Spring News

ผอ.ศปก.ศบค.เผย กรมควบคุมโรค ถก"อู่ฮั่นโมเดล" ในวงประชุม 

19 ก.ค. 2564 เวลา 10:18 น.

ผอ.ศปก.ศบค. ชี้ประชาชนที่จำเป็นต้องเดินทางข้ามจังหวัดให้กรอกข้อมูลเว็บไซต์ "หยุดเชื้อเพื่อชาติ"  รับ กรมควบคุมโรค ถก "อู่ฮั่นโมเดล" ในวงประชุม พร้อมเผยนายกฯ สั่งอนุทิน ทบทวนปรับแผนวัคซีน หลังยอดไม่เป็นตามเป้า

19 ก.ค.64 พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือสมช. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 หรือ ศปก.ศบค. ระบุถึงกรณีผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดแล้วจำเป็นต้องเดินทางเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่อฉีดวัคซีน ว่า โดยปกติแล้วการฉีดวัคซีน จะฉีดในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เว้นแต่ได้รับนัดให้มาฉีดวัคซีน หากมีใบนัดหรือหลักฐาน ก็ขอให้แสดงหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือเป็นข้อยกเว้นตามข้อกำหนด โดยหากกรณีการเดินทาง หากประชาชนสามารถหลีกเลี่ยงได้ ในช่วงเวลาขณะนี้ศบค.มีความห่วงใยไม่อยากให้ประชาชนจากพื้นที่ที่มีความเข้มต่ำกว่า เดินทางเข้ามายังพื้นที่ที่มีความเข้มข้นสูงกว่า เนื่องจากจะทำให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ส่วนหลักฐานในการเดินทางจะมีข้อกำหนดอยู่ 2 กรณี คือหากมีหลักฐานเป็นเอกสารก็สามารถยื่นแสดงได้ แต่หากไม่มีเอกสารแสดงขอให้เข้าไปในเว็บไซต์ "หยุดเชื้อเพื่อชาติ" ซึ่งจะเปิดดำเนินการในช่วงเย็นของวันนี้ โดยอยู่ระหว่างการปรับปรุงทดสอบเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ พร้อมกับย้ำว่าหากประชาชนมีความจำเป็น ที่จะต้องเดินทางขอให้เข้าไปดูที่เว็บไซต์ หยุดเชื้อเพื่อชาติเพื่อกรอกแบบฟอร์ม เพื่อรับคิวอาร์โค้ดแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจ และจะต้องตอบข้อซักถามจากเจ้าหน้าที่ด่านเพิ่มเติม ซึ่งอาจไม่สะดวกแต่จะต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจ เนื่องจากมีมาตรการคัดกรองเพื่อจำกัดหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัด

ส่วนมาตรการที่ออกมานอกเวลาเคอร์ฟิว (04.01- 20.59 น.) ยังเป็นในลักษณะของความร่วมมือหรือเป็นคำสั่งห้าม นั้น พลเอกณัฐพลอธิบายว่า ช่วงเวลาเคอร์ฟิว ระหว่างเวลา 21:00 น ถึง 04:00 น ของวันรุ่งขึ้นเป็นการบังคับสั่งห้าม ส่วนช่วงนอกเวลาเคอร์ฟิวยังคงจำเป็นต้องเว้น ในบางกิจการหรือกิจกรรม เพราะฉะนั้นในช่วงนี้จำเป็นต้องใช้คำว่า"ให้"ไปก่อน โดยขอให้งดหรือหลีกเลี่ยง เพราะมาตรการนี้ต้องเข้มข้นต่อไป คงจำเป็นต้องใช้คำว่า"ห้าม" และเมื่อ ใช้คำว่า"ห้าม" จะมีบางกิจกรรมหรือกิจการที่ได้รับการยกเว้นน้อยกว่านี้มาก

ขณะที่ข้อกำหนดการเปิดสถานพยาบาล รวมถึงโรงพยาบาลสัตว์ด้วยหรือไม่ พลเอกณัฐพลระบุว่ารวมด้วย เนื่องจากเป็นในแง่มนุษยธรรม ถือว่าเป็นกิจการด้านสาธารณสุข ซึ่งในปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่มีสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในความดูแล และคนมีความผูกพันกับสัตว์เมื่อสัตว์ป่วยไม่สบาย ก็ถือว่ามีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้พลเอกณัฐพลยังระบุอีกว่า มาตรการที่มีการบังคับใช้ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 นี้ ในพื้นที่สีแดงเข้ม การขอความร่วมมือภาคเอกชนในการทำงานที่บ้านหรือ work from home นั้นเป็นการออกมาตรการขอความร่วมมือกับภาคเอกชน ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดทางนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค.ได้ชี้แจงไปในช่วงกลางวันที่ผ่านมา

ขณะที่การประเมินสถานการณ์ และการปรับแผนรองรับ หากสถานการณ์การแพร่ระบาดนั้นไม่ลดลง พลเอกณัฐพล ระบุว่า ศบค. และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดได้มีการเตรียมการทุกสถานการณ์ไว้แล้ว หากเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นจะทำอย่างไร หรือหากสถานการณ์ไม่ดีไปกว่านี้จะทำอย่างไร สำหรับโมเดลอู่ฮั่นนั้น เป็นข้อพิจารณาจากกระทรวงสาธารณสุข โดยนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคได้มีการพูดถึง และเมื่อถึงเวลานั้นแล้วคงต้องฟังกระทรวงสาธารณสุขว่าจะมีการประเมินอย่างไรจำเป็นต้องใช้อู่ฮั่นโมเดลหรือไม่ ซึ่งทางศบค.มีความพร้อมไม่ว่าจะอยู่ในกรณีใด

ส่วนจะมีการฟูล็อกดาวหรือไม่ พลเอกณัฐพลระบุว่า ไม่ได้มองที่ตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง แต่ต้องมองหลายปัจจัย ทั้งจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อ จำนวนสถานพยาบาลที่มีอยู่ และปัจจัยอื่นๆในแง่เศรษฐกิจด้วย ซึ่งต้องมองในทุกมิติ ไม่ใช่มองด้านใดด้านหนึ่ง

ทั้งนี้พลเอกณัฐพลยังระบุอีกว่า ในแง่ของศบค. ความสำเร็จในมาตรการควบคุมโรค ต้องประกอบด้วย 3 ส่วน หน่วยงานภาครัฐ ต้องมีความเข้มข้นจริงจัง มีความประณีต ในมาตรการควบคุมโรค ส่วนเอกชนผู้ประกอบการจะต้องให้การสนับสนุนตามมาตรการที่ศบค.กำหนด และประชาชนให้ความร่วมมือกับมาตรการต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชนได้กำหนดเพิ่มเติม นอกจากนี้ เมื่อวานนี้ (18 ก.ค.64) ตนได้หารือร่วมกับสื่อมวลชนว่าถือเป็นส่วนที่ 4 ช่วยขับเคลื่อนให้มาตรการต่างๆ เป็นประโยชน์ได้หรือมีประสิทธิภาพได้ คือสื่อมวลชนต้องทำความเข้าใจกับประชาชนและขยายผล ซึ่งจะทำมาตรการต่างๆนั้นมีประสิทธิผล โดยหัก 4 ส่วนมีความร่วมมือกันอย่างจริงจัง ศบค.คาดว่าสถานการณ์ น่าจะเอาอยู่ แต่หากลำพังศบค.อย่างเดียว มาตรการเข้มงวดอย่างไรก็ตาม อีก 2-3 ส่วนไม่ให้ความร่วมมือ ศบค.ก็คิดว่าไม่น่าเอาอยู่

ส่วนจะมีการปรับปรุงโครงสร้างของศบค.หรือไม่นั้น พลเอกณัฐพล ระบุว่า ปัจจุบันในโครงสร้างถือว่าทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ประสานสอดคล้องกันไป ซึ่งบางครั้งอาจมีการให้ข้อมูลที่แตกต่างกันบ้าง แต่หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยกันเพราะฉะนั้นทีมเดิมโครงสร้างเดิม ยังมีประสิทธิภาพดีอยู่ ส่วนผู้เชี่ยวชาญที่จะเพิ่มเติม ในครั้งนี้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ที่จะมอบหมาย แต่หากในมุมของตน โครงสร้างที่มีอยู่ก็มีความพร้อม ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนศบค.จะสร้างความเชื่อมั่น ให้กับประชาชนในเรื่องการจัดหาวัคซีนอย่างไร โดยเฉพาะวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสามารถรองรับการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆได้ พลเอกณัฐพลกล่าวว่า ส่วนใหญ่จะเป็นการเริ่มต้นจากคณะกรรมการวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้พิจารณาและเสนอต่อคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ซึ่งขณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติจะเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีในฐานะผอ ศบค.เป็นผู้พิจารณาเห็นชอบ ซึ่งในห้วงเวลาที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขทำงานอย่างเต็มที่ จึงอยากขอความกรุณาสื่อมวลชนและประชาชน ช่วยให้ความเข้าใจ และเห็นใจกับกระทรวงสาธารณสุขที่ทำงานอย่างประณีต แต่ปัจจัยปัญหาที่ตนเห็นอยู่นั้นมีอยู่ 2 อย่าง คือปัจจัยสภาพแวดล้อมและบริบทแต่ละวัคซีน ซึ่งมีความแตกต่างกันไป วันหนึ่งวัคซีนชนิดหนึ่ง มีความเหมาะสม แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน เชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์วัคซีนชนิดหนึ่งอาจจะไม่เหมาะกับสถานการณ์นั้น จึงต้องมีการปรับรูปแบบกันไป นอกจากนี้ปริมาณวัคซีนในตลาด มีจำกัด จึงไม่สามารถเลือกได้ว่าจะซื้อวัคซีนยี่ห้อนี้ในเวลาไหน เพราะฉะนั้นกลไกเป็นของผู้ขายผู้ซื้อมีความจำเป็นที่ต้องเลือกซื้อหรือดำเนินการจัดหาตามปริมาณที่มีอยู่ในตลาด หรือในส่วนที่ผู้ผลิตกำหนด หรือการกำหนดเวลาจะส่งก็เป็นไปตามที่ผู้ผลิตกำหนด ไม่สามารถที่จะไปบังคับหรือกำหนดได้เองว่าเดือนนี้จะต้องการวัคซีนเท่าใด พร้อมย้ำว่ากระทรวงสาธารณสุขทำงานกันอย่างเต็มที่

ส่วนจะมีการเจรจาหรือแบนการส่งออกวัคซีน astrazeneca จากประเทศไทยไปยังต่างประเทศหรือไม่ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี เชิญนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือ ในเรื่องนี้ เพื่อปรับแผนรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทั้งจำเป็นต้องฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ หรือปริมาณวัคซีนที่เข้ามาไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งขณะนี้กำลังหารือกันอยู่ โดยนายอนุทินจะกลับไปพิจารณาและกลับมารายงานนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนการแก้ไขปัญหาผู้ป่วยตกค้าง หรือผู้ป่วยรอเตียงนาน ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ผู้ป่วยนั้นมีอาการหนักขึ้น จะดำเนินการอย่างไรนั้น พลเอกณัฐพลระบุว่านายกรัฐมนตรีห่วงใยในประเด็นดังกล่าว โดยได้สอบถามกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร และตน ว่ามีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร โดยในชั้นต้นได้เร่งการคัดกรองหาผู้ติดเชื้อ ให้เป็นระบบ โดยระบบแรกที่จะนำผู้ป่วยเข้าไปคือระบบ Home islation หรือการแยกกับที่บ้าน โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เซ็ตระบบ ให้สมบูรณ์โดยเร็ว แต่หากขณะนี้ยังไม่สมบูรณ์ ให้จัดตั้ง ศูนย์พักคอยรอการส่งต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มี 50 เขตแต่ขณะนี้ดำเนินการไปได้เพียง 20 เขต จึงต้องเร่งรัดให้ทุกเขตมีศูนย์พักคอยอย่างน้อยเขตละ 1 แห่ง เพื่อให้ผู้ติดเชื้อหรือทราบว่าตัวเองติดเชื้อต้องการสถานพยาบาลหรือเตียง เมื่อไม่สามารถอยู่ในมาตรการ Home isolation ได้ ก็ขอให้ไปติดต่อที่ศูนย์พักคอย เพื่ออย่างน้อยไม่ต้องคอยที่บ้าน แต่ให้คอยที่ศูนย์พักคอยเพื่อรอการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสนามหรือไอซียูสนามหรือโรงพยาบาลหลัก ตามอาการที่มีอยู่ โดยหากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการเช่นนี้ ตนก็เชื่อได้ว่าสถานการณ์ก็จะดีขึ้นกว่านี้ อาจจะไม่ได้ในทันที แต่อย่างไรก็ตามศปก.ศบค. ก็จะติดตามเรื่องนี้และแก้ไข ส่วนกรณีที่ไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้หรือติดต่อได้ยากนั้น ในอนาคตหากมีศูนย์พักผ่อนอยู่ที่เขตแล้ว ประชาชนที่อยู่ตามเขตต่างๆก็สามารถติดต่อที่เขตได้ไม่จำเป็นต้องเข้ามายัง ระบบ 1330 หรือ 1668 หรือ 1669 ยอมรับว่าการแก้ปัญหาในลักษณะนี้อาจไม่เกิดทันที แต่ พลตำรวจเอกอัศวินขวัญเมืองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรับปากแล้วว่า อย่างน้อยในสิ้นเดือนนี้ทุกเขตจะต้องมีศูนย์พักผ่อนอย่างน้อยเขตละ 1 แห่ง

 

นอกจากนี้พลเอกณัฐพลยังระบุถึง ความเป็นไปได้ที่จะรวมสายด่วนเป็นหมายเลขเดียวแต่เพิ่มหลายคู่สายว่า ว่า ขอความเห็นใจ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่ว่าหน่วยงานเดียวมี 3 หมายเลข ซึ่งทั้ง 3 หมายเลขนั้นอยู่คนละหน่วยงาน แต่มาร่วมมือกัน และแต่ละหน่วยงานก็พยายามขยายคู่สายให้มากขึ้น แต่ปัจจุบันก็ยังไม่เพียงพอ จึงต้องขออภัยประชาชน แต่การแก้ไขปัญหาขณะนี้พยายามขยายไปยังเขต หรือในจังหวัด อาจลงไปที่อำเภอ จะยังคงใช้ 3 หมายเลขแต่ขยายคู่สายเพิ่มขึ้น และจะมีวิธีอื่นๆในระบบเพิ่มเติม ซึ่งก็คาดว่าจะทำให้ปัญหาดังกล่าวที่คล้ายมากขึ้น

ขณะที่การทำงานของสื่อมวลชน พลเอกณัฐพลระบุว่า ถือว่ามีความจำเป็น ก็ยังคงสามารถปฏิบัติงานนอกสถานที่ได้ แต่เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับประชาชน ขอให้สื่อมวลชนได้ยึดมาตรการป้องกันโรค ตามมาตรการ DMHTT เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค ส่วนการทำหน้าที่ของอาสาสมัครต่างๆ ถือเป็นการทำงานบริการด้านสาธารณสุข ซึ่งได้รับข้อยกเว้นตามข้อกำหนด สามารถทำงานได้

ทั้งนี้พลเอกณัฐพล ยังกล่าวในช่วงท้ายว่า นายกรัฐมนตรีห่วงใยถึงความเดือดร้อนของประชาชน และตนได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีว่าที่ประชุมศปก.ศบค ได้แจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรุงเทพมหานคร ที่จะดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเยียวยา ซึ่งในส่วนของประชาชนศบค.ระหนักว่า การเข้มข้นมาตรการขึ้นนั้นทำให้ประชาชนเดือดร้อน จึงจำเป็นต้องขอความกรุณา ทุกภาคส่วนให้ช่วยกันให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามมาตรการที่ศปก.ศบคกำหนด เพื่อให้มีเวลา 14 วันข้างหน้านี้มาตรการต่างๆจะเกิดประสิทธิผล โดยเมื่อสถานการณ์คลี่คลายจะมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน จึงขอขอบคุณประชาชนในช่วงเวลาที่ผ่านมาที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ขอเวลาอีก 14 วันหากมาตรการต่างๆด้วยความรับความร่วมมือเป็นอย่างดี มั่นใจว่า สถานการณ์ต่างๆจะคลี่คลายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามจะมีการติดตามสถานการณ์ทุกวัน ซึ่งทุกรอบ 7 วัน จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง ตนขอขอบคุณประชาชนทุกคน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด