Spring News

"กลาโหม" ยอมถอนงบซื้อเรือดำน้ำปี 65 ชี้เป็นจีทูจี อย่าใช้โจมตีทางการเมือง

18 ก.ค. 2564 เวลา 8:39 น.

กองทัพเรือ ถอนงบเรือดำน้ำปี 65 ออกไปก่อน ขณะที่นายกฯ ให้หารือกับจีน ถึงเหตุผลความจำเป็น ที่ต้องชะลอโครงการ ด้านโฆษกกลาโหม วอนอย่าเอาเรื่องนี้แสวงประโยชน์เกินเลยจนกระทบความสัมพันธ์

 พลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือว่า เรื่องนี้กระทรวงกลาโหมได้หารือร่วมกันอย่างต่อเนื่องถึงเหตุผลความจำเป็นของการเสริมสร้างกำลังทางทะเล รับมือกับภัยความมั่นคง โดยเฉพาะมิติใต้น้ำที่เรามีความสามารถจำกัด เพื่อรักษาดุลภาพ ความมั่นคง และผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล ที่มีมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี

 ทั้งนี้ในวิกฤตโควิดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้กลาโหมและกองทัพเรือ ไปพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการชะลอโครงการจัดหาเรือดำน้ำ หรือยืดเวลาออกไปก่อน ซึ่งกลาโหมได้เห็นถึงปัญหาภาระงบประมาณและความจำเป็นเร่งด่วนในการบริหารจัดการงบประมาณของประเทศ เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ โดยในปี 2563 กองทัพเรือได้ส่งคืนงบประมาณ 3,375 ล้านบาท และปี 2564 อีก 3,425 ล้านบาท เพื่อให้รัฐบาล สามารถบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดในภาพรวม ตามความจำเป็นเร่งด่วน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

• ธรรมนัส ค้านซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ ลั่นโควิดยังวิกฤต ชี้ ต้องใช้งบแก้ปัญหาโควิด

• กองทัพเรือ เผย เสนอจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2-3 พ้อโดนโจมตีทุกครั้งที่นำเสนอ

• นายกฯ ย้ำการจัดซื้อ "เรือดำน้ำ" เพื่อความสงบสุขของประเทศ

 สำหรับงบปี 2565 กลาโหมได้ประเมินร่วมกันแล้วว่า สถานการณ์โควิดยังคงอยู่และมีผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง นายกฯ ได้สั่งการไปแล้ว ให้กลาโหมโดยกองทัพเรือ พิจารณาถอนแผนงานงบประมาณโครงการเรือดำน้ำออกไปก่อน โดยให้หารือกับกระทรวงกลาโหมจีน ถึงเหตุผลความจำเป็น ที่ต้องขอชะลอโครงการในปีนี้ออกไป

 สำหรับโครงการจัดหาเรือดำน้ำ เป็นโครงการตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล (G to G) ที่กลาโหมของทั้งสองประเทศมีความร่วมมือกันโดยตรง ตามข้อตกลงและโปร่งใส ไม่ผ่านคนกลางหรือบริษัทนายหน้าอื่นใด ที่ผ่านมากองทัพเรือได้ติดต่อตรงกับกระทรวงกลาโหมจีน และกองทัพเรือจีน ผ่านช่องทางทางการทูตเท่านั้น  

 จึงขอให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับสังคม และไม่อยากให้มีการแสวงประโยชน์จากกลุ่มใดๆ หรือการใช้ประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งอาจเกินเลยไปกระทบความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด