินหน้าฉีดวัคซีนต่อ

ชาวอิสราเอลราว 60% จากประชากร 9.3 ล้านคน ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วอย่างน้อย 1 โดส โดยเป็นวัคซีนไฟเซอร์

และสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลอิสราเอลเพิ่งประกาศจะฉีดวัคซีนโดสที่ 3 ให้กับประชาชนเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้เร่งรัดที่จะฉีดเข็มที่ 3 เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าจำเป็นเพียงใด แต่จะอนุติสำหรับประชาชนที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอเป็นราย ๆ ไปเท่านั้น  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Pfizer/BioNTech ได้ยื่นขอไปยังองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ และองค์การยาแห่งยุโรป เพื่ออนุมัติวัคซีนเข็มที่ 3 หลังพบว่าภูมิคุ้มกันเริ่มลดลงหลังฉีดไปแล้วราว 6 เดือน

โดยสถานการณ์ปัจจุบัน อิสราเอล ฉีดวัคซีนไปแล้วเกือบๆ 11 ล้านโดส  ผู้ที่รับวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว 63.2 เปอร์เซนต์ ขณะที่ผู้ที่ได้รับครบ 2 เข็มแล้ว 57.3 เปอร์เซนต์  ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า จำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้ประชาชนอย่างน้อย 80% จึงสามารถจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ป้องกันโควิดสายพันธุ์เดลต้าได้ จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 75%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด